‘การเล่าเรื่อง’ เครื่องมือกระจายอำนาจ ถอนรากวาทกรรมชุดเก่า ให้เราได้ ‘ร่วมเขียน’ เรื่องราวใหม่ด้วยเสียงของเราเอง

Live, Learn, Love!
18 Apr 2019
เรื่องโดย:

พชร สูงเด่น, สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ

“วันนี้เป็นวันสงกรานต์ หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย ตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตร ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันกันเอย…”

สงกรานต์ผ่านไปแล้ว แต่เชื่อว่าทำนองเพลงรำวงวันสงกรานต์ที่เป็นดั่งเพลงชาติ ไม่ต้องฮิต ไม่ต้องขอก็จะเปิดให้ไปทั่วห้าง วัด รถไฟฟ้า ฯลฯ แม้จะร้องตามไม่ได้ ดำน้ำเนื้อเพลงไปบ้าง แต่น่าจะมีใครเผลอติดปากร้องตามกันไปอีกสักพักหลังสงกรานต์นี้

     เจ้าของบทเพลง คณะสุนทราภรณ์คงปลื้มใจไม่น้อย ที่เพลงยังฮิตอยู่จนปัจจุบัน แต่คนที่น่าจะกระหยิ่มยิ้มย่องในใจกว่าเห็นทีจะเป็น จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่วันสงกรานต์นั้นได้กลายเป็นหนึ่งในประเพณีที่ทั้งไทยทั้งเทศนิยมชมชอบ

     วันสงกรานต์ที่เป็นหนึ่งในผลิตผลจากวาระของการ ‘สร้างชาติ’ จากเมื่อก่อนที่วันจันทร์ อังคาร พุธ… ไม่มีนัยยะที่แตกต่างกัน ก็เปลี่ยนไปโดยกำหนดให้ผู้คนออกไปวัดไปวา ไปงานรื่นเริง “เข้าวัดแต่งตัว แต่งตัวสวยสะ ไปสรงน้ำพระ ณ วันสงกรานต์กันเอย…” ตามแบบคาร์นิวัลต่างชาติ เกิดเป็นวัฒนธรรมนิยม (pop culture) ให้ผู้คนเกิดความสุขสำราญ พอใจในความเป็นไทย และพร้อมจะเปิดรับผลิตผลความเป็นไทย วัฒนธรรมนิยมอื่นๆ ต่อไป

     ‘สิ่งประดิษฐ์’ ความเป็นชาติที่ถูกสร้างไว้ในยุคสมัยของจอมพล ป. ที่ไม่ได้ถูกบันทึกสงวนไว้ในพิพิธภัณฑ์ในความเป็นวัตถุประวัติศาสตร์ หากถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นอัตลักษณ์ได้อย่างแนบเนียนสนิทในปัจจุบัน ตั้งแต่ชื่อประเทศจากสยามเป็นไทย เพลงชาติที่เต็มไปด้วยคุณค่าเฉพาะเจาะจง (“ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี ไทยนี้รักสงบ…”) การเปลี่ยนอัตลักษณ์ทุกชนเผ่ากว่า 50 ชาติพันธุ์1 ในประเทศให้กลายเป็น ‘คนไทย’ ไปเสียหมด, การเล่าตำนานประวัติศาสตร์2 ถึงวีรบุรุษผู้กล้าของประเทศไทยที่เสียสละเพื่อแผ่นดินของเราทั้งชาวบ้านบางระจัน ย่าโม ฯลฯ ที่ล้วนสอนให้รู้ว่า บรรพบุรุษ(/สตรี) ได้ต่อสู้หลั่งเลือดปกป้องแผ่นดินไทยมา ลูกหลานเรามารักชาติกันเถิดผองไทย

 

     แนวคิดอรรถาธิบาย หรือการเล่าเรื่อง (Narrative) ได้ท้าทายความเป็นอัตลักษณ์ของสังคมด้วยการรื้อถอน (deconstruct) กระบวนการประกอบสร้างตัวตนออกมา ลอกเปลือกออกทีละชั้นจนเผยให้เห็นว่าอัตลักษณ์หนึ่งๆ บรรจุชุดวาทกรรม (discourse) ที่ถูกสร้างผ่านเรื่องเล่ารูปแบบต่างๆ ทั้งประวัติศาสตร์ บทเพลง สโลแกนที่ล้วนต่างห่อหุ้มค่านิยมที่ถูกออกแบบไว้เพื่อให้ผู้รับสารเกิดความรู้สึกคล้อยตาม ปฏิบัติตาม กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ หล่อหลอมแนบชิดในสำนึกความคิดความเป็นตัวตนจนยากที่จะมองเห็นว่าครั้งหนึ่งมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น และมันถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร

     การเล่าเรื่อง ที่ท้าทายกรอบแนวคิดเรื่องตัวตนแบบเก่าที่ฝังยึดติดไม่เปลี่ยนแปลงว่า ตัวตนนั้นเป็นเรื่องของการตีความ3 ที่ใช้กระบวนการรื้อถอนเผยให้เห็นว่าใครเป็นผู้สร้างเรื่อง (storymaker) และก่อให้เกิด ‘ชุมชนจินตกรรม’ (imagined community) ผ่านเรื่องเล่าต่างๆ ทั้งในเชิงอารมณ์และความคิดจนกลายเป็น ‘ความจริง’ ของคนที่อยู่ในเรื่องเล่าที่ถูกเขียนขึ้นมานั้น

     นิทาน ดนตรี ละคร วัฒนธรรมนิยม ที่เป็นได้ทั้งเรื่องเล่าปลอบประโลม สรรค์สร้าง หากในขณะเดียวกันก็มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างการสร้างสรรค์และการสร้างอำนาจผ่านวาทกรรม4 ที่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเติมแต่งอัตลักษณ์ให้กับผู้มีอำนาจในการเผยแพร่เรื่องเล่า ให้เข้าถึงจิตใจประชาชนผู้รับสารได้ง่าย, ส่งต่อค่านิยม, กำหนด ขีดเส้น ตัดสินว่าสิ่งใดดี-ชั่ว สิ่งใดเป็นเป้าประสงค์ของชาติผ่านมุมมองด้านเดียวของผู้มีอำนาจ ผ่านปลายปากกา ที่ใช้เขียนประวัติศาสตร์ของผู้ปกครอง และกำหนดความคิด ความเข้าใจ การกระทำของผู้รับสารใต้การปกครองที่ถูกครอบงำด้วยแนวคิดที่พวกเขาไม่มีส่วนร่วมในการออกเสียง

 

     การรื้อถอน (deconstruct) จึงเป็นเครื่องมือช่วยให้มองเห็นการสร้างภาพเบ้าหลอมที่ยัดเยียดความเป็นตัวเราในแง่มุมต่างๆ ถอดกรอบนิยามที่กำหนดว่าคนไทยเป็นอย่างไร ‘รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด’ ไปจนถึง ‘คนดี’ ประกอบไปด้วยอะไร ‘หนึ่งนับถือศาสนา สองรักษาธรรมเนียมมั่น…’ หรือตั้งคำถามว่า ‘ความสงบ’ นั้นมันเป็นสิ่งที่ต้อง ‘ถูกคืน’ จริงหรือไม่ หรือมันอยู่ตรงนั้นอยู่แล้วก่อนที่จะมีใครมาพรากมันไป หรือแม้กระทั่งคำถามที่ไปไกลกว่านั้นว่า ความสงบมันเป็นสิ่งเดียวที่สังคมปรารถนาในการอยู่ร่วมกันหรือเปล่า—กระบวนการรื้อถอนที่ปลดปล่อยปัจเจกบุคคลให้สามารถ ตั้งคำถาม ต่อรอง ปฏิเสธอัตลักษณ์ตายตัวทางสังคมที่ถูกยัดเยียดจากเบื้องบนลงมา

     การตระหนักรู้ถึงพลังอำนาจของวาทกรรม และการเล่าเรื่องที่เป็นเครื่องมือท้าทายอำนาจเก่า ด้วยการสร้างเรื่องราวใหม่ๆ เปลี่ยนวาทกรรมเก่าที่นำไปสู่การเหมารวมและใส่ร้ายป้ายสี สร้างอัตลักษณ์ปัจเจกภาพให้ผองเรา หากขีดเส้นแบ่งแยก สร้างความแตกต่างระหว่างเรา—เขาที่มีเจตจำนงอิสระ ความเชื่อที่ต่างกันไป ให้การเล่าเรื่องเป็นเครื่องมือกระจายอำนาจ ให้คนทุกคน เสียงทุกเสียง สามารถ ‘ร่วมเขียน’ (co-author) อัตลักษณ์ใหม่ด้วยการเขียนเรื่องราวของพวกเขาเอง

 


1แผนแม่บทการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย (พ.ศ. 2558 – 2560) โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

2หนังสือ หลวงวิจิตรวาทการกับบทละครประวัติศาสตร์  (พ.ศ. 2528) เขียนโดย ประอรรัตน์ บูรณมาตร์ 

3หนังสือ Ricoeur on Time and Narrative (2011) เขียนโดย William C. Dowling

4หนังสือ Postmodernism: A Very Short Introduction (2002) เขียนโดย Christopher Butler

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

พชร สูงเด่น

มนุษย์รูทีน หมกมุ่น วนเวียนกับการอ่าน เขียน เรียนรู้ตลอดชีวิต

เรื่องโดย

สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ

กราฟิกดีไซเนอร์ แม่ของคุณปอนโยะ @ponyo_thesea ปลาทองเพศเมียวัย 6 ปีที่ขยันท้อง และเป็นเจ้าของแบรนด์ไข่เค็มสุดอร่อย @เด็กขี่เป็ด