เสร็จก่อน สมบูรณ์ทีหลัง: ข้อคิดในการทำตามเป้าหมายให้สำเร็จ

Live, Learn, Love!
23 May 2019
เรื่องโดย:

กรแก้ว บัวสระแก้ว, พชร สูงเด่น

รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปแล้วครึ่งปี มีใครรู้สึกเหมือนกันไหมว่ายังจำช่วงเวลายกแก้วฉลอง กระโดดกอดคนข้างๆ เสียงพลุดังอยู่เป็นแบ็กกราวนด์ในวันสุดท้ายของปีเก่า แต่จะเมามายกับการปลดปล่อยแค่ไหนก็ยังกระโดดขึ้นจากเตียงได้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในเช้าแรกของปีใหม่ หยิบปากกาขึ้นมาจรดลงไปบนสมุดเล่มใหม่ ขึ้นต้นบรรทัดแรกว่า “New year’s resolutions” เขียนเส้นใต้หนาๆสองขีด ตามมาด้วยบูลเล็ตพอยต์ วงกลมที่หนึ่ง สอง สาม สี่… กับสิ่งที่จะทำให้ได้ในปีนี้

     ผ่านมาแล้วครึ่งปี สมุดเล่มนั้นยังอยู่กับตัวหรือเปล่า มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง น้ำหนักลดไปเท่าไหร่ ธุรกิจที่อยากลองทำได้เริ่มไหม ต้นฉบับนั้นที่เขียนค้างไว้ ไปถึงไหนแล้ว

     ไม่ต้องตกใจถ้าหาสมุดนั้นไม่เจอ น้ำหนักยังไม่ลด ธุรกิจยังไม่เริ่ม หนังสือยังไม่ได้ออก เป้าหมายที่เขียนไว้อาจมีเครื่องหมายถูกเพียงแค่ข้อสองข้อ ไม่มีอะไรผิดปกติกับคุณหรอก พวกมนุษย์ 8 เปอร์เซ็นต์1 บนโลกนี้ต่างหากที่ประหลาดทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีใหม่ได้ พวกมนุษย์ 8 เปอร์เซ็นต์ช่างเป็นคนไม่ธรรมดา แต่ไม่หรอก มองดูดีๆ สิ เมื่อต้นปีเขาก็เป็นคนธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษมากกว่า สิ่งเดียวที่อาจต่างไปบ้างไม่ใช่ความวิเศษเหนือธรรมดา หากคือการลงมือทำของพวกเขา – ใช่ สิ่งเดียวที่พวกเขา 8 เปอร์เซ็นต์ต่างไปจากเราที่เหลือคือพวกเขาลงมือทำ ส่วนเรา, รอ

     รอให้ปัจจัยพร้อม ฟ้าใสแดดออกถึงจะออกไปวิ่ง, รอเศรษฐกิจดี การเมืองมั่นคงค่อยเริ่มธุรกิจ, รอให้ได้คำสวยงาม เนื้อหาโดนใจถึงค่อยเขียนออกมา, รอให้เจอสถานที่ในฝันทั้งสวยงาม สบาย สะดวก แล้วค่อยออกเดินทาง, รอ รอ… รอ…

 

     อลิซาเบธ กิลเบิร์ต (Elizabeth Gilbert) เจ้าของหนังสือเบสต์เซลเลอร์ Eat Pray Love2 เล่าไว้ว่า หนังสือที่ใครต่อใครชอบกันนักหนานั้น เธอแทบจะล้มเลิกกลางทางเมื่อเขียนมันไปได้เจ็ดสิบกว่าหน้า เพราะมันไม่ ‘เพอร์เฟ็กต์’ เอาเสียเลย เหตุผลเดียวที่ทำให้เธอลุกขึ้นมาเขียนมันต่อจนจบก็เพราะความอดรนทนไม่ได้ที่คิดว่าจะตายไปโดยมีต้นฉบับเจ็ดสิบหน้าคาไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ไม่มีผู้ใดได้อ่าน

     “The world is ffiilled with too many unffiinished manuscripts as it is, and I didn’t want to add another one to that bottomless pileโลกนี้เต็มไปด้วยต้นฉบับที่เขียนไม่เสร็จมากพอแล้ว ฉันไม่อยากเพิ่มมันเข้าไปในกองนั้นอีก”

     แม้ในวันนี้หนังสือของเธอจะถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์ยังติดอันดับขายดี เธอก็ยังคงเห็นจุดผิดพลาดไปเสียทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมาอ่าน แต่แม้มันจะเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดทางตรรกะ การวางเส้นเรื่อง แรงจูงใจตัวละคร หรือไวยากรณ์ภาษาแค่ไหน สิ่งเดียวที่ทำให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือในดวงใจของใครหลายคน เป็นหนังสือที่สร้างชีวิตใหม่ให้เธอได้ ก็เป็นเพราะการตัดสินใจครั้งนั้นที่เธอเปลี่ยนจากความคาดหวังให้มัน ‘สมบูรณ์แบบ’ เป็นตั้งใจให้มัน ‘เสร็จ’ แทน

     และไม่ใช่แค่อลิซาเบธ แต่ใครหลายคนที่เราชื่นชมผลงานพวกเขาก็ดูจะคิดไม่ต่าง พอล แม็กคาร์ตนีย์ เล่าว่าช่วงที่ The Beatles รวมตัวกันใหม่ๆ เขาจะไปบ้าน จอห์น เลนนอน ทุกวันเพื่อแต่งเพลงอย่างน้อยหนึ่งเพลงต่อวัน เพลงหลายเพลงที่ดังยาวนานจนถึงวันนี้ก็เป็นผลจากการเขียนเพลงให้เสร็จทุกวันในช่วงเวลาเริ่มต้นนั้น, สตีเฟน คิง นักเขียนที่มีผลงานนิยาย 59 เล่ม เรื่องสั้น 200 กว่าเรื่อง และอีกมากมายที่จำกัดประเภทไม่ได้ จำนวนงานมหาศาลที่ทำให้เขาดูเป็นยอดมนุษย์เหนือคนธรรมดา หากสตีเฟนบอกเพียงว่าเขาแค่เขียน3 เขียนมันทุกวัน เขียนในสิ่งที่เริ่มให้เสร็จก็เท่านั้น

 

     “Perfect is the enemy of the good—ความสมบูรณ์แบบเป็นศัตรูของความดี

     วอลแตร์ (Voltaire) นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้เช่นนั้น แล้วทำไมกันความสมบูรณ์แบบถึงเป็นสิ่งไม่ดี ทำไมวอลแตร์ถึงพูดเช่นนั้น ทำไมอลิซาเบธถึงบอกว่าความสมบูรณ์แบบเกือบทำให้เธอไม่ได้มีผลงานเบสต์เซลเลอร์ระดับโลกได้

     จิตวิทยาอธิบายเรื่องนี้ว่า การยึดติดกับความสมบูรณ์ทำให้เกิดสภาวะ ‘อัมพาต’ ทางความคิด ทำให้คนยึดติดกับ ‘ตัวตน’ ผูกความเป็นตัวเองเข้ากับผลงานจนกลัวที่งานนั้นจะผิดพลาด กลัวเสียงวิพากษ์วิจารณ์เมื่องานนั้นถูกเปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชน กลัวจนไม่ทำมันเสียดีกว่า เก็บมันไว้ก่อน รอให้ถึงวันเวลาเหมาะสม วันที่ฟ้าเป็นใจที่ไม่เคยมาถึง

     ‘The Cult of Done Manifesto’4 เป็นแถลงการณ์ที่เขียนเล่นๆ อย่างจริงจังโดยคู่รักนักเขียน Bre Pettis และ Kio Stark ที่ใช้เวลา 20 นาทีบนเตียงตอนเช้าเขียนคำประกาศนี้ออกมา คำประกาศที่ย้ำเตือนพวกเขาอยู่ทุกวันนับจากเช้านั้นที่เขียนแถลงการณ์จนเสร็จ (ไม่) สมบูรณ์ออกมา 20 ข้อในแถลงการณ์ที่มีใจความสำคัญว่า ‘จงลงมือทำ’

     บางส่วนของ ‘แถลงการณ์ลัทธิทำให้เสร็จ’ ของพวกเขาบอกเคล็ดลับการทำให้เสร็จไว้ว่า การลองแสร้งทำเป็นรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรนั้นแทบจะเหมือนกับว่าคุณรู้จริงๆ ดังนั้น จงยอมรับว่าคุณรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่ (แม้ว่าจริงๆ แล้วคุณอาจจะไม่ก็ตาม), โยนการผัดวันประกันพรุ่งทิ้งไปซะ, ความผิดพลาดก็เป็นการทำเสร็จเหมือนกัน ดังนั้น จงพลาดซะ, การทำเสร็จจะช่วยให้คุณทำอย่างอื่นเสร็จได้มากขึ้น และคุณจะเสร็จมากขึ้น มากขึ้นไปเรื่อยๆ ฯลฯ

 

     ครึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่นั่นคือความจริง ปฏิทินถูกใช้ไปครึ่งเล่มแล้ว เวลาชีวิตก็เหลือน้อยไปอีกครึ่งปีแล้ว ใจแป้วบ้าง เสียดายบ้างเมื่อนึกว่าถ้าวิ่งตั้งแต่ต้นปี ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนั้น ครึ่งปีนี้ก็น่าจะได้เห็นผลลัพธ์อะไรบ้าง แต่ไม่เป็นไรหรอก วันที่เหมาะสมที่สุดที่จะเริ่มอาจเป็นเมื่อวาน แต่วันที่ดีรองลงมาก็คือวันนี้5

     ทำแล้วไม่สมบูรณ์ไม่เป็นไร แก้ใหม่ ปรับใหม่ไว้เป็นเรื่องอนาคต

     สิ่งเดียวที่ต้องทำในตอนนี้ คือทำสิ่งที่เริ่มให้เสร็จเสียที

 


อ้างอิง:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กรแก้ว บัวสระแก้ว

คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ - adB JUNIOR

เรื่องโดย

พชร สูงเด่น

มนุษย์รูทีน หมกมุ่น วนเวียนกับการอ่าน เขียน เรียนรู้ตลอดชีวิต