วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ | อำนาจนิยมกับคดีความของคนร่ำรวยในประเทศเรา

Editor's Note
19 Mar 2018
เรื่องโดย:

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

มันจะมีคนอยู่ประเภทหนึ่ง ซึ่งเรามักจะมองเขาด้วยความยำเกรง หวาดกลัว เพราะรู้สึกว่าเขามีอำนาจเหนือกว่า เคยสังเกตไหม เวลาขับรถวนหาที่จอดในศูนย์การค้าวันเสาร์อาทิตย์ จะมีคนประเภทที่จะต้องแสดงตัวเองว่าฉันเหนือกว่าใครๆ ด้วยการจอดรถให้ได้ใกล้ประตูทางเข้ามากที่สุด ไม่ว่าจุดจอดนั้นจะถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ก็ตาม

     คนพวกนี้มักจะจอดซ้อนคัน จอดทับเส้นตารางเหลือง จอดในที่จอดรถคนพิการ ฯลฯ คนพวกนี้จะขับรถที่ใครเห็นก็รู้ทันทีว่าราคาแพง เปิดไฟฉุกเฉินกะพริบไว้ แล้วเปิดประตูลงจากรถเพื่อไปหยิบกรวยส้มออก ขับปีนป่ายไปบนฟุตปาธ หรือขึ้นไปทับบนลานต้นไม้

     คนที่ขับรถตามหลังมาอย่างพวกเราก็ไม่อยากจะไปยุ่งด้วย เพราะลึกๆ แล้วเรารู้สึกกลัว ไม่รู้ว่าคนแบบนี้จะสร้างปัญหาอะไรให้กับเราได้แค่ไหน ขนาดยามเองที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ยังทำได้แค่ยืนมองตาปริบๆ ไม่กล้าเข้าไปห้ามปราม เพราะเกรงกลัวในอำนาจไม่ต่างไปจากเรา หรือถ้ามียามสักคนกล้าเดินเข้าไปไถ่ถาม เขาจะทำท่ารีบร้อน ควักกระเป๋าจ่ายทิปให้ยามด้วยแบงก์สีฟ้าหรือสีแดง แล้วยามจะช่วยหยิบกรวยส้มมาวางกั้นรอบรถไว้ให้ ปล่อยให้คนพวกนี้เดินลอยนวลเข้าห้างไปอย่างไม่ยี่หระ

     นี่คือความสำเร็จหรือ Trophy สำหรับเขา

 

     พฤติกรรมแสดงอำนาจเป็นสิ่งที่เรามองเห็นกันคุ้นตาในสังคมแบบอำนาจนิยม เราจะหงุดหงิด คับแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะสบถสาปแช่งในใจ หรือซุบซิบนินทากับคนที่นั่งข้างๆ แล้วก็หลงลืมมันไป

     เหล่าชนชั้นกลางทะเยอทะยานอย่างเราๆ ล่าสถานะทางสังคมด้วยการผ่อนคอนโดฯ กลางเมืองและผ่อนรถหรู เราแสดงออกถึงชนชั้นทางสังคมด้วยอำนาจการจับจ่ายบริโภคสินค้า เป็นการบริโภคสัญญะของราคาสินค้าที่ทุกคนเข้าใจและรับรู้ตรงกันในระบบเศรษฐกิจเดียวกัน บ้าน รถ เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ มื้ออาหารที่อร่อยกว่าใคร และการท่องเที่ยวที่ไปได้ไกลกว่าใครๆ

     ในขณะที่ชนชั้นสูง คนที่ร่ำรวยแบบมีทรัพย์สินเป็นหมื่นแสนล้าน เขามีอำนาจจับจ่ายบริโภคเหนือกว่าพวกเรามาทั้งชีวิตอยู่แล้ว จนเขาไม่รู้สึกว่ามันจำเป็นจะต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยสัญญะของราคาให้ใครเห็น เขาอาจจะแต่งตัวซอมซ่อ ดูภายนอกปกติธรรมดา ไม่ออกสื่อ ไม่ปรากฏตัว แต่เขาแสดงออกถึงสถานะที่เหนือกว่า ด้วยการแสดงอำนาจให้อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั้งปวงในสังคม ไม่สนศีลธรรมจรรยา ไม่สนคำวิพากษ์วิจารณ์ ไม่สนบรรทัดฐาน และไม่สนกฎหมายบ้านเมือง

     คนพวกนี้มีอยู่จริง และมีมากขึ้น พร้อมกับจำนวนคนยากคนจนที่มีมากขึ้นมากกว่า เขาร่ำรวยไปถึงระดับที่ใครก็แตะต้องไม่ได้ และเขาจะแสดงความเหนือกว่า ด้วยการทำทุกทางให้ทุกคนเห็นว่าไม่มีใครแตะต้องเขาได้

     ในขณะที่ชนชั้นกลางไปเที่ยวเมืองนอก ช้อปปิ้งซื้อของหรูหรามากมายมาถ่ายภาพอัพใส่อินสตาแกรม แต่สุดท้ายต้องมายืนต่อคิวเพื่อออกทางช่องตรวจภาษี คนที่เหนือกว่าจะช้อปปิ้งซื้อของที่หรูหราและจำนวนมากมายกว่านั้น แต่เขาจะกลับเข้ามาด้วยช่องทางพิเศษ ไม่ต้องผ่านการตรวจค้น และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องอำนวยความสะดวก

     ในขณะที่ชนชั้นกลางไปท่องเที่ยวป่าเขาลำเนาไพร กางเต็นท์นอนเบียดเสียดเหมือนค่ายผู้อพยพ บริเวณที่พักที่ทางอุทยานจัดไว้ให้ แต่คนที่เหนือกว่าจะให้บริวารยกหูโทรศัพท์กริ๊งเดียวถึงผู้มีอำนาจสูงสุด เบิกทางให้เขาขับรถคันใหญ่ตะลุยฝ่าเข้าไปกลางป่าเขาอันบริสุทธิ์ และทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจข้างในนั้นโดยไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพราะเราต่างก็เกรงกลัวต่ออำนาจ

 

     ตามความเข้าใจของเรา ทุกคนทำผิดแล้วต้องรับโทษ ทุกคนทำผิดแล้วต้องโดนตำหนิติเตียน แต่คนพวกนี้ไม่ยี่หระใดๆ เหมือนกับการจ่ายเงินแบงก์ฟ้าแบงก์แดงให้กับยาม แล้วเดินอาดๆ ออกจากความผิดที่ตำตา เข้าศูนย์การค้าไปแค่นั้น

     คดีความของคนร่ำรวยในประเทศของเรามักจะเป็นเช่นนี้ การได้รับอภิสิทธิ์พิเศษคือความสำราญใจข้างในลึกๆ ที่ชนชั้นสูงสามารถแสดงอำนาจตัวเองที่อยู่เหนือชาวบ้าน อำนาจบ้านเมือง และระบบราชการทั้งปวง การถูกจับได้และถูกสังคมประณาม ไม่ได้ทำให้เขากระทบกระเทือน แต่กลับยิ่งทำให้เขากระหยิ่มยิ้มย่อง พวกพ้องและบริวารก็จะยิ่งชื่นชมยินดีไปกับอำนาจนี้

     ระบบความคิดของคนพวกนี้แตกต่างไปกว่าที่เราจะทำความเข้าใจ เขาไม่ต้องการอวดร่ำอวดรวยแข่งกันกับใครอื่น เพราะเขาเหนือกว่าแน่นอนอยู่แล้ว เขาไม่ได้ต้องการให้ใครอิจฉาริษยา ไม่ต้องการให้ใครมาชื่นชม ยอมรับ มอบความรักให้ แต่เขาต้องการทำให้ทุกคนรู้สึกยำเกรง หวาดกลัว เขาทำให้ทุกคนเชื่อว่าสังคมนี้มีชนชั้น มีความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียม เราทุกคนอยู่ในสังคมไม่มีขื่อไม่มีแป ไม่มีความยุติธรรม

     อำนาจนิยมเช่นนี้ได้ผลิตซ้ำตัวเองออกมาเป็นกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ตอกย้ำให้เราทุกคนรับรู้และยอมรับ ว่าถ้าใครมีอำนาจ ก็ฝ่าฝืนกฎระเบียบได้ทุกอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าชนชั้นกลางทะเยอทะยานอย่างพวกเรา ไม่มีทางมีอำนาจแบบนั้นได้ และเราไม่มีวันไต่เต้าปีนป่ายขึ้นไปถึงชนชั้นที่สูงส่งแบบนั้น

     พวกเราก็ทำได้แค่ซุบซิบนินทา เสียเวลาไปเป็นเดือนๆ เป็นปีๆ กับการสไลด์หน้าจอเพื่ออ่านข่าวคดีความ รับรู้ความเลวร้ายของพวกเขา เราทำภาพตัดต่อเป็นมีมตลกๆ แล้วแชร์ไปแชร์มาในโซเชียลมีเดีย รณรงค์ร่วมลงชื่อ เวลาผ่านไปเป็นเดือน เป็นปี จนทุกคนหลงลืมไปหมดสิ้น พอเมื่อมีใครสักคนนึกขึ้นได้แล้วเอ่ยถึง เราจะพบว่าคนพวกนี้กำลังเสวยสุขอยู่ในจุดที่ไม่มีใครไปแตะถึง

     หรือไม่ก็มีเราบางคน ที่ยอมไปทำงานฝ่าฝืนกฎระเบียบให้กับพวกเขา เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของบริวารคนรับใช้ เผื่อว่าจะได้เงินทองมา เพื่อสักวันเราผ่อนคอนโดมิเนียมกลางเมือง ซื้อรถหรู แล้วพอวันเสาร์อาทิตย์ ก็จะได้เอารถไปจอดตรงจุดที่ใกล้ประตูทางเข้าศูนย์การค้ามากที่สุด วนเวียนเป็นวัฏจักรของชนชั้น ระหว่างชนชั้นกลางที่ทะเยอทะยานไม่เคยไปถึงฝั่งฝันในสังคมอำนาจนิยมที่ยังคงเหลื่อมล้ำและถูกชนชั้นสูงกดทับเราเหมือนเดิม มันก็แค่นั้นเอง 

     สังคมนี้จะสั่นคลอนเขย่าขวัญไปอีกนาน ตราบที่คนประเภทนี้ยังลอยนวล ตราบที่เรายังอยู่ภายใต้กฎหมาย โดยที่พวกเขาสามารถลอยอยู่เหนือ

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN นักเขียนผู้ชอบแมวและหมา แต่เกลียดเสียงหมาเห่า เลยเลี้ยงแมวดีกว่า เคยเชื่อว่าตัวเองเป็นคนลักษณ์ 4 แต่เพื่อนๆ บอกว่าเป็นลักษณ์ 5 ชอบเขียนถึงเรื่องราวที่โศกซึ้ง แต่เพื่อนบอกว่ามันเป็นมุมมองของคนคิดลึกซึ้งมากกว่า