Love Actually | ในความเห็นต่าง (ทางการเมือง) ความรักเชื่อมเราไม่ให้ขาดจากกัน

Love Actually
5 Apr 2019
เรื่องโดย:

ตินกานต์

การเลือกตั้งผ่านไปแล้ว แต่บรรยากาศทางการเมืองก็ยังคึกคักและร้อนแรง ฉันเอง จากที่เคยเบื่อหน่ายส่ายหน้ากับบรรดานัก (เล่น) การเมืองหน้าเก่า ก็หันมาตื่นตัวเมื่อมีพรรคและนักการเมืองหน้าใหม่เข้ามาให้พิจารณาและรู้สึกถึงความหวังขึ้นมาบ้าง ก่อนการเลือกตั้งมาถึง ฉันและคนรักมักนั่งดูดีเบตของตัวแทนพรรคและแคนดิเดตนายกฯ บนเวทีต่างๆ ด้วยกันเสมอ ระหว่างนั้นก็หยิบยกประเด็นร้อนขึ้นมาเป็นบทสนทนาอยู่บ่อยๆ

     เราถูกบอกต่อๆ กันมาถึงเรื่องที่อย่าเอามาถกเถียงกันคือ ศาสนาและการเมือง คงเพราะสองอย่างนี้ประกอบขึ้นด้วยความเชื่อเฉพาะคนอยู่มาก ยิ่งในเรื่องการเมือง ก็ไม่ใช่เพียงจะชูว่าบุคคลหรือพรรคที่เราสนับสนุนมีดีอย่างไร แต่มักชี้ด้วยว่าบุคคลหรือพรรคที่เธอสนับสนุนไม่ดีอย่างไร พอเริ่มชี้นิ้วไปหาคนอื่นเมื่อไหร่ ก็ง่ายมากที่จะเกิดการกระทบกระทั่ง

     ฉันเคยเห็นคนโต้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเกี่ยวกับนักการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างปกป้อง จากที่คุยกันเบาๆ ในเรื่องสัพเพเหระ กลับมีน้ำเสียงขึงขังดุดันขึ้นเมื่อมีเรื่องการเมืองเข้ามาเอี่ยวในวง แล้วก็น่าประหลาด หากใครสักคนชื่นชมพรรคหรือนักการเมืองที่อีกฝ่ายชิงชัง แม้จะเป็นเพื่อนที่กอดคอกันมานาน ก็สามารถถูกมองเป็นศัตรูขึ้นมาทันใด

     “ขออันฟอลโลว์ก่อน หลังเลือกตั้งแล้วคอยกลับมาฟอลโลว์ใหม่”

     คนหนึ่งแอบบอกลับหลัง ทั้งที่ผ่านมาสองคนก็เคยทับถมเคยเย้ยหยันทีมฟุตบอลของอีกฝ่าย แต่ยังไม่หัวร้อนถึงขั้นต้องขอเว้นการมองเห็นชีวิตหรือความคิดเรื่องอื่นของกัน จนกระทั่งมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

     หรือการรักษาสัมพันธ์ เราจำเป็นต้องละเว้นเรื่องการเมืองไว้จริงๆ

 

     กับคนรัก ฉันคุยกับเขาถึงความเชื่อทางศาสนามาตั้งแต่เริ่มต้นทำความรู้จักกันใหม่ๆ ฉันเชื่อแบบนี้ คุณเชื่อแบบไหน ฉันเชื่อว่าเราเวียนว่ายตายเกิด คุณล่ะ เชื่อหรือเปล่าว่านี่เป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้ง เราไม่ได้เห็นพ้องกันไปเสียหมด แต่ก็ยอมรับได้หากอีกฝ่ายจะเชื่อมั่นอย่างนั้น แต่ดีเหลือเกินที่ในเรื่องการเมือง เราเห็นตรงกันเป็นส่วนใหญ่ เราจึงไม่จำเป็นต้องเลี่ยงที่จะพูด ไม่มีเหตุอะไรให้ต้องอันฟอลโลว์

     สำหรับฉัน การเมือง (หรือศาสนา) ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามในชีวิตคู่ ตรงกันข้าม ยิ่งเป็นเรื่องเปราะบางแค่ไหน เรายิ่งควรพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาได้มากเท่านั้น เพราะในพื้นที่ของสองคนที่รักกัน นี่เป็นอาณาเขตที่เราสามารถพูดออกมาได้อย่างสบายใจที่สุดแล้ว ปลอดภัยที่สุดแล้วหากจะเปลือยความเห็นสวนทางกัน วางใจได้ที่สุดแล้วว่าไม่มีสายตาของคนอื่นมาตัดสิน

     หรือหากสองคนฝักใฝ่คนละฝ่าย นี่ก็เป็นเวทีดีเบตที่ดีที่สุด ไม่มีไอคอน like หรือ angry ให้ต้องพะวง มีแต่สองคนที่รักกันและกำลังพูดเพื่อให้เกิดความใจในกันเท่านั้นเอง

     บรรยากาศการดีเบตระหว่างคู่รักจะสร้างสรรค์ได้ก็ต่อเมื่อหากมีคนหนึ่งพูด ก็ต้องมีคนหนึ่งฟัง และฟังจนจบอย่างอดทนได้ แม้ไม่เห็นด้วยก็พยายามทำความเข้าใจ แล้วแสดงทัศนะของเรากลับไปด้วยถ้อยคำน่าฟัง ไม่มีคำที่ประเภทฉันถูก-เธอผิด ไม่หลุดคำสบถ ไม่ใช้น้ำเสียงที่ผลักให้อีกคนกลายเป็นฝ่ายตรงข้าม

     คุยเรื่องการเมืองกับคนที่เรารักและเขาก็รักเราน่ะสนุกจะตาย เชื่อฉัน

 

     เพื่อนของฉันคู่หนึ่งเคยมีมุมมองทางการเมืองที่แตกต่าง หลายปีก่อน ตอนที่การเมืองถูกแบ่งเป็นเสื้อสองสี เราเคยล้อมวงถกถึงเรื่องนี้อย่างออกรสออกชาติด้วยเป็นกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมกันมานาน พอเข้าประเด็นที่เขาสองมองไม่ตรงกัน ขณะที่ฝ่ายชายพูด ฉันสังเกตเห็นว่าฝ่ายหญิงจะนั่งฟังนิ่งๆ ไม่มีคำโต้แย้งโพล่งออกมาทั้งสิ้น ปราศจากสีหน้าไม่สบอารมณ์ หมดเรื่องนี้ก็คุยกันต่อเรื่องใหม่ ทั้งคู่นั่งอยู่ด้วยกันกระทั่งทั้งหมดแยกย้าย

     ฉันนึกไม่ออกเลย ถ้าสองคนไม่รู้มาก่อนว่าเขาคิดแบบนี้ เธอมองแบบนั้น เขาชอบฝ่ายนี้ แต่เธอเลือกอีกฝ่าย บรรยากาศวงสนทนาในคืนนั้นจะเป็นอย่างไร แต่เพราะทั้งคู่รู้กันมาก่อนหน้า เข้าใจและยอมรับกันได้ ให้เกียรติในสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ขณะที่ยังรักษาสิทธิ์ของตัวเองไว้

     เพื่อนของฉันคู่นี้รักและอยู่ด้วยกันมาเกิน 10 ปีแล้ว

 

     ถ้าเรามองว่าความสัมพันธ์จะก้าวหน้าได้ สองฝ่ายต้องเปิดใจและพร้อมทำความเข้าใจ ประเด็นทางการเมืองก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องปิดปาก ยิ่งมองไปถึงจะลงหลักปักฐานกันด้วยแล้ว ยิ่งควรได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่อกัน เพราะในทางหนึ่ง นี่เป็นการแสดงถึงการมองเป้าหมายของชีวิตคู่ เพราะการเมืองสอดแทรกอยู่ในแทบทุกเรื่องของชีวิต แฝงตัวอยู่ในรูปของเศรษฐกิจ อาชีพ รายได้ แม้แค่ค่านม ค่าเรียนของลูก รู้ว่ามองตรงกันก็จะได้สบายใจ แต่ถ้ามองต่างก็อย่าเพิ่งตกใจไป หากเรามีความสัมพันธ์ที่แข็งแรง มีความรักที่หนักแน่น ความต่างทางการเมืองก็จะเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย ไม่มีทางแทรกแซงความรักที่จริงแท้แน่นอนกว่าไปได้ เพียงแต่ต้องหาจุดร่วมตรงกลางให้เจอก็เท่านั้น

 

     มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากเล่า แม้ไม่ใช่เรื่องของคู่รัก แต่ก็รู้สึกว่าน่ารัก

     ก่อนการเลือกตั้ง ในวันที่พรรคการเมืองใส่เกียร์เดินหน้าหาเสียงเต็มที่ ฉันไปได้ยินแม่ลูกคู่หนึ่งเขาคุยกัน แม่ถามลูกชายถึงพรรคที่ลูกจะเลือก ลูกตอบ แล้วถามกลับว่าแม่ตัดสินใจเลือกได้หรือยัง คนแม่ตอบว่าเลือกแล้ว

     “แต่ไม่ใช่คนเดียวกับที่หนูเลือกนะ”

     ฟังคำแม่ หนุ่มน้อยนิ่งเงียบไปพัก แล้วแม่ก็ยกมือขึ้นแตะแผ่นหลังลูกชาย และประโยคที่เธอพูดต่อมาก็ราวกับมีมือยื่นมาแตะบ่าฉันอย่างอ่อนโยนด้วยเช่นกัน

     “หนูอยากเลือกใคร เลือกไปเลย ยังไงความสัมพันธ์ของแม่ลูกก็แน่นแฟ้นกว่านักการเมืองอยู่แล้ว”

     นี่อย่างไร ในความเห็นต่าง (ทางการเมือง) แต่ความรักยังเชื่อมเราไม่ให้ขาดจากกัน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ตินกานต์

ผู้เขียน ‘ดอก รัก’ หนังสือรวมเรื่องสั้น ที่ว่าด้วยผู้หญิง ความรัก และดอกไม้ สำนักพิมพ์ a book Publishing