ไบเบิล

Book Actually | ถ้ามองชีวิตคนเป็นตัวละครในเกมผจญภัย จะเป็นอย่างไร?

มีหนังสือขายดีตลอดกาลเล่มหนึ่งที่เราอ่านเป็นประจำก็คือ ไบเบิล ถ้าไม่นับการอ่านในแง่จิตวิญญาณแล้ว ไบเบิลเป็นเหมือนวรรณกรรมรวมการผจญภัยของชีวิตผู้คนมากมาย และบ่อยครั้งมันทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตคนนี่เหมือนเล่นเกมผ่านด่านเลยนะ ซึ่งพอคิดแบบนี้แล้ว เราเลยมอง ‘ชีวิต’ เป็นการผจญภัยที่น่าติดตาม

ไบเบิล

 

     กล่าวคือ ในเกมผ่านด่าน (Adventure Game) มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันหมดคือตัวละครจะได้รับภารกิจ (Mission) ให้ฝ่าด่านไปเรื่อยๆ โดยมีเป้าหมายปลายทางต่างๆ นานา เช่น ไปถึงดินแดนแห่งขุมทรัพย์ หรือไขปริศนาของเกมทั้งหมดได้สำเร็จ ซึ่งในมุมของศาสนาคริสต์ก็คล้ายแบบนี้เช่นกัน คือมองว่า ทุกคนเกิดมาโดยมีภารกิจบางอย่างที่ต้องทำ

     เช่น มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำการต่อสู้เรื่องการเหยียดผิว หรือ แนนซี แฮงซ์ เกิดมาเพื่อให้กำเนิดเด็กน้อยชื่อ อับราฮัม ลินคอล์น แต่ไม่ว่าเป้าหมายของใครจะดูเล็กน้อยธรรมดาในสายตามนุษย์ แต่ในมุมของผู้สร้างหรือพระเจ้ากลับมองว่า เป้าหมายชีวิตทุกคนต่างยิ่งใหญ่หมด เพราะทุกคนล้วนแต่เป็นจิ๊กซอว์ของภาพรวม หากขาดจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กเพียงชิ้นเดียวไป ภาพก็ไม่สมบูรณ์อยู่ดี

     ทีนี้ เวลาพระเจ้าสร้างคนมา ก็ไม่ใช่ว่าจะให้ภารกิจมาทำเพียงอย่างเดียว แต่ก็ต้องให้พรสวรรค์ (Gift) ที่เหมาะสมกับภารกิจของแต่ละคนติดตัวมาด้วย ไม่ต่างกับความถนัดหรือไอเทมของตัวละครในเกม และเพื่อให้แต่ละคนฝ่าด่านแต่ละด่านที่ยากขึ้นไปได้ พระเจ้าก็จะส่งตัวช่วย ปาฏิหาริย์ สถานการณ์ หรือพรสวรรค์เพิ่มเติมเข้ามา

 

     อย่างชีวิตของ อับราฮัม ลินคอล์น ผู้มีพรสวรรค์ติดตัวเป็นเด็กหัวดี ชอบเรียนหนังสือ ทั้งๆ ที่เติบโตมาในครอบครัวยากจน และมีพ่อเป็นขี้เหล้า แต่พระเจ้าก็ส่งตัวช่วยที่ดีมาให้คือ แม่ผู้ให้กำเนิดที่รักลินคอล์นมาก แต่เสียชีวิตลงตอนเขาอายุได้ 9 ปี และมาได้ตัวช่วยที่ดีอีกคน คือแม่เลี้ยงที่มาคอยซัพพอร์ตดูแลลินคอล์นต่อ

     ทว่าหากมองกันแบบทั่วไป ชีวิตที่ยากจนของลินคอล์นเป็นเรื่องที่ไม่ดี จริงไหม? แต่ถ้าลองมองในมุมพระเจ้า ความยากจนเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับภารกิจชีวิตของลินคอล์น เพราะมันทำให้เขาเข้าใจหัวอกคนตกทุกข์ได้ยาก อีกทั้งทำให้เขามีบุคลิกต่อสู้ดิ้นรน และยังช่วยให้เขามีบุคลิกถ่อมเนื้อถ่อมตัวที่ทำให้มีแต่คนรักใคร่

     วันหนึ่งเมื่อเขาโตเป็นหนุ่ม เขามีโอกาสล่องเรือไปที่เมืองนิวออร์ลีนส์ และได้เห็นความเป็นอยู่ที่เลวร้ายของทาส เหตุการณ์นั้นจุดประกายให้เขาเห็นภารกิจชีวิตตัวเองชัดเจน คือ ‘การเลิกทาส’ ให้สำเร็จ ส่งผลให้หลังจากนั้นเขาตัดสินใจเรียนกฎหมายเพื่อมาเป็นทนายความ และลงสมัครเป็นนักการเมือง แต่ชีวิตก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สำหรับคนหนุ่มไฟแรงอย่างเขา เขาอาจฝันที่จะรีบเข้าไปแก้ปัญหาให้ได้ในทันที แต่ในมุมมองพระเจ้า กลับเห็นว่าวัยหนุ่มของลินคอล์นยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

     อย่างครั้งหนึ่งตอนลินคอล์นลงสมัครชิงตำแหน่ง ส.ส. แข่งกับตัวเก็งที่เป็นนักการเมืองแนวมาเฟีย ลินคอล์นผู้มีบุคลิกเฉิดฉาย ฉลาดเฉียบคม ถ่อมตัวเป็นกันเอง สร้างคะแนนนิยมขึ้นมาสูสีเป็นรองตัวเก็งแบบไม่ห่าง แต่แล้วก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน ลินคอล์นก็ประกาศกับเหล่าผู้สนับสนุนว่า เขาขอถอนตัวจากการแข่งขันและขอให้ทุกคนที่สนับสนุนเขา ช่วยกันเทคะแนนให้ผู้สมัครอีกคนที่มีคะแนนนิยมเป็นลำดับสามแทน เหตุผลเพราะลินคอล์นมองแล้วว่าหากตัวเองแข่งต่อก็ไม่มีทางโค่นตัวเก็งที่นิสัยไม่ดีได้ ฉะนั้น สู้เอาคะแนนตัวเองไปรวมกับคนที่ได้ที่สาม แล้วให้คนที่สามที่นิสัยดีกว่า ชนะตำแหน่งยังจะดีกว่า เพราะประชาชนจะได้ ส.ส. ที่ดีกว่าเดิม

     นี่เป็นเรื่องบ้าระห่ำมาก เพราะมันคือการเสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมแบบที่ตัวลินคอล์นไม่ได้อะไรเลย แถมยังต้องมาใช้หนี้ก้อนโตที่ใช้ไปกับการหาเสียงอีกต่างหาก แต่สำหรับพระเจ้า พระเจ้าชอบคนแบบนี้มาก เพราะสิ่งที่พระเจ้าสนใจมากที่สุดในตัวมนุษย์ก็คือ ‘หัวใจ’ หาใช่ความสำเร็จ  ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินที่มนุษย์เทิดทูนกัน

     ฉะนั้นถ้าพูดอีกอย่างคือ การผ่านด่านชีวิตแต่ละขั้นก็คือการขยายขึ้นของขนาด ‘หัวใจ’ ว่าคนเรามีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ขึ้นแค่ไหน เพราะยิ่งมีหัวใจที่ใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ พระเจ้าก็จะส่งภารกิจที่ใหญ่และสำคัญขึ้นให้เราได้เท่านั้น หากลองคิดในทางกลับกัน ถ้าหัวใจของเราเล็ก เราจะรับผิดชอบภารกิจวัดใจกันหนักๆ ได้อย่างไร

     ทว่าการเสียสละครั้งนั้นของลินคอล์นก็ไม่ได้สูญเปล่า แต่กลับช่วยสร้างเครดิตให้เขาโด่งดังในฐานะทนายหนุ่มผู้มีอุดมการณ์แรงกล้าและจริงใจกับประชาชน โดยหลายปีต่อมา เมื่อลินคอล์นลงสมัครเลือกตั้ง เขาก็ได้รับเลือกสมใจ แถมคนที่มาช่วยเขาหาเสียงก็ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็นผู้สมัคร (ที่มีคะแนนเสียงเป็นที่สาม) ที่เขาเคยช่วยเมื่อก่อนนั่นเอง หลังจากนั้นทั้งบุคลิก ความสามารถ และความนิยมในตัวเขาก็ส่งผลให้ลินคอล์นก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีได้สำเร็จ หลังจากรอคอยมานานกว่า 14 ปี

     พอก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแล้ว ภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตก็มาถึง ทว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเมื่อคนกว่าครึ่งประเทศยังสนับสนุนการใช้แรงงานทาส ดังนั้น สิ่งที่ลินคอล์นฝันไว้จึงเป็นการท้าทายคนมหาศาล และมันสร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนเกิดสงครามกลางเมืองนองเลือดไปทั่วแผ่นดิน

 

     ทีนี้ คุณพอเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ทำไมพระเจ้าถึงต้องทำให้ชีวิตลินคอล์นตรากตรำและรอคอยนานขนาดนั้น เหตุผลก็เพราะว่า ถ้าหัวใจไม่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่พอ ไม่มีทางที่ชายคนนี้จะทำภารกิจฝ่าพายุร้ายนี้ได้เลย แต่คงปอดแหกยอมแพ้ไปเสียก่อน

     แต่เพราะลินคอล์นคือลินคอล์นที่อดทนและสู้ชีวิตมานานเพื่อเป้าหมายเดียวคือ ยกเลิกทาสให้สำเร็จ เมื่อถึงโอกาสที่เขาได้ลงมือทำ เขาจึงมุ่งมั่นและพยายามทุกวิถีทาง จนมีชัยเหนือรัฐฝ่ายใต้ (ที่สนับสนุนการใช้ทาส) และกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจารึกว่า เขาคือคนยกเลิกกฎหมายทาสได้สำเร็จ

     และแม้สุดท้าย ลินคอล์นจะเสียชีวิตจากความโกรธแค้นอันเป็นผลจากสิ่งที่เขาทำ แต่ความตายของเขาก็กลายเป็นตำนานให้โลกจดจำ และยังเป็นพลังผลักดันให้ทั่วโลกตื่นตัวกับเรื่องทาส ซึ่งนับเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้กฎหมายทาสหายไปจากโลกนี้

     และแน่นอนว่า ถ้าลินคอล์นรับรู้เรื่องราวหลังการตายของเขาได้จริง เขาคงอิ่มใจมากกว่าเสียใจ เพราะกระทั่งการตายของเขาก็ยังสานภารกิจชีวิตตัวเองต่อได้อีก

 

     อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณผู้อ่านบางคนที่อ่านเรื่องนี้แล้ว อาจย้อนมองดูตัวเองว่า ฉันเป็นแค่คนตัวเล็กๆ จะไปทำอะไรยิ่งใหญ่อย่างนี้ได้ แต่อย่าลืมว่า เด็กน้อยต่างจังหวัดอย่างลินคอล์นก็มาจากจุดที่ไม่ต่างกัน แต่ปลายทางชีวิตก็ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะพระเจ้าไม่ได้ให้เด็กน้อยก้าวขึ้นมาเปลี่ยนโลกในทันที แต่ค่อยๆ ให้ฝ่าด่านแต่ละด่านไปทีละขั้น จนรู้ตัวอีกทีเขาก็เข้าสู่เส้นชัยชีวิตแล้ว

     ฉะนั้น อย่าได้น้อยใจไป ถ้าด่านชีวิตของคุณมันยากเย็นแสนเข็ญ เพราะด่านยากที่คุณเจอ มันบ่งบอกว่าคุณกำลังจะได้ทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่และสำคัญขึ้นไปเรื่อยๆ เนื่องจากหัวใจคุณจะใหญ่ขึ้นตาม และถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าภารกิจชีวิตคืออะไร? มีคำใบ้ง่ายๆ ว่าพระเจ้าชอบให้คนรักกัน เหมือนคำสอนที่ว่า “จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง”

     ดังนั้น ถ้าสิ่งที่คุณทำคือ การได้รักและช่วยคนอื่นแล้วล่ะก็ เตรียมตัวรับไอเทมและสกิลเพื่อด่านต่อไปได้เลย