Universal Basic Income (UBI) เงินเดือนให้เปล่า : ทางออกของมนุษย์ยุคหุ่นยนต์?

Agenda
17 Nov 2017
เรื่องโดย:

รู้หรือไม่ว่าในขณะที่คุณกำลังทำงานหาเงินอยู่ 5 วันต่อสัปดาห์ มีคนตกงานในฟินแลนด์กว่า 2 พันคนกำลังได้รับเงินให้เปล่าจากรัฐบาล เป็นเงินประมาณเกือบ 22,000 บาททุกเดือนเป็นเวลา 2 ปี! ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะฟินแลนด์กำลังทดลองความเป็นไปได้ของนโยบายที่เรียกว่า Universal Basic Income (UBI) นโยบายการันตีรายได้พื้นฐาน ซึ่งกลับมาได้รับความสนใจจากทั่วโลกอีกครั้ง ด้วยความคาดหวังว่านี่อาจเป็นทางรอดของมนุษย์ที่กำลังถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์

แนวคิด Universal Basic Income คือการจัดสรรรายได้ขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชน โดยทุกคนจะได้รับเงินจำนวนหนึ่งต่อเดือน ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินชีวิตแบบพื้นฐาน คือพอสำหรับที่อยู่ อาหาร สุขภาวะ และการศึกษา โดยเป็นเงินให้เปล่าที่ไม่มีข้อแม้ ไม่ต้องทำงานใดๆ และทุกคนได้รับอย่างเท่าเทียมกัน

ในเคสของฟินแลนด์ แน่นอนว่ารายได้สองหมื่นสองต่อเดือนนั้นถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับเงินเดือนคนทำงานทั่วไป แต่มันก็เพียงพอให้ผู้รับดำรงชีวิตอยู่ได้แบบที่ไม่เดือดร้อนหรือเป็นหนี้สิน โดยรัฐคาดว่าในสองปีที่ได้รับเงิน UBI คนตกงานกลุ่มนี้จะสามารถออกไปประกอบอาชีพ และกลับเข้าตลาดแรงงานได้ในที่สุด

หุ่นยนต์จะฉลาดขึ้น จนเราจะมีงานที่ทำได้ดีกว่ามันน้อยลงๆ ทุกที เราทุกคนจะถูกท้าทายด้วยปัญหาการว่างงานครั้งใหญ่ จนสุดท้าย Universal Basic Income จะกลายเป็นเรื่องจำเป็น – อีลอน มัสก์

ยิ่งในอนาคตที่หุ่นยนต์จะมาแย่งงานของเราไปกว่าครึ่ง การมี UBI จึงอาจเป็นเครื่องทดเวลา ที่อาจช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงานในเบื้องต้น ก่อนที่ผู้คนนับล้านจะสามารถปรับตัวกับตลาดแรงงานและเศรษฐกิจได้

UBI เรียกแรงสนับสนุนจากทั้งนักธุรกิจและนักคิดหลายคน ตั้งแต่ อีลอน มัสก์ แห่ง Tesla, แอนดรูว์ เอ็นจี หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ประจำ Baidu เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของจีน ไปจนถึง ปิแอร์ โอมิดดียาร์ ผู้ก่อตั้ง eBay โดยเฉพาะรายหลังที่บริจาคเงินก้อนใหญ่ให้แก่การทดลอง UBI ในเคนยา ซึ่งจะแจกเงินให้เปล่าแก่ประชากร 6 พันคน ภายใต้งบประมาณกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้เวลา 10-15 ปี

อย่างไรก็ตาม การจะทำให้ UBI เกิดขึ้นจริงในระดับประเทศนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะรัฐบาลต้องใช้เงินมหาศาลจึงจะเพียงพอกับการแจกจ่าย ซึ่งอาจทำให้รัฐต้องตัดสวัสดิการสังคมอื่นๆ ออกจนหมดเพื่อระดมเงินก้อนนี้ ที่ก็ยังไม่สามารถการันตีได้ว่าที่แจกไปจะเพียงพอไหมในชีวิตจริง

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงของการได้เงินมาง่ายๆ ที่อาจทำให้คนไม่กระตือรือร้นและขาดประสิทธิภาพในการทำงาน แล้วยังมีเรื่องเงินเฟ้อที่จะตามมา จนไม่รู้เหมือนกันว่า พอหักลบกันแล้ว การแจกเงินโดยไม่หวังผลจะช่วยคนและเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่

เราคงต้องติดตามผลการทดลองทั้งในฟินแลนด์และเคนยา แล้วนำข้อเท็จจริงมาถกเถียงหาทางออกกันต่อ

ที่แน่ๆ สิ่งที่เราทำได้โดยไม่ต้องรอ คือ ‘ปรับตัว’ และ ‘เรียนรู้’ เพื่อจะอยู่รอดในโลกการทำงานที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง

แบ่งปันเรื่องราวนี้: