Love Actually | การกลั่นแกล้ง (Bullying) เกี่ยวกับการหาคู่ได้อย่างไร

พักหลังๆ ประเด็นการกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) เป็นที่ถกเถียงกันมากขึ้นในสังคม เพราะปัญหานี้อันตรายถึงขั้นทำร้ายคนจนฆ่าตัวตายได้ หรือไม่ก็ทำลายสภาพจิตใจให้ย่ำแย่ได้ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น ทว่าการกลั่นแกล้งไม่เพียงแต่ทำร้ายจิตใจคนเท่านั้น แต่ยังทำให้คนที่ตกเป็นเป้าหมายถูกกลั่นแกล้งหาความสัมพันธ์ได้ยากขึ้นอีกด้วย

     อันที่จริง สังคมมนุษย์ไม่ต่างจากสังคมสัตว์ คือเป็นสัตว์สังคมที่มีจ่าฝูง หรือที่เรียกว่า ‘อัลฟา’ (Alpha) วิธีการที่สัตว์จะขึ้นมาเป็นจ่าฝูงคือการใช้กำลังข่มสัตว์ตัวอื่นๆ เพื่อแสดงว่าตนเองนั้นเหนือกว่า ในทำนองเดียวกัน วิธีนี้ยังถูกใช้เพื่อแย่งตัวเมียหรือหาคู่

     ไม่น่าเชื่อว่า ในงานวิจัยเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งเรื่อง Do Bullies Have More Sex? The Role of Personality ปี 2017 โดย Daniel A. Provenzano พบข้อมูลคล้ายๆ กันคือ คนที่มีบุคลิกด้านความซื่อสัตย์และการอ่อนน้อม (Honest-Humility) ในระดับต่ำ จะใช้การกลั่นแกล้งคนอื่น (Bullying) ในการแสดงออกถึงอำนาจเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม นอกจากนี้ยังพบอีกด้วยว่า การกลั่นแกล้งคนอื่นยังสัมพันธ์กับการมีคู่สัมพันธ์เยอะขึ้นด้วย (Sexual Partners) พูดอีกอย่างคือ คนที่ไม่ซื่อสัตย์และมีนิสัยหยาบกระด้าง มักใช้การกลั่นแกล้งคนอื่นเพื่อยกตัวเองและยังใช้เพื่อหาคู่นอน

     ในทางกลับกัน สำหรับคนที่เป็นเป้าหมายถูกกลั่นแกล้ง นอกจากพวกเขากลายเป็น ‘ตัวตลก’ ในสายตาคนอื่น ซึ่งทำให้อับอาย พวกเขายังขาดความมั่นใจในการสร้างความประทับใจเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม พูดง่ายๆ คือการมีแฟนนั่นเอง ฉะนั้น คนที่ถูกกลั่นแกล้งนับว่าน่าเห็นใจมาก เพราะนอกจากจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่สังคมไม่ยอมรับ พวกเขายังต้องต่อสู้กับความปรารถนา ความเหงา เพราะไร้คู่ครอง

 

     ทีนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่โดนกลั่นแกล้งและรู้สึกขาดความมั่นใจในการหาคู่ครอง มีอะไรบ้างที่พอช่วยได้

 

1. สร้างความมั่นใจในแบบฉบับตัวเองขึ้นมา

     ไม่มีใครหรืออะไรในโลกนี้ที่จะปลุกพลังในตัวคุณได้ ถ้าไม่ใช่ตัวคุณเอง ซึ่งเป็นคำแนะนำที่ยากมาก เพราะเหมือนเป็นการบอกให้คนที่สูญเสียความมั่นใจลุกมาสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง แต่ชีวิตมันก็แค่นี้ อยู่ที่ว่าคุณจะยอมรับให้ตัวเองเป็นเช่นนั้น หรือคุณจะเปลี่ยนชะตาชีวิตใหม่

     สิ่งหนึ่งที่คุณต้องมีก่อนคือ การมีกรอบคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) คือไม่ได้มองว่าความสามารถเป็นสิ่งที่ตายตัว แต่มองว่าคนเราสามารถเติบโตไปได้เรื่อยๆ เช่นกันกับตัวคุณเอง หากคุณมองว่า ตัวคุณเกิดมาแบบนี้และทำได้แค่นี้ คุณก็จะหยุดอยู่แค่นี้ ไม่ใช่เพราะอะไรอื่น แต่เป็นเพราะกรอบคิดขังคุณไว้

     ในทางกลับกัน ถ้าคุณเชื่อว่าคุณสามารถเติบโตได้เรื่อยๆ คุณจะโอบรับปัญหาที่เกิดขึ้นในเชิงบวกได้ดีขึ้น เช่น มองว่าการถูกกลั่นแกล้งเป็นสิ่งท้าทายหรือโจทย์ที่ทำให้คุณเติบโตขึ้น เมื่อคุณรู้สึกว่ามันคือโจทย์ที่ทำให้คุณเก่ง คุณจะเริ่มอยากหาวิธีรับมือมันด้วยจิตใจที่สู้มากขึ้น พูดอีกอย่างคือ คุณกำลังลอกเลียนวิธีแบบ ‘อัลฟา’ มาใช้

 

2. อย่าไปสนใจคนที่ไปชอบคนแบบนั้น

     บางครั้งคุณอาจน้อยใจว่าชีวิตช่างไม่ยุติธรรมเลยที่พวกอันธพาลได้รับการยอมรับ แถมยังดึงดูดพวกสาวๆ อีกด้วย แต่ดูคุณสิ นอกจากจะถูกแกล้ง ยังไม่มีใครสนใจ

     เรื่องนี้คุณต้องเข้าใจให้ดีก่อนว่า คนที่ยอมรับและหลงรักพวกอันธพาลไม่ใช่คนที่เหมาะกับคุณหรอก เพราะถ้าเขามองว่าการกลั่นแกล้งเป็นสิ่งที่เท่แล้วละก็ แสดงว่าเขาถือศีลธรรมคนละชุดกับคุณแน่ๆ ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นเลยที่คุณต้องน้อยใจ แต่ให้มองแง่ดีว่า ช่างโชคดีจังที่โชคชะตาได้ตัดคนเหล่านั้นออกไป คุณจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาดูใครนานๆ

     ทำนองเดียวกัน หากใครก็ตามที่ไม่ยอมรับการกลั่นแกล้งและยังแสดงความเห็นอกเห็นใจคุณ นั่นต่างหากคือคนที่คุณควรสนใจ และดีไม่ดีใครสักคนในนั้นอาจเป็นคนที่คุณจะสานสัมพันธ์ได้

 

3. หาแง่มุมที่ตัวเองเป็นประโยชน์กับคนอื่น

     เคยมีคนบอกไว้ว่า เวลาชีวิตมืดมน ให้เราแสดงความรักต่อคนอื่นให้มากๆ เพราะในตอนนั้นแหละที่เราจะเห็นแสงสว่างในความมืด ซึ่งแสงสว่างก็ไม่ใช่อะไรอื่นไกล แต่เป็นตัวเรานั่นเอง

     เช่นเดียวกัน หากคุณรู้สึกท้อแท้กับการสร้างกำลังใจให้ตัวเอง สิ่งหนึ่งที่คุณควรทำคือการช่วยเหลือหรือแสดงความรักต่อผู้อื่น เพราะแง่หนึ่งเป็นการย้ายความสนใจจากปัญหาตัวคุณเองไปยังคนอื่น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยได้มากในการบรรเทาความเครียดและความกังวล เพราะคุณกำลังเอาหัวสมองไปคิดเรื่องอื่นแทนเรื่องตัวเอง นอกจากนี้การที่คุณรับรู้ว่าตัวเองมีประโยชน์และช่วยคนอื่นได้ มันเป็นการยืนยันตัวเองว่าคุณมีคุณค่า เพราะอย่างน้อยการมีอยู่ของคุณก็ช่วยให้คนอื่นดีขึ้น ถึงตอนนั้นคุณก็จะเริ่มมีความมั่นใจขึ้นมาเอง

     สุดท้าย แม้คุณปรับเปลี่ยนใครไม่ได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ เมื่อคุณเปลี่ยนได้ คุณก็เปลี่ยนแปลงเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และไม่แน่วันหนึ่งคุณอาจช่วยคนอื่นที่ถูกกลั่นแกล้งได้อีกด้วย

Share Post
Like 0 View 773

Author

สีตลา ชาญวิเศษ

นักเขียน และคนทำงานด้านคอนเทนต์ ผู้ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทในหัวข้อ ‘การจีบกันบนสื่อออนไลน์’ และเป็นเจ้าของแฟนเพจ ‘ธีสิสมุ้งมิ้ง’ ส่วนเรื่องความรัก เป็นคนอกหักเก่ง แห้วเก่ง เลยมีประสบการณ์มาบอกเล่าเรื่องที่อย่าทำเยอะมาก แต่ถึงแม้จะเจ็บมามากแค่ไหน ทุกวันนี้ก็ยังเชื่อในเรื่องความรักเหมือนเดิม