สารจากคานธี ถึงป๋วย ถึงคนรุ่นใหม่: หากชีวิตคือข้อความที่ฝากไว้ เราจะไว้ลายอะไรให้โลกเห็น

Live, Learn, Love!
30 May 2019
เรื่องโดย:

พชร สูงเด่น, สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ

(1)

 

“My life is my message—ชีวิตคือข้อความที่ฝากไว้”

     ข้อความในห้องพักสีขาวของมหาตมะ คานธีในกรุงเดห์ลี1 มีข้าวของเครื่องใช้เรียงรายอยู่น้อยชิ้น ไร้สิ่งอำนวยความสะดวกที่คุ้นตา มีเพียงเครื่องปั่นฝ้ายที่ว่ากันว่าคานธีตื่นมาปั่นทุกเช้าที่เขาอยู่ที่นั่น การปฏิบัติเชิงสัญลักษณ์ การกระทำที่เป็นเนื้อเดียวกันกับอุดมการณ์ ความต้องการสื่อสารให้ชาวอินเดียได้เห็นถึงความงดงามในวิถีตน ตั้งแต่การทอผ้าจากฝ้าย การผสานกันระหว่างวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นในอินเดีย ให้เห็นว่าอินเดียนั้นอยู่ได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากร หรือคัดลอกวิถีคิดและวัฒนธรรมจากดินแดนไกลแห่งใด

     ตื่นเช้ามาปั่นฝ้ายทอผ้า เพื่อแสดงให้เห็นว่าคานธีไม่เอา และไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่อินเดียจะต้องรับอิทธิพลเครื่องแต่งกายสากล แบบอาณานิคมอังกฤษ อำนาจที่ถูกห่อหุ้มด้วยสูทและเนกไทหากเอารัดเอาเปรียบผู้ที่ร่างกายถูกห่อหุ้มไว้เพียงผ้าบางเบา หากแม้จะถูกเอารัดเอาเปรียบเบียดให้ไม่เหลือทางต่อสู้เพียงใด คานธีก็ไม่เคยโต้กลับด้วยความรุนแรง ไม่ ไม่เลย ไม่เคยแม้แต่แสดงท่าทีเกลียดชัง มีแต่ใช้ ความจริง (สัตยานุเคราะห์) ความงาม (พรหมจรรย์) และความดี (อหิงสา) ในการเปลี่ยนแปลงที่แม้จะช้า ทว่าท้ายที่สุดนั้น, ถาวร

 

(2)

“กูเกิดมาก็ที หนึ่งเฮ้ย

กูคาดก่อนสิ้นชี- วาอาตม์

กูจักไว้ลายเว้ย โลกให้แลเห็น”

     บทกลอนที่ป๋วย อึ๊งภากรณ์เขียนบันทึกปณิธานตนเองไว้ในวัย 24 ปี ลาย ที่ป๋วยตั้งใจฝากไว้ ที่โลกยังแลเห็นผ่านสิ่งที่ป๋วยทำเป็นตัวอย่างจนถึงวันนี้

     ผู้ใหญ่ที่ไม่กะล่อน3 ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สามัญชนคนธรรมดา ที่ความสามารถนำพาเขาขึ้นมาเป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่อายุน้อยที่สุด ดำรงตำแหน่งนานที่สุด, เป็นสมาชิกขบวนการเสรีไทย เป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นอะไรอีกมากมายในชีวิตแปดสิบปีเศษของป๋วยจะเป็นได้

     คนตรงในประเทศคด นิยามที่ใครหลายคนจดจำถึงป๋วย ผู้มั่นคงในความสัตย์จริงแม้ในวันที่ต้องเผชิญหน้ากับอำนาจ (ไม่) ชอบธรรม ขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลหลายครั้ง แต่ป๋วยก็เลือกไม่โอนอ่อนผ่อนตาม ยืนข้างความถูกต้อง มองประโยชน์ส่วนรวมเหนือลาภยศส่วนตัวเสมอมา

     “ความเด็ดเดี่ยวหมายความว่า ถ้าตั้งใจทำอะไร เมื่อคิดว่าดีแล้ว ชอบธรรมแล้วก็ต้องทำให้ได้ แม้จะต้องเสี่ยงต่อความยากลำบาก เสี่ยงต่ออันตราย เสี่ยงต่อเสียงติฉินนินทาเย้ยหยัน ก็ต้องมานะอดทนทำไป โดยหวังประโยชน์แก่ส่วนรวม”

     นอกจากความจริง ความงาม ความดี คุณธรรมสามประการที่ผู้คนต่างจดจำจากป๋วยแล้ว ความกล้าหาญก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ป๋วยเป็นแรงบันดาลใจให้คนกล้าลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อความถูกต้องตามป๋วยเสมอมา ดังเช่น ครั้งหนึ่งหลังรัฐประหารโดยจอมพลถนอม กิตติขจร ที่ป๋วยได้ใช้ทั้ง ‘ความจริง’ ต่อต้านสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ‘ความงาม’ ทางด้านวรรณศิลป์ และ ‘ความดี’ ในเจตนาที่เรียกร้องให้ทหารคืนเสรีภาพ ประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน ผ่านจดหมายฉบับประวัติศาสตร์ ‘จดหมายจากนายเข้ม เย็นยิ่ง’4 ที่มีข้อความตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า

     “พี่ทำนุก็หกสิบเศษ ผมก็ใกล้จะหกสิบเข้าไปทุกที ต่างก็จะลาโลกกันไปในไม่ช้า ผมก็มีความทะเยอทะยานเช่นเดียวกับพี่ทะนุ ที่จะทิ้งโลกและหมู่บ้านไทยเจริญไว้ให้ลูกหลาน เป็นโลกและหมู่บ้านที่น่าอยู่ มีความสงบสุขเป็นไทยสมชื่อ และเจริญสมหวัง ปัจจัยสำคัญของความเป็นไทยและความเจริญ คือ ความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรในหมู่บ้านของเราโดยสันติวิธี และเป็นไปตามกติกา ถ้าเราทำได้เพียงเท่านี้ แม้จะไม่สามารถทำอย่างอื่นได้มากนัก ผมว่าพี่ทำนุจะมีบุญคุณแก่เยาวชนของเราอย่างเหลือหลาย…”

     จดหมายของนายเข้ม เย็นยิ่ง ที่ใช้วาทศิลป์สื่อสารกับจอมพลถนอม กิตติขจร คืนประชาธิปไตยให้กับสังคม

     จดหมายของนายเข้ม หนึ่งในตัวอย่างความกล้าหาญ ยืนหยัดข้างความจริงของป๋วย ลุกขึ้นวิพากษ์วิจารณ์เผด็จการอย่างตรงไปตรงมา แม้ความกล้าเช่นนี้จะส่งผลต่อชีวิตหน้าที่การงานของป๋วยเอง ทว่าจดหมายของนายเข้ม กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้สามัญชนคนไทย ที่ใกล้จะสิ้นหวังลุกขึ้นมาเรียกร้องให้เกิดเสรีภาพ ประชาธิปไตยในประเทศไทยอีกครั้ง

 

(3)

     ท่ามกลางเสียงอื้ออึง แทรกแซงในการเปิดประชุมสภานัดแรก เขาลุกขึ้นไปจับไมค์ เสียงที่ออกจากไมค์ดูจะดังน้อยไปหากพิจารณาจากความจริงที่ว่าเขากำลังพูดแทนใครอีกหลายล้านคนที่เลือกให้เขามาทำหน้าที่แทนตน เสียงที่ออกจากไมค์ฟังดูจะเบาค่อนลงไป เมื่อใครหลายคนในห้องประชุมนั้นยังส่งเสียงโห่ร้อง สกัดกั้นกลบเสียงของเขา หากเขาได้สนใจเสียงโห่ร้องนั้นไม่ – ไม่, เขาไม่ได้มาพูดเพื่อใครพูดนั้น เขายังคงพูดต่อไป เพื่อใครที่อยู่นอกห้องผู้เลือกเขามา กล่าวยอมรับคำตัดสินแม้เต็มไปด้วยข้อกังขา ขอยุติการปฏิบัติหน้าที่ในสภา เพื่อทำหน้าที่กับประชาชนข้างนอกต่อไป

     การยุติบทบาทหนึ่งโดยสดุดี เพื่อไปทำบทบาทเดียวกันในพื้นที่อื่น คำพูดที่ทำให้เสียงปรบมือดังสนั่นก้องไปทั่วห้องประชุม กลบเสียงคลื่นแทรกให้แผ่วอ่อนลงไป ใครหลายคนลุกขึ้นยืน ชูสามนิ้ว การสื่อสารกันในเชิงสัญลักษณ์ในวันที่เราพูดอะไรกันไม่ได้ หรือพูดไปก็ไม่มีใครได้ยิน เขาโค้งคำนับที่ประชุม ก่อนหันไปชูสามนิ้วให้ผู้ที่ยังอยู่ในห้องนั้นต่อไป ราวกับจะฝากเสียงความหวังทั้งหมดเอาไว้ ราวกับจะบอกว่าเขาไม่ได้ไปไหน ตราบใดที่ เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพคือสิ่งที่เราปรารถนา สิ่งนั้นจะถูกประทับตราไว้ ณ ห้องนั้น มันจะไม่หายไปไหนแม้กายเขาต้องก้าวออกมา

     ยิ่งขับไล่ ยิ่งได้รับการต้อนรับ

     ยิ่งทำให้หมดเกียรติ เกียรติยิ่งสูงขึ้น

     การโค้งคำนับจากมาที่ทำให้เห็นว่า แม้อำนาจอาจพรากความเป็นธรรมจากเราไปได้ หากไม่มีใครพรากเกียรติเราไปได้ ยิ่งแสดงเกียรติออกไป ยิ่งได้รับเกียรติกลับมา ในทางตรงกันข้าม ยิ่งพยายามทำลายกำจัดตัวตน ทำให้แปดเปื้อนคำครหามากเท่าไหร่ กลับยิ่งสร้างตัวตนของเขาให้ชัดขึ้น ให้สว่างขึ้น ให้ความหวังที่จะเห็นสังคมแห่งเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพแข็งแรงขึ้นเท่านั้น

 

(4)

“Don’t admire. Acquire—อย่า (เพียง) ชื่นชม จงทำตาม” 

     ชื่อหนังสือเล่มใหม่บนร้านหนังสือร้านเดิม ในวันที่มือที่มองไม่เห็นกำลังจะลากเราเข้าไปสู่จุดเดิม แต่ความคิดที่ถูกเปลี่ยนไปแล้ว ใจที่เคลื่อนไหวแล้ว ไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมอีกต่อไป

     ใช่, อย่าเพียงชื่นชม จงทำตาม จะมีประโยชน์อะไรหากชื่อของเขานั้นถูกสรรเสริญ กล่าวขานในความกล้าหาญหากไร้คนสานต่อในเจตนา

     “My life is my message—ชีวิตคือข้อความที่ฝากไว้”

     “กูจักไว้ลายเว้ย โลกให้แลเห็น”

     “สักวันจะกลับมา”

     สามวลี สามบุรุษ ที่แม้แต่ละคนจะถูกพรากตัวตนไปในสถานการณ์ต่างกัน แต่ไม่เลย ไม่มีใครได้หายไปไหนเลย ตราบใดที่ความจริง ความงาม ความดีที่การกระทำของเขาได้นำทางเราไว้ ข้อความที่เขาบันทึกไว้ ‘ลาย’ ที่เขาได้ฝากไว้ จะไม่มีใครพรากมันไปได้ หากมันจะยังคงทำหน้าที่เป็นเข็มทิศนำทางต่อไป

     ตราบเท่าที่ยังมีคนจดจำและทำตาม

 


อ้างอิง:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

พชร สูงเด่น

มนุษย์รูทีน หมกมุ่น วนเวียนกับการอ่าน เขียน เรียนรู้ตลอดชีวิต

เรื่องโดย

สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ

กราฟิกดีไซเนอร์ แม่ของคุณปอนโยะ @ponyo_thesea ปลาทองเพศเมียวัย 6 ปีที่ขยันท้อง และเป็นเจ้าของแบรนด์ไข่เค็มสุดอร่อย @เด็กขี่เป็ด