หลักการ ‘จุมพิต’ อย่างเรียบง่ายและโง่เขลาในงานดีไซน์ สู่การใช้ชีวิต

Live, Learn, Love!
18 Jul 2019
เรื่องโดย:

พชร สูงเด่น, สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ

เขาเขยิบตัวใกล้เข้ามา คุณเริ่มต้านทานไม่ไหว โน้มตัวเข้าหา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เตรียมใจ ความรู้สึกถาโถมที่ไม่ได้เผื่อใจไว้ก่อน ในวันที่ความรักบุกพิชิต ความคิดก็กระชากคุณกลับมา ความกลัว กังวล ที่เริ่มทำให้คิดไปว่าหรือนี่จะผิดที่ผิดเวลา กังวลว่าเร็วไปหรือเปล่า เขาคนนี้จะใช่คนนั้นหรือไม่ ต่อจากนี้รักของเราจะเป็นเช่นไร…

     just ‘KISS’ keep it simple and stupid… แค่จูบไป อย่างเรียบง่ายและโง่เขลา

     เปล่าหรอก นี่ไม่ใช่คาถาวิชาความรักและความสัมพันธ์แต่อย่างใด หากคือหลักการพื้นฐานในงานออกแบบวิศวกรรม ที่ในทางปฏิบัติแล้วไม่ใช่ประยุกต์ได้แค่เพียงงานวิศวกรรมเท่านั้น หากยังรวมถึงการใช้ชีวิต

 

KISS: Keep It Simple and Stupid

     หลักการที่คิดขึ้นโดย เคลลี จอห์นสัน1 วิศวกรประจำทีม Skunk Works ของกลุ่มบริษัท Lockheed Martin บริษัทผลิตยานยนต์ขนาดใหญ่ ทั้งเครื่องบินขับไล่ เรือดำน้ำ รถถัง ฯลฯ เป็นรายต้นๆ ของโลก เคลลีเป็นหนึ่งในผู้สร้างเครื่องบินขับไล่ที่ได้รับการบันทึกสถิติว่าสร้างเร็วที่สุดเป็นปรากฏการณ์ในประวัติศาสตร์การก่อสร้างเครื่องบิน โดยในปี ค.ศ. 1943 เขาใช้เวลาเพียง 143 วัน2 ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาใช้คนเพียง 10-35% จากจำนวนคนที่ต้องใช้ในการก่อสร้างโดยเฉลี่ย

     เคลลีเผยเคล็ดลับว่าเขาใช้หลักการ KISS: Keep It Simple and Stupid กับทีมของเขา และเป็นหลักในการทำงานของเขาเสมอมา จนภายหลังมันไม่ได้เป็นหลักการที่ใช้กับงานออกแบบวิศวกรรมยานยนต์เพียงอย่างเดียว หากยังกลายเป็นหลักในการทำงานออกแบบต่างๆ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์

     เรียกได้ว่าหลักการ ‘KISS’ อย่างเรียบง่ายและโง่เขลาของเขามีมาก่อนที่เราจะเริ่มรู้จักหลักการคล้ายๆ กันดังกล่าวใน Design thinking และ UX ที่ดูเหมือนว่ายิ่งโลกวิวัฒนาการไปไกลเท่าไร เรายิ่งต้องกลับมาหาความธรรมดาสามัญในการปรับตัวมากขึ้นเท่านั้น

     ทว่าเคลลีดูจะไม่ใช่คนเดียวที่เชื่อในแนวคิด ‘เรียบง่ายและโง่เขลา’ หลักการนี้ดูจะเป็นรากฐานความคิดอมตะของนักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์หลายคน อย่าง ลีโอนาร์โด ดาวินชี ที่เคยกล่าวไว้ว่า “ความเรียบง่ายคือความซับซ้อนขั้นสูงสุด” (Simplicity is the ultimate sophistication) หรืออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่สมการ E=MC2 อธิบายสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ในทำนองเดียวกันว่า “ถ้าคุณอธิบายมันให้เข้าใจง่ายไม่ได้ แสดงว่าคุณยังไม่เข้าใจมันดีพอ” (If you can’t explain it simply, you don’t understand it well enough)

 

     นอกจากนั้น หลักการ KISS เรียบง่ายและโง่เขลา ดูจะไม่ได้จำกัดในขอบเขตงานออกแบบวิศวกรรมเท่านั้น หากความเรียบง่ายของมันดูจะประยุกต์ได้ในทุกสาขา เช่น การศึกษาที่เริ่มหันมาใช้วิธีการ ‘สอนแบบไม่สอน’ หรือ ‘ครูในฐานะกระบวนกร’ (Teacher as facilitator) ปล่อยให้กระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง หรือแม้กระทั่งวิธีการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น การปลูกป่าแบบไม่ปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูด้วยตนเอง มนุษย์ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง

     และเอาเข้าจริงแล้ว หลักการ KISS เรียบง่ายและโง่เขลา ดูจะไม่ได้ประยุกต์ใช้ได้กับเพียงวงการวิชาชีพต่างๆ เท่านั้น หากยังใช้เป็นหลักในการใช้ชีวิตได้ไม่น้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะในวันที่โลกถูกพัฒนามาไกล เทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ถูกสร้างมาเอื้อให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เร็วขึ้น แต่ในขณะเดียวกันมันก็ดูจะส่งผลให้เราวนจมอยู่กับงานมากขึ้น และมีเวลาให้กับสิ่งอื่นนอกงานน้อยลง

     ในวันที่มือถือทำหน้าที่มากกว่าเครื่องมือสื่อสาร ทำได้ทุกอย่างทั้งตัดต่อวิดีโอ ทำบัญชี ตรวจวัดชีพจรหัวใจ ฯลฯ ฟังก์ชันมหาศาลที่หลายครั้งอาจเกินความจำเป็น ความสะดวกคล่องตัวที่ทำให้ใครต่อใครติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปุ่มรับโทรศัพท์มีไว้เพื่อตอบงาน ส่วนฟังก์ชันเมสเสจด่วน ‘เดี๋ยวโทรกลับ’ ‘ติดประชุม’ กลับมีไว้ส่งให้คนรอบตัว

     และชีวิตก็ดูจะเป็นเช่นนี้ ในวันที่โลกทั้งล้นและเร็ว เราต่างโหยหาความช้า ความน้อยพอประมาณ กระแสการใช้ชีวิตแบบ minimalism ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในมนุษย์ยุคมิลเลนเนียลที่เติบโตมากับเทคโนโลยีที่กลายเป็นว่าเมื่อชีวิตเร่งให้เร็วมากขึ้นเท่าไร พวกเขากลับยิ่งอยากช้าลงเท่านั้น เมื่อชีวิตถูกพัฒนาไปสู่จุดสูงสุดเท่าไร พวกเขายิ่งโหยหาความธรรมดาสามัญ

 

     ทั้งกระแส minimalism ในยุคนี้ และ KISS: keep it simple and stupid ที่ถูกคิดเกือบร้อยกว่าปีที่ผ่านมา มีอะไรคล้ายกันอยู่ไม่น้อย ในหลักการ ‘ความเรียบง่าย’ นั้น ทั้งสองแนวคิดต่างพูดถึงวิธีการขั้นแรกคือการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เก็บไว้เพียงสิ่งที่มีคุณค่าจริงๆ เท่านั้น

     ตัดส่วนไม่จำเป็นของยานยนต์ทิ้งไป ตัดไปทั้งคนงานที่ต้องใช้ ฟังก์ชันที่ไม่จำเป็น อุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง ตัดข้าวของเครื่องใช้ที่คิดว่าควรจะมีอยู่ในห้อง เหลือเพียงเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต ตัดงานที่ไม่สำคัญออกไป เหลือเพียงงานที่ให้คุณค่า ไม่ต้องทำงานตลอดเวลา แต่ทุกงานที่ทำออกมาต้องได้ดี ตัดความสัมพันธ์ที่คาราคาซัง ให้เหลือเพียงความสัมพันธ์ที่ดีๆ ให้ต่อแต่นี้หันไปมองรอบตัว และบอกได้ว่านี่คือผู้คนที่ชีวิตเลือกแล้วว่าต้องการ

     เขาเขยิบตัวใกล้เข้ามา คุณเริ่มต้านทานไม่ไหว โน้มตัวเข้าหา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เตรียมใจ ความรู้สึกถาโถมที่ไม่ได้เผื่อใจไว้ ในวันที่ความรักบุกพิชิต ความคิดเริ่มจะกระชากกลับมา …

     อย่าเลย อย่าไปคิด ตัดสินอะไรให้มากไป ไม่มีใครรู้หรอกว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เขาคนนี้จะใช่คนนั้นหรือไม่ รักครั้งนี้จะเป็นเช่นไร (just) KISS, Keep It Simple and Stupid จุมพิตไป อย่างเรียบง่ายและโง่เขลา เท่านั้นเอง…

 


อ้างอิง:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

พชร สูงเด่น

มนุษย์รูทีน หมกมุ่น วนเวียนกับการอ่าน เขียน เรียนรู้ตลอดชีวิต

เรื่องโดย

สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ

กราฟิกดีไซเนอร์ แม่ของคุณปอนโยะ @ponyo_thesea ปลาทองเพศเมียวัย 6 ปีที่ขยันท้อง และเป็นเจ้าของแบรนด์ไข่เค็มสุดอร่อย @เด็กขี่เป็ด