Love Actually | ทะเลาะกับแฟนแบบไหนที่ไม่ทำให้เลิกกัน

Love Actually
14 Aug 2018
เรื่องโดย:

สีตลา ชาญวิเศษ

คนเราอยู่ด้วยกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน ที่จะต้องมีปากมีเสียงหรือมีเรื่องไม่พอใจกันเป็นธรรมดา แต่สำหรับคู่รักจำนวนไม่น้อย ปัญหาลิ้นกับฟันอาจถึงขั้นบานปลายใหญ่โตเป็นชนวนให้เลิกกันได้เลยทีเดียว

     ยกตัวอย่าง เพื่อนของเราคนหนึ่งเลิกกับแฟนด้วยเหตุผลทะเลาะกันบ่อย เพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่า ก่อนเลิกกันประมาณหนึ่งปี ช่วงนั้นเรียกว่านรกมากๆ เพราะทะเลาะกับแฟนแทบทุกอาทิตย์ เรื่องที่ทำให้ทะเลาะส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โต แต่เพราะพูดจาผิดหูเล็กๆ น้อยๆ แฟนก็พาลงอนและหาเรื่องทะเลาะ แถมเวลาทะเลาะกัน กว่าจะจบเรื่องได้ใช้เวลาเกือบ 3-4 ชั่วโมง บางทียกเอาเรื่องครั้งก่อนมาทะเลาะกันใหม่ต่ออีก จนสุดท้ายเพื่อนเราทนไม่ไหว ก็เลยตัดสินใจเอ่ยปากขอเลิกแฟน เพราะเหนื่อยกับการทะเลาะกัน

     ฉะนั้น ถ้าจะว่าไปแล้วการทะเลาะกันถือเป็นภัยร้ายที่คุกคามความสัมพันธ์ของคู่รัก แน่นอนว่าคู่รักส่วนใหญ่ต่างเข้าใจและระวังเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่เวลาที่คนหัวร้อนหรือของขึ้นขึ้นมาจริงๆ เนี่ย ก็ไม่มีใครจะมาระวังไม่ให้ทะเลาะกันได้หรอก อย่างไรก็ตาม การทะเลาะกันก็ใช่ว่าจะมีพิษมีภัยไปเสียหมด!

     ในงานวิจัย Predicting Marital Happiness and Stability from Newlywed Interactions ปี 1998 โดย John M. Gottman ได้หาอาสาสมัครคู่รักที่เพิ่งแต่งงานมา 130 คู่ จากนั้นให้คู่รักเลือกเรื่องที่จะทะเลาะ และให้ลองทะเลาะกันดู แล้วถ่ายวิดีโอเก็บไว้ เมื่อทะเลาะกันเสร็จ นักวิจัยก็จะมาถอดรหัสภาษา ท่าทาง อากัปกิริยาการทะเลาะกัน จากนั้นหลายปีต่อมา ทีมนักวิจัยก็ติดตามดูต่อว่ามีคู่ไหนที่หย่าร้าง มีคู่ไหนที่คบกันอยู่แต่เป็นสภาพแบบทนๆ กันไป และมีคู่ไหนบ้างที่ยังรักกันดี

     ผลคือ นักวิจัยได้พบลักษณะการทะเลาะกันที่อันตรายและไม่อันตรายต่อความสัมพันธ์ โดยไม่น่าเชื่อว่า พอเอาเข้าจริง การโมโห (Anger) ใส่กันเนี่ย ไม่ได้อันตรายต่อความสัมพันธ์ พูดง่ายๆ คือ คนเรามีโมโหโวยวายกันได้เป็นธรรมดา และการโมโหหรือของขึ้นใส่แฟนก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เลิกกัน

     ทว่า สิ่งที่ทำให้เลิกกันจริงๆ กลับเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในการทะเลาะ นั่นคือการแสดงออกถึงการดูหมิ่นอีกฝ่าย การพยายามเอาชนะ การเมินเฉย (Stonewall) และการปกป้องตัวเอง (Self-defend) ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้เลิกกัน

 

     ยกตัวอย่างเรื่องเพื่อนเราคนเดิม สิ่งที่เราไม่ได้บอกไปก่อนหน้านี้คือ เวลาที่เพื่อนทะเลาะกับแฟน สิ่งที่เพื่อนปวดใจมากที่สุดคือคำพูดจี้ใจดำจากแฟน กล่าวคือ แฟนเพื่อนเราคนนี้ เวลาทะเลาะกันจะไม่โวยวายเสียงดังหรือใช้คำพูดหยาบคาย เพียงแต่ใช้คำปกติทั่วไปและใช้วิธีพูดที่กดทับปมด้อยของเพื่อนเรา เช่น เพื่อนมีปมในใจว่ายังสร้างเนื้อสร้างตัวไม่ได้ และทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แฟนก็จะหยิบปมนี้มาพูด เช่น เปรียบเทียบกับคนอื่นว่าจนป่านนี้ก็ยังเห็นทำอะไรได้เลย เป็นต้น นี่คือสิ่งที่บั่นทอนจิตใจเพื่อนเรามาตลอด

     นอกจากนี้ก็คือเรื่องที่แฟนของเพื่อนมักปกป้องตัวเองและไม่เคยยอมรับว่าตัวเองมีส่วนผิดจริงๆ ซึ่งทำให้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน จะยิ่งรู้สึกว่าแฟนไม่เคยคิดที่จะปรับตัวหรือรักตัวเพื่อนของเราเลย เพราะเพื่อนเชื่อว่าถ้าคนเรารักกันมากพอจริงๆ ก็น่าจะยอมลดศักดิ์ศรีเพราะเห็นแก่อีกฝ่ายบ้าง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันบ่อยๆ เพื่อนก็เริ่มเห็นแล้วว่า สงสัยจะไปกันได้ยาก เพราะท่าทีของแฟนไม่ไปในทางที่จะสมานลงรอยกันได้เลย สุดท้ายก็เลยตัดสินใจขอเลิกนั่นเอง

     ตัวอย่างเรื่องเพื่อนเราคนนี้ยังตรงกับอีกผลวิจัยหนึ่งที่พบว่า รูปแบบการทะเลาะที่ทำให้เลิกรามักเป็นลักษณะที่ว่า สุดท้ายต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ซึ่งจะเห็นได้จากช่วงท้ายของความสัมพันธ์ ที่เป็นทางเพื่อนเราเองนี่แหละที่ไม่อยากยอมแฟนอีกแล้ว

 

     ดังนั้น สำหรับใครก็ตามที่มีแฟนและไม่อยากจบความสัมพันธ์ลงเพราะเรื่องทะเลาะกัน สิ่งที่ต้องระวังให้ดีคือ ‘ท่าทีในการทะเลาะ’ เพราะปัญหาไม่ใช่เรื่องทะเลาะกันหรือไม่ทะเลาะกัน ต่อให้โวยวายเสียงดัง แต่ถ้าสุดท้ายต่างฝ่ายต่างเห็นแก่กัน มันก็ไม่มีปัญหาอะไร

     ในทางกลับกัน ถึงจะทะเลาะไม่รุนแรงเสียงดัง แต่หากคำพูดหรือท่าทีเป็นลักษณะกัดกินจิตใจอีกฝ่าย หรือเมินเฉยใส่อีกฝ่าย หรือแสดงออกว่าเราเห็นแก่ความสะใจตัวเองมากกว่าอยากถนอมน้ำใจอีกฝ่าย นั่นถือว่ารุนแรงเสียยิ่งกว่าการโวยวายเสียงดังอีก

     ฉะนั้น สิ่งสำคัญจึงวกมาที่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ คือเรามีความรักและเห็นแก่อีกฝ่ายมากแค่ไหน เพราะขึ้นชื่อว่าอยู่ด้วยกัน เป็นไปได้ยากที่จะไม่ทะเลาะหรือไม่พอใจกันเลย แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เวลาที่เราไม่พอใจอีกฝ่าย แก่นหลักข้างในเราคืออะไร เช่น เราปรารถนาให้คนรักของเรามีความสุขจริงหรือไม่? เรากล้าที่จะเสียสละความพอใจตัวเองเพื่อให้คนรักเรามีความสุขได้จริงหรือไม่? การมีกันและกันมันสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดจริงหรือไม่?

     ถ้าใครก็ตามตอบคำถามนี้ได้ว่า จริง และเป็นคำตอบที่จริงมาจากหัวใจข้างใน เชื่อสิ ไม่ว่าจะทะเลาะกับแฟนด้วยเรื่องอะไรก็ตาม ความรักจะชนะได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งอัตตาของเราเอง

     และด้วยความรักเดียวกันนี่แหละที่จะทำให้เกิด ‘การให้อภัย’ ที่แท้จริง

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สีตลา ชาญวิเศษ

คนทำงานด้านกลยุทธ์คอนเทนต์ นักเขียน นักการตลาดที่ชอบทำงานกับเกษตรกรและชุมชน