‘KORA’ เมื่อการเดินทางคือการภาวนา เมื่อบทสนทนาพาเราเปลี่ยนผ่านไปอีกตัวตน

อาจไม่สามารถหาคำแปล ‘KORA’ ได้ความหมายตรงตามวัฒนธรรมและบริบทเฉพาะตัวของทิเบต แต่จับใจความได้ว่ามันคือการเดินท่องวนไปในสถานที่ หรือรอบวัตถุศักดิ์สิทธิ์ (คล้ายเวียนเทียน) ด้วยเป้าประสงค์สำคัญคือให้การออกเดินทางกายภาพนั้นพากายกลับสู่ใจเพื่อภาวนา จาริกแสวงบุญ หรือเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของภารกิจต่างๆ

     ความจำกัดของคำที่ไม่สามารถแปลได้จากภาษาหนึ่งไปอีกภาษา อาจทำให้ภาพ KORA เป็นพิธีกรรมทางศาสนา หากเทนซิน ซุนดู (Tenzin Tsundue) กวี นักเขียน นักเคลื่อนไหว เพื่อนผู้นำทางของเราในดารัมซาลา (Dharamsala) ชุมชนทิเบตลี้ภัยในอินเดีย ขยายความ KORA ในความหมายที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น เทนซินบอกว่าหากมอง KORA เป็นการเดินทางจากภายนอกสู่ภายใน ไม่ว่าใคร ชนชาติไหน นับถือศาสนาอะไร ก็สามารถได้รับ หรือเคยมีประสบการณ์เดินทางที่พาเราก้าวผ่านไปสู่ตัวตนใหม่ๆ มาแล้วทั้งนั้น

     เทนซินเทียบการเดินทางกับชีวิตของเขาเอง เมื่อใครต่อใครบอกเขาว่าเขาพลัดถิ่นมาจากบ้านในประเทศทิเบตที่เขาไม่เคยเห็น และไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับ แม้ว่าเขาจะเกิดและโตในอินเดีย แต่อินเดียสำหรับเขานั้นเป็นเหมือนที่พักอาศัยชั่วคราว เทนซินเล่าว่า การไม่รู้สึกว่าเป็นคนที่ไหนเลยในโลกนี้ เคยทำให้เขามีวัยหนุ่มที่โกรธเกลียดความวิกลจริตของโลกที่เป็นไปแบบนั้น โกรธจนต้องแสดงออกผ่านการประท้วงไม่จบสิ้น สับสนกับการต่อสู้ให้อิสรภาพกับประเทศที่เขาไม่เคยเห็น ในประเทศที่เขาเกิดมาแต่ใครต่อใครต่างบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่นี่

     เทนซินเล่าต่อว่าความสับสนของการเดินทางในช่วงวัยหนุ่มของเขาคือการรู้สึกว่าชีวิตต้องไปข้างหน้า เพื่อประกอบร่างอัตลักษณ์ แสวงหาความเป็นตัวตนอยู่ตลอดเวลา จนเมื่อการเดินทางของชีวิตได้พาเขาไปพบผู้คนระหว่างทางที่ต่างก็กำลังต่อสู้ในสนามเรื่องราวของตนเองอยู่เหมือนกัน ความหมกมุ่นวุ่นวายอยู่แต่เรื่องของอัตตาตัวตนของเขาเองจึงลดลง เปลี่ยนมาใส่ใจผู้คนที่อยู่ตรงหน้า และก้าวไปในจุดที่เขาอยู่ทีละก้าว เป้าหมายยังอยู่ เพียงแค่ไม่กดดันตัวเอง ไม่โกรธโลกว่าเมื่อไหร่เขาจะไปถึง

 

     การเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ทุกเช้าเห็นภาพผู้คนพึมพำภาวนาในการใช้ชีวิตประจำวัน ภาพผู้คนเดินหมุนกงล้อมนตรา (prayer wheel) พร้อมกล่าวอธิษฐาน “โอม มณี ปัท เม ฮุม” เพื่อคลายความทุกข์ให้ทุกสรรพสิ่ง ภาพผู้จาริกแสวงบุญเดินขึ้นภูเขาที่ล้อมเมือง ก้มตัวลงกราบอัษฎางคประดิษฐ์ โน้มอวัยวะร่างกายจรดผืนดิน การภาวนาที่เปลี่ยนศรัทธาเป็นพลังกายในการก้าวไปเรื่อยๆ เพื่อน้อมกายกลับมาสู่ความตระหนักรู้ให้เกิดขึ้นในใจ

     แม้กายจะอยู่ในอินเดีย แต่การเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมวัฒนธรรมแห่งการภาวนาอย่างทิเบตนั้น ทำให้เทนซินเริ่มรู้สึกว่าความร้อนจากไฟโกรธที่เผาไหม้ของเขามาจากความหมกมุ่นเพียงเรื่องอัตตาของเขาเอง ทะยานอยากเพียงแต่เป้าหมายข้างหน้า และกร่นว่าชั่วขณะปัจจุบันที่กำลังเผชิญ

     ความรู้สึกตัวที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เขาเห็นความหมายของ KORA ที่ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวัน ทำให้เขาค่อยๆ มองเห็นว่า ช่วงเวลาแห่งการลี้ภัยนี้คือหนึ่งในเส้นทางของชีวิต ที่เขาสามารถใช้เป็นการภาวนาเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ตัวตนใหม่ๆ เมื่อมองเช่นนั้น ทุกๆ ประสบการณ์ระหว่างทางคือสิ่งล้ำค่า คือหนทางของภาวนา เป้าหมายเป็นเพียงเส้นชัยให้ได้เริ่มออกก้าวเดิน

 

     “ความรู้สึกตัวระหว่างการท่องไปใน KORA จะพาเราเชื่อมต่อตัวเองกับสภาวะที่เกิดขึ้นภายนอก ขยายขอบเขตใจให้ใหญ่ขึ้น จนอัตตาตัวตนเล็กลง เมื่อเห็นความสัมพันธ์ของทุกสิ่ง จนละทิ้ง ปล่อยวางตัวตนที่ยึดถือไว้ได้ทุกอย่าง”

     บทสนทนากับเทนซินที่นำความรู้สึกตัวกลับมาทั่วพร้อมในห้องเล็กๆ ของบ้านกระท่อมชั้นเดียวตั้งบนเนินเขาที่เราคุยกันอยู่นั่น บทสนทนาที่บรรจุเรื่องราวชีวิตของเทนซิน เรื่องเล่าที่สะท้อนอีกหลายชีวิตของผู้คนในดารัมซาลา ที่ในวันแรกเป็นดั่งคนแปลกหน้า หากเรื่องราวการต่อสู้ การแสวงหาอิสรภาพเพื่อปลดปล่อยตัวตนของเขาไม่ต่างจากเราในสนามที่ต่างกันไป

     บทสนทนากับเทนซินและการท่องไปในภูเขาที่ล้อมรอบดารัมซาลาที่ดูสูงใหญ่ไกลตา หากเมื่อเข้าไปใกล้ๆ เท้าที่ยืนอยู่บนหิน ความเย็นของสายน้ำที่สัมผัสได้ทำให้ค่อยๆ รู้สึกว่านี่คือแหล่งกำเนิดของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงเรามาในดินแดนที่ดูจะอยู่ห่างไกลออกไป

     กายภาพของเขาสูงใหญ่เบื้องหน้า และบทสนทนาแบบนี้ที่คอยพาความรู้สึกตัวกลับมา ที่ทำให้การเดินทางไปในดารัมซาลาเป็น KORA ในความหมายของการภาวนา ในหนทางของการเดินทางแห่งชีวิตที่ค่อยๆ เปลี่ยนเราไปสู่ตัวตนใหม่ๆ ตลอดทางที่เดิน กับทุกความสัมพันธ์ที่พบเจอ

Share Post
Like 0 View 592

Author

พชร สูงเด่น

นักศึกษาทุน Erasmus Mundus ด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนา กำลังอยู่ในช่วงชีวิตที่ต้องวุ่นๆ สลับไปมาระหว่างนั่งเขียนรายงานในห้องสมุด อบขนมในห้องครัว เรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ในยุโรป และการนั่งเขียนบันทึกทั้งหมดส่งมาให้ a day BULLETIN

สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ

กราฟิกดีไซเนอร์ ผู้เลี้ยงปลาทอง กุ้ง และอื่นๆ ชอบงานคราฟต์ ต้นไม้ น้ำเต้าหู้ และในอนาคตใฝ่ฝันที่จะมีอควาเรียมเป็นของตัวเอง