หนุ่มขี้อาย ‘กรรณ’ – สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา กับชื่อเสียงที่เข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

The Guest
31 Aug 2017
เรื่องโดย:

มิ่งขวัญ รัตนคช

บทสนทนาช่วงเช้าตรู่ กับชายหนุ่มสุดฮอตในเวลานี้ ‘กรรณ’ – สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา กับช่วงชีวิตที่พลิกผัน ในการต้องเผชิญหน้ากับชื่อเสียงที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้าหาเขาอย่างไม่ทันจะตั้งตัว แน่นอนว่าเสน่ห์ของเขาจะทำให้คุณต้องเขินตามไปด้วยทุกคำพูดอย่างแน่นอน

เรามักจะเขินอายคนแปลกหน้าพอสมควร
อย่างเวลาขึ้นรถไฟฟ้าหรือไปในสถานที่ที่คนเยอะๆ
เราจะรู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองมาที่เรา

01 “กรรณคนเดิม

ตัวตน การกระทำ การใช้ชีวิตและมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ของเรายังคงเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือในแต่ละวันเราต้องพบเจอคนมากขึ้น ทำให้ต้องมีสติมากขึ้นในการตัดสินใจว่าจะรับ ปฏิเสธ พูด หรือแสดงปฏิกิริยาต่ออะไร ผมคนนี้ก็ยังเป็นกรรณคนเดิม เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่อาจจะมีคนมาแคร์ มาสนใจมากขึ้น เป็นคนคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสและคว้ามันไว้เท่านั้นเอง

02 “…เพิ่มเติมคือความเขินอาย

ถามว่าเราเป็น introvert หรือ extrovert เราเป็นคนปกติที่สามารถพูดคุยเล่นกับคนอื่นๆ ได้ อย่างมานั่งให้สัมภาษณ์แบบนี้ เราก็สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้ แต่เวลาใช้ชีวิตทั่วไป เราก็ไม่ได้ชอบที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนขนาดนั้น เพราะเรามักจะเขินอายคนแปลกหน้าพอสมควร อย่างเวลาขึ้นรถไฟฟ้าหรือไปในสถานที่ที่คนเยอะๆ เราจะรู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองมาที่เรา และตามธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อรู้ว่ามีคนมองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกร็งไปโดยอัตโนมัติ เราเป็นคนที่ค่อนข้างกดดันเวลามีสายตาจ้องมอง… เพราะเราเขิน (หัวเราะ)

03 “ความสำเร็จที่แท้จริง”

คำว่าประสบความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับเรา การได้รับบทบาทที่ดี แสดงออกมาได้ดี ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วในแต่ละงาน แต่ถ้าถามว่าโดยรวมแล้วประสบความสำเร็จหรือยัง ก็คงยัง ทุกวันนี้ยังอยู่ขั้นรับน้องอยู่เลย (ยิ้ม) ผมอยากลองเล่นบทบาทที่แตกต่างกันไปเยอะๆ อย่างลองแสดงเป็นโจรหรือคนข้างถนนดูบ้าง เรารู้สึกว่านักแสดงที่ดีควรจะสวมบทบาทเป็นอะไรก็ได้ แต่ตัวเราเองก็ยังไม่เก่งถึงขั้นนั้นหรอก อยู่ดีๆ ให้เราสวมบทเป็นโรคออทิสซึมเลยคงทำไม่ได้ เราคงต้องทำการบ้านก่อน แต่ละบทบาทมีความยากเฉพาะตัวของมัน และนั่นคือเสน่ห์ของการแสดง

04 “บทบาทที่เต็มไปด้วยมิติ”

         สิ่งที่เรารับรู้ได้ทันทีจากการได้ร่วมงานกับสาวๆ แก๊งไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์คือเขาทำงานกันอย่างมืออาชีพมาก อย่างพี่เผ่าเพชร (รับบทเป็น ‘กัส’) เขาถึงจุดที่ว่าการเล่นเป็นตัวละครนี้สำหรับเขามันกลมมาก เต็มไปด้วยมิติ เป็นธรรมชาติ เพราะฉะนั้น เวลาเข้าฉากคู่กันเราจะรู้ได้ทันทีที่เขาเข้าโหมดความเป็นกัส ส่วนตัวเราเองก็พยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดกับบทบาท ‘วิน’ เวลาทำงานเราจะค่อนข้างจริงจัง ไม่มากึกๆ กักๆ เก้ๆ กังๆ ต่อหน้ากล้อง เพราะจะทำให้การทำงานล่าช้า ทุกคนรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองอย่างดี ทำการบ้านมา ก่อนเล่นจริงจะสนุกสนาน เฮฮา บ้าบอ แต่พอผู้กำกับสั่งแอ็กชัน ทุกคนเข้าบทบาทเป๊ะหมด ไม่ค่อยหลุด ซึ่งเราชอบการทำงานลักษณะนี้มาก ทุกอย่างลงตัว ลื่นไหล พอผู้กำกับสั่งคัตแต่ละฉาก เราจะรู้สึกแบบว่า ‘เฮ้ย ที่เล่นไปเมื่อกี้มันดีว่ะ!’

05 “ความสัมพันธ์ที่แสนยุ่งเหยิง

เรื่องความสัมพันธ์มันก็คงมีขั้นมีตอนของมัน ผมเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมทุกคนก็ต้องสร้างครอบครัว คนที่บอกว่าไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก เชื่อเถอะว่าเมื่อถึงวัยที่พร้อม ความคิดจะเปลี่ยนไป แต่มาคิดๆ ดู ถ้าลูกเราเกิดมาในสภาพสังคมที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็สงสารเขานะ คือมันยุ่งเหยิงไปหมด ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เขาจะเติบโตในสังคมที่โหดร้ายนี้ได้ไหมนะ

06 “ไม่มีสเปก-ไม่มีกฎเกณฑ์”

         ผมไม่มีสเปก เรารู้สึกว่าคนแต่ละเชื้อชาติมีเสน่ห์กันไปคนละแบบ คนที่เข้ามาในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปกอยู่แล้ว อย่างถ้าคุณบอกว่าสเปกของคุณเป็นแบบนี้หรือแบบนั้น แสดงว่าคุณต้องออกไปหาน่ะสิ เหมือนคุณอยากกินอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารไทย คุณก็ออกไปหาร้านอาหาร แต่เราว่าความสัมพันธ์หรือผู้หญิงไม่ใช่แบบนั้นไง สำหรับเรามันเป็นเรื่องของจังหวะ ซึ่งหากเจอแล้วใช่ก็คือใช่

07 “รับผิดชอบต่อเส้นทางที่เลือกเดิน”

ทุกเส้นทางที่เราเลือกเดิน เราปรึกษาพูดคุยกับครอบครัว เขาช่วยออกความเห็น ชี้แนะได้ แต่สุดท้ายเราคือคนที่ตัดสินใจและต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง

เรื่อง : กมลวรรณ ส่งสมบูรณ์, มิ่งขวัญ รัตนคช, พิชญา เตระจิตร
ภาพ : วริยา กระแจ่ม

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

มิ่งขวัญ รัตนคช

เด็กสถาปัตย์ เจเนอเรชันวาย รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับการออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกเรื่องราวสามารถถ่ายทอดผ่านตัวอักษรได้