KonMari | โยนข้าวของทิ้งไปถ้าไม่ Spark Joy! บทเรียนการจัดบ้าน 102 โดย Marie Kondo

The Review
29 Jan 2018
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

ปีที่แล้ว คนโด มาริเอะ สร้างผลกระทบครั้งใหญ่ในการจัดการข้าวของต่างๆ ภายในบ้านของเราด้วยแนวคิด KonMari (คอนมาริ) ที่อยู่ในหนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว นั่นคือ การหยิบของขึ้นมา และใช้เวลาไม่นานในการตอบตัวเองว่า ของชิ้นนั้นในมือเราสามารถสร้างความรู้สึก Spark joy ได้ไหม ถ้าใช่เก็บไว้ ถ้าไม่ก็โยนทิ้ง

KonMari

The Beginning

     หลักการคร่าวๆ ที่บอกไว้ในหนังสือเล่มแรกทำให้เรามุ่งมั่น เข้มแข็ง และต้องจำยอมเป็นคนใจทมิฬ ซึ่งผลที่ได้คือ ถุงดำใส่ของที่ไม่ได้ไปต่อในจำนวนสี่ถุงใหญ่ ซึ่งนี่เฉพาะแค่เสื้อผ้าที่ไม่ก่อให้เกิดความสุขใจสำหรับเราอีกต่อไปแล้ว (ที่บอกว่าต้องใจทมิฬเพราะคุณคนโดแนะนำว่าให้เอาของเหล่านั้นทิ้งไปเลย ไม่เก็บเอาไว้ ไม่ต้องอ้างว่าจะเอาไปบริจาคหรือบอกว่าเผื่อวันหลังต้องใช้ เพราะนั่นจะทำให้ของเหล่านั้นกลับมาอยู่ในห้องของคุณอีกครั้ง) ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เมื่อจัดการข้าวของทั้งหมดที่มีตามกระบวนการนี้ ทำให้ห้องเราโล่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

     แต่… เรามักจะหลงดีใจกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นครึ่งๆ กลางๆ จนสุดท้ายก็ปล่อยปละละเลยให้บ้านกลับมารกอีกครั้ง

     “คุณจัดบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง” ประโยคนี้เหมือนกับ คนโด มาริเอะ มาสะกิดไหล่เราเมื่อเปิด ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว 2 เล่มนี้

     ปัญหาจากการเรียนวิชาจัดบ้านเมื่อเทอมก่อนของเราคือ การทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ และไม่ต่อเนื่อง รวมถึงการไม่สามารถจัดการกับข้าวของในหมวดของ ‘ความทรงจำ’ ได้ ซึ่งเป็นปัญหายากสุดที่หลายคนเคยเจอ คุณไม่อยากจะทิ้งรูปภาพที่ถ่ายคู่กับแฟนเก่าในอดีต คุณทำใจไม่ได้ที่จะทิ้งแผ่นซีดีรวมเพลงรักที่เคยมีคนบันทึกมาให้ ดูแววตาของตุ๊กตาหมีที่ฉันเคยได้รับเป็นของขวัญวันรับปริญญาตัวนั้นสิ มันดูละห้อยเหลือเกินเหมือนรู้ว่าฉันจะเอามันไปทิ้ง สารพัดข้ออ้างที่ทำให้เรายังเก็บของเหล่านั้นไว้อยู่ และกำลังจะถูกปรับทัศนคติใหม่ด้วยบทเรียนที่ 2 จากหนังสือเล่มนี้

 

KonMari

กฎเหล็กของคนโด มาริเอะ คือ การจัดเรียงข้าวของให้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน และทิ้งของที่ไม่ปลุกเร้าความสุขอีกต่อไป

 

     ‘บ้านรก’ กับ ‘บ้านเกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์’ ไม่เหมือนกัน หลายคนคิดว่าการที่บ้านกลับมารกอีกครั้งนั้นคือ บ้านเกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ คนโด บอกไว้ว่า ถ้าคุณกำหนดจุดตายตัวของข้าวของเหล่านั้นไว้แล้ว (จากบทเรียนในเล่มแรก) การปล่อยให้บ้านรกบ้างนิดๆ หน่อยๆ ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ขอแค่คุณอย่าท้อใจในความรกของบ้านและบอกตัวเองว่า ‘แค่มีเวลาสักสามสิบนาทีก็ทำให้บ้านเป็นระเบียบได้แล้ว’ การกำหนดตำแหน่งตายตัวให้ข้าวของทุกชิ้นในบ้าน คุณจะประสบความสำเร็จในการจัดบ้านแน่นอน

     เพิ่มแรงจูงใจด้วยการ ‘ถ่ายรูปก่อนเริ่มจัดบ้าน’ ลองใช้กล้องถ่ายรูปหรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือ ถ่ายรูปสภาพห้องที่รกรุงรังเก็บไว้ แน่นอนว่ารูปที่ได้จะทำให้เรารู้สึกท้อใจแบบสุดๆ แต่พอเราเริ่มจัดบ้านไปสักพัก เราจะลืมความรู้สึกเหล่านั้น เมื่อกลับมาดูรูปที่ถ่ายตอนแรกไว้เราจะรู้สึกทันทีว่า ‘ตอนนี้บ้านเริ่มเป็นระเบียบ และดูดีกว่าตอนแรกตั้งเยอะเลย’ ดังนั้น การจัดบ้านให้สำเร็จต้องไม่หวาดหวั่น ไม่เลิกกลางคัน และไม่ถอดใจ

     ‘มาสร้างบ้านที่ปลุกเร้าความสุขกันเถอะ’ คนโด มาริเอะ บอกว่าให้คุณเลิกคิดว่าตัวเองไม่ใช่นักออกแบบ ไม่ใช่นักจัดบ้าน เป็นแค่คนธรรมดาแล้วฉันจะไปจัดบ้านให้สวยๆ ได้อย่างไร เพราะแนวคิดของเธอนั้น เธอเชื่อว่า ยิ่งเป็นคนจัดบ้านไม่เก่งก็ยิ่งประสบความสำเร็จในการจัดบ้านมากขึ้นอีกเท่าตัว เพราะเมื่อเรารู้วิธีจัดบ้านที่ถูกต้องแล้ว ก็เหมือนเราปรับความคิดในสมองของตัวเองให้มีลำดับอย่างเป็นขั้นเป็นตอนไปในตัว และที่สำคัญ ‘เทพแห่งการจัดบ้าน’ จะไม่มีวันทอดทิ้งใคร แม้กระทั่งคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีวันจัดบ้านได้สำเร็จชั่วชีวิตก็ตาม

     แต่เทพองค์นี้จะช่วยเหลือเฉพาะคนที่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะลงมือจัดบ้านเท่านั้น

 

KonMari

ข้าวของที่เต็มไปด้วยความทรงจำคือ สิ่งที่ยากที่สุดในการจัดเก็บบ้าน

 

KonMari

ห้องที่เรียบง่ายแต่กลับไม่มีของที่ปลุกเร้าความสุขให้ผู้อยู่อาศัย ฉันคิดว่าคุณควรทำให้ห้องเต็มไปด้วยข้าวของที่ปลุกเร้าความสุขให้ตัวเองมากกว่า – คนโด มาริเอะ

The Conclusion

     แค่การจัดบ้านจะเปลี่ยนชีวิตได้ขนาดนั้นเลยเหรอ โม้หรือเปล่า พูดให้โอเวอร์เพื่อที่จะได้ขายหนังสือได้สินะ เราก็เคยคิดแบบนี้ แต่เมื่อเรียนรู้ถึงแนวคิด KonMari แล้ว คุณจะพบว่าตัวเองเปลี่ยนไป เหมือนกับห้องที่เคยรกแล้วกลายเป็นห้องใหม่ที่น่าอยู่ เพราะการจัดบ้านก็คือการจัดระเบียบความคิดในหัวของเรา สอนให้เรากล้าตัดสินใจที่จะ ‘เลือก’ และ ‘ไม่เลือก’ อะไร ช่วยจัดการกับระบบความคิดที่ทำให้ชีวิตยุ่งเหยิง ในหนังสือเล่มแรกคนโดบอกไว้ว่าการเคลียร์เอกสารต่างๆ ทิ้งไปให้หมด ถึงแม้จะมีเอกสารสำคัญติดไปด้วยโดยไม่รู้ตัวก็ไม่เป็นไร

     เพราะเราจะใช้ ‘เวลา’ในการแก้ปัญหาที่เอกสารนั้นหายไปน้อยกว่าการนั่งรื้อหาเอกสารแผ่นนั้นทั้งวัน หรือในเล่ม 2 นี้ ก็จะเป็นเรื่องของการเก็บของที่ ‘ไม่แน่ใจ’ ว่าควรทิ้งดีหรือไม่ เพราะชีวิตไม่จำเป็นต้องซ้ายจัดหรือขวาจัด ถ้าของชิ้นนั้นมีพลังในการปลุกเร้าความสุขให้เราแต่ไม่รู้ว่าจะเอามันไปใช้ประโยชน์อะไรได้ บางทีการทิ้งก็ไม่ใช่คำตอบเสมอไป ส่วนจะจัดการกับของชิ้นนี้อย่างไร คงต้องตามไปศึกษากันเองในหนังสือเล่มนี้

     แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าไม่มีการเรียนรู้ไหนที่มีทางลัด ถ้าคุณยังไม่เคยอ่าน ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว เล่มแรก เราขอแนะนำให้คุณไปอ่านเสียก่อน แล้วค่อยมาเรียนรู้ ‘วิธีการครอบครองบ้านในฝันและชีวิตที่มีความสุขหลังจากทิ้งของที่ไม่ปลุกเร้าความสุขไปแล้ว’ ด้วยกัน

 


FYI

หนังสือชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว 2

สำนักพิมพ์ WE LEARN ราคา 195 บาท

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon