นนท์ – ธนนท์ จำเริญ | เมื่อแชมป์เดอะว้อยซ์ต้องเริ่มแบตเทิลในสนามดนตรีและชีวิต

เรายังจำภาพของเด็กชายวัยมัธยมปลาย ใส่แว่นหนา ผิวเข้ม ตัวสูงโปร่ง ร้องเพลงลูกทุ่งอยู่ท่ามกลางเวทีการแข่งขันที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์และแรงกดดัน เด็กชายคนนั้นร้องเพลงได้อย่างไพเราะ เต้นสนุก และเรียนรู้ได้เร็ว จนท้ายสุด ‘นนท์’ – ธนนท์ จำเริญ ก็คว้าตำแหน่งแชมป์ The Voice Thailand Season 1 มาครอบครองได้สำเร็จ และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนเด็กชายวัย 16 ปี ให้กลายเป็นชายหนุ่มวัย 21 ปี ที่ตอนนี้เขากลายเป็นศิลปินอย่างเต็มตัวในสังกัด i am พร้อมกับพัฒนาการทั้งด้านความคิด เสน่ห์ที่ชวนหลงใหล และเสียงร้องที่ทรงพลังขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

นนท์ ธนนท์

ผู้ชนะ

     ผ่านมานานกว่า 6 ปีแล้ว นี่คือความทรงจำและประสบการณ์ที่ได้มาแบบไม่คาดฝัน ตอนนั้นผมเองก็ไม่ได้เตรียมตัวว่าจะมีโอกาสเข้ารอบ Blind Audition การได้เข้ารอบเป็นเรื่องที่เกินคาดมาก สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นถือเป็นเรื่องใหม่ทั้งหมด แต่ผมก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละนิด แม้ว่าตอนนั้นจะเหนื่อยมากๆ สำหรับเด็กคนหนึ่งก็ตาม
 
การเรียนรู้

     ระหว่างนั้นผมต้องเรียนทั้งหนังสือ และเรียนรู้เรื่องการร้องเพลง การประกวด และอีกหลายเรื่อง เพราะชั่วโมงบินของตัวเองยังน้อย ยอมรับเลยว่าเหนื่อยจนบางครั้งเผลอร้องไห้ การประกวด The Voice Thailand เป็นเรื่องยากมากสำหรับเด็กคนหนึ่ง พอเริ่มต้นด้านการเป็นนักร้องอย่างจริงจัง ผมก็พยายามเรียนรู้ให้เร็วและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนสามารถจัดสรรเวลาและปรับตัวเองจนเริ่มคุ้นเคย ซึ่งก็ใช้เวลาราวๆ 2-3 ปี

นนท์ ธนนท์

ภาพลักษณ์

     ศิลปินไม่ได้ขายแค่เสียง แต่ต้องมีภาพลักษณ์และบุคลิกภาพที่ดี ซึ่งผมมีปัญหามาตั้งแต่เด็กๆ เพราะผมไม่ค่อยมั่นใจทั้งหน้าตาและท่าทาง พูดก็ไม่ค่อยเก่ง เข้าสังคมก็ไม่เก่ง เมื่อวันเวลาผ่านไป ผมก็ปรับบุคลิกภาพมาโดยตลอด พอมาเจออีกที ผมก็เปลี่ยนไปมากจนมีคนถามว่าทำศัลยกรรมหรือเปล่า คือถ้าทำแล้วได้แค่นี้ ก็นะ… (หัวเราะ)
 
เดินแบบครั้งแรก

     ผมไม่คอยมองว่าตัวเองเป็นคนหน้าตาดี บุคลิกภาพดี เชื่อแค่ว่าตัวเองคงทำได้แต่อาชีพที่เกี่ยวกับดนตรีและงานอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา ผมไม่เคยเอาหน้าตัวเองไปวางบนอาชีพนายแบบหรือนักแสดงเลยสักนิด แต่ด้วยความสูง นั่นจึงเป็นเหตุให้ผู้ใหญ่เห็นว่าน่าจะเดินแบบได้ ผมจึงรับโอกาสนี้ไว้แล้วทำให้ดีที่สุด และถือว่าเป็นการเรียนรู้ใหม่

นนท์ ธนนท์

แรงหนุน

     แม่เป็นคนที่คิดเยอะ แต่ก็ทำให้เวลาทำจริงแล้วไม่เหนื่อย เป็นข้อดีเหมือนเวลาเรายิงปืน เสียเวลาเล็งนานหน่อย แต่แม่น ซึ่งมันคุ้มค่า แม่จะสอนให้ผมยิ้มและทำดี แม้กระทั่งคนที่ไม่ดีกับเรา ส่วนพ่อจะทำเยอะ แต่คิดไม่เยอะเท่าแม่ พ่อเป็นตัวอย่างของการทำงานหนักเพื่อครอบครัว ผมโชคดีที่มีครอบครัวคอยให้กำลังใจมาโดยตลอด สิ่งนี้ทำให้ผมคิดมาโดยตลอดว่า เมื่ออายุสัก 20-30 ปี ผมต้องดูแลพวกท่านให้ได้ แต่กลายเป็นว่าผมมีโอกาสได้ทำตั้งแต่อายุ 16 ปี (ยิ้ม)
 
ฝืนตัวเองไม่เป็น

     ซิงเกิลแรกของปีที่แล้วที่มีผลตอบรับดีเกินคาด เป็นผลมาจากความทุ่มเท เติมไอเดีย ใส่ความคิดสร้างสรรค์ ผสมเทคนิคและฝีมือ ผสมผสานหลายแนวดนตรี ปรับแล้วปรุงขึ้นมาใหม่ จนท้ายสุดเพลงนี้ติดอันดับ 9 ใน 100 เพลงฮิตของปีที่แล้ว

2018…

     ปีที่แล้วผมมีผลงานละครเวทีเรื่อง สี่แผ่นดินเดอะมิวสิคัล สำหรับปีนี้ก็มีงานใหม่ๆ เข้ามามากมายให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลงประกอบละคร Mister Merman, ซีรีส์ท่องเที่ยว Journey The Series แต่ก็ยังคงมุ่งไปที่งานเพลงเป็นอันดับแรกอยู่ดี และผมพร้อมที่จะพัฒนาเพื่อให้งานมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น
 
ความสำเร็จ

     มาเร็วกว่าที่คิด แต่ผมมองว่านี่คือจุดเริ่มต้น ความสำเร็จจริงๆ คือตอนที่เราตายไปแล้ว นั่นคือบทสรุปแห่งความสำเร็จ ความสำเร็จที่ว่านั้นคือ การทำให้คนข้างหลังที่ยังอยู่นึกถึง และได้รับสิ่งดีๆ จากเราในตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่ เพราะวันที่เราตาย เราก็เอาอะไรไปไม่ได้ นั่นทำให้ต้องพยายามทำสิ่งที่ดีในทุกๆ วัน ได้ดูแลพ่อแม่ ได้ใช้เวลาให้คุ้มค่าไปกับครอบครัว และได้ทำงานจนสุดความสามารถ

นนท์ ธนนท์

Share Post
Like 4 View 6725

Author

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN

ศรัญญา โรจน์พิทักษ์ชีพ

นักขีดๆ เขียนๆ เริ่มเขียนแบบไดอารี่จริงจังก็ตอนอยู่ม.2 ด้วยเหตุผลเดียวคือกลัวตัวเองสมองเสื่อมกะทันหัน จนทำงานเขียนมากว่า 10 ปี ปัจจุบันเรื่องตัวเองไม่เขียนแล้ว เพราะคิดว่าไม่ลืมชัวร์ แล้วหันมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับคนอื่นแทน!