Love Actually | ‘โรแมนติก’ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ยิ่งใหญ่

หลายคนมักมองว่า คนเรานั้นมีคุณค่าก็เพราะสิ่งใหญ่โตที่เราทำ แต่ลองนับดูเถอะ มีสักกี่ครั้งในชีวิตที่คนเราจะได้ทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่จริงๆ เหตุผลที่ยกประเด็นขึ้นมาก็เพื่อจะบอกว่า สิ่งที่ทำให้คนเราหลงรักหรือประทับใจใครสักคน ไม่ใช่เพราะเรื่องยิ่งใหญ่อะไรหรอก แต่เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ต่างหาก

     ครั้งหนึ่งรุ่นพี่เคยเล่าเรื่องความรักของพ่อและแม่ของเขาให้ฟังว่าตั้งแต่ป๊ากับม้าอยู่กินด้วยกันมา 30 กว่าปี ป๊าไม่เคยพูดว่ารักม้าเลยสักครั้ง แต่รู้ไหม ทุกเช้าที่ม้าไปออกกำลังกายที่สวนลุมฯ และนั่งรถเมล์กลับมาบ้าน ป๊าจะโทร.มาถามม้าตลอดด้วยเสียงห้วนๆ ว่า อยู่แถวไหนแล้ว? ใกล้ถึงหรือยัง? ในสมัยที่ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ ป๊าจะใช้วิธีเดินมารอแถวป้ายรถเมล์เพื่อดูว่าม้ามาถึงหรือยัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวันตลอดเวลาหลายสิบปี แม้จะไม่มีคำว่ารักหลุดลอดจากปากผู้ชายเชื้อสายจีนมาดเข้มคนนี้เลยก็ตาม

     ทุกวันนี้ แม้ป๊าของรุ่นพี่จะจากโลกนี้ไปหกเจ็ดปีแล้ว แต่คนที่บ้าน โดยเฉพาะม้าต่างรู้ดีว่า ป๊ารักม้ามาก ไม่ใช่เพราะอะไรใหญ่โตที่ป๊าทำ แต่เพราะสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในทุกทุกวันที่บ่งบอกว่าป๊าแคร์และเป็นห่วงม้ามากต่างหาก อันที่จริง การที่คนเราหมั่นเพียรทำสิ่งใดก็ตามให้คนคนหนึ่งเป็นเวลาหลายสิบปีได้นั้น นี่ต่างหากคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่

     แม้ในยุคสมัยของป๊าม้าจะยังไม่มีคำจำกัดเหมือนคนยุคนี้ ที่เรียกว่า ‘ความโรแมนติก’ แต่ถึงอย่างนั้นความโรแมนติก หรือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ใครสักคนเพียรทำให้อีกคนก็มีมาแต่ไหนแต่ไร และมันยังคลาสสิกอยู่เสมอ อีกทั้งมันยังเป็น ‘กาวชั้นดี’ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคู่รักเหนียวแน่นและคงทน เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องบาดหมางหรือขุ่นเคืองใจกัน ก็จะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละที่คอยสมานและเป็นข้อดีที่ทำให้อีกฝ่ายไม่คิดอยากผันแปรจากไป

     ทีนี้ สำหรับใครที่กำลังมีความรักหรือมีความรักอยู่แล้ว และอยากจะโรแมนติกเป็นกับเขาบ้าง จะต้องทำยังไง?

 

ลืมเรื่อง ‘โรแมนติกแบบอุดมคติ’ ไป

     ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมที่เราอยู่ทุกวันนี้ได้บ่มเพาะวิธีคิดเรื่อง ‘โรแมนติก’ แบบอุดมคติไว้อยู่ไม่กี่แบบ ผ่านหนัง ผ่านละคร ผ่านนิยายรักพระเอกนางเอก เช่น ซื้อดอกไม้ช่อโต พาไปกินร้านหรูบนดาดฟ้า หรือเซอร์ไพรส์แฟนด้วยการคุกเข่าขอแต่งงาน จริงๆ เราไม่ได้บอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่โรแมนติกนะ เพราะหลายคนฝันถึงความโรแมนติกแบบนี้จริงๆ แต่เชื่อเถอะไม่ใช่ทุกคนที่ฝันอย่างนี้หรอก และเราก็ได้ยินหลายคนพูดแบบนี้ด้วย 

     สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่าคุณช่างสังเกตพอไหม ว่าฝันหรือความชอบของอีกคนนั้นคืออะไร ถ้าฝันของแฟนคือการคุกเข่า ก็คุกเข่าไปเลย แต่ถ้าแฟนคุณชอบอะไรแหวกแนวหรือชอบอะไรบ้านๆ ก็ต้องทำให้แตกต่างแบบที่แฟนคุณชอบ เช่น อาจจะนั่งซักผ้าด้วยกัน แล้วขอแต่งงาน หรือไม่แฟนคุณอาจไม่ได้ชอบดอกไม้ช่อโต แต่ชอบดอกไม้ริมทางกระถางเล็กๆ ที่คุณให้เขามากกว่าก็ได้

     ดังนั้น หัวใจสำคัญของข้อนี้คือความโรแมนติกแบบที่สังคมบอกว่า ทำแบบนี้สิจะโรแมนติก มันไม่ได้แปลว่าโรแมนติกเสมอไป มันจะโรแมนติกหรือเซอร์ไพรส์หรือไม่ อยู่ที่คุณ ‘รู้ใจ’ อีกฝ่ายมากแค่ไหนต่างหาก

 

ใส่ใจและตั้งใจ คือหัวใจ

     มีงานวิจัยหนึ่งพบว่า ผู้หญิงมักไม่ได้สนใจเรื่องมูลค่าสิ่งของมากเท่ากับความตั้งใจที่ผู้ชายทำให้ พูดง่ายๆ คือ ผู้หญิงให้ความสำคัญกับความตั้งใจมากกว่าราคา ยกตัวอย่างเช่น น้ำเปล่ามูลค่า 7 บาท ที่แฟนหนุ่มซื้อเตรียมไว้ให้แฟนสาวหลังจากพูดพรีเซนต์งานกับลูกค้าตลอดทั้งวันจนเจ็บคอ อาจมีมูลค่าทางใจมากกว่าไวน์แดงขวดหลายหมื่นที่แฟนหนุ่มสั่งให้เลขาฯ ช่วยหาและจัดส่งไปให้แฟนที่บ้าน 

     เหตุผลที่มันมีมูลค่าต่างกัน ก็เพราะมันเกิดจากความตั้งใจและความพยายามที่ต่างกัน นอกจากนี้ก็คือ ‘ความเอาใจใส่’ บางครั้งชีวิตคนเราไม่ได้ต้องการอะไรซับซ้อนมากไปกว่าการมีใครสักคนที่คอยห่วงและใส่ใจเราจริงๆ เหมือนอย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่าการใส่ใจไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โต แต่มันคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราหมั่นเพียรคอยดูแลและทำให้อีกฝ่าย พูดอีกอย่างคือเราคอยคิดเผื่ออีกฝ่าย 

     อย่างวิธีง่ายๆ ที่ทำให้หลายคนหัวใจพองโต เช่น คำถามที่ว่า ‘วันทำงานวันนี้ เหนื่อยไหม?’ คุณรู้ไหมว่า สำหรับคนที่ทำงานมาเหนื่อยๆ พอได้ยินแฟนถามประโยคนี้ประโยคเดียวก็หายเหนื่อยได้เลย เพราะมันชื่นใจที่รู้ว่าอีกฝ่ายห่วงใยเรา

 

ทำให้เอง (โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องขอ) และทำให้เสมอ

     มันจะไม่โรแมนติกเลย ถ้าคุณทำอะไรให้เพราะอีกฝ่ายขอให้ทำ ความโรแมนติกเกิดขึ้นจากตัวเราเป็นคนทำเอง โดยเป็นตัวเราเองนี่แหละที่คอยคิดเผื่ออีกฝ่ายก่อน ว่าอีกฝ่ายน่าจะอยากได้อะไร อีกฝ่ายกำลังเป็นยังไง เช่น ตัวอย่างป๊าของรุ่นพี่ที่เล่ามาข้างต้น ม้าไม่ได้ขอให้ป๊าโทร.หาหรือเดินมาหาที่ป้ายรถเมล์ แต่เป็นป๊าทำให้โดยที่ม้าไม่ได้ร้องขอ 

 

     นอกจากนี้ อีกข้อสำคัญคือ ต้องทำให้สม่ำเสมอ เพราะความต่อเนื่องเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเรายังรักและเอาใจใส่คนรักเหมือนเดิม เหมือนกับความหวาน ชีวิตคนเราถ้าหวานทุกวัน มันก็เลี่ยน ก็ต้องมีคละเคล้าหลายรสชาติถึงจะสนุกและกลมกล่อม แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าเราไม่ต้องการความหวานเลย ฉะนั้น ก็ต้องหมั่นเติมความหวานให้กันบ้าง

     และนี่ก็เคล็ดลับ 3 ข้อที่นำมาฝากกัน ซึ่งถ้าจะให้สรุปง่ายๆ ก็คือ การที่เราหมั่นคิดเผื่อและดูแลเอาใจใส่ใจอีกฝ่ายนั่นเอง โดยเฉพาะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะบ่อยครั้งหลายคนมักคิดว่าแค่พาแฟนไปกินข้าว หรือทำงานหาเลี้ยงคนรักก็เพียงพอแล้ว แต่ความจริง ความหวานอยู่ในรายละเอียดที่เล็กกว่านั้น 

     คุณภาพความสัมพันธ์จึงไม่ใช่แค่ผลรวมของเหตุการณ์หรือความทุ่มเทใหญ่ๆ แต่มันคือทั้งหมด โดยเฉพาะสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณและเขาหมั่นทำให้กันในแต่ละวัน

Share Post
Like 1 View 4040

Author

สีตลา ชาญวิเศษ

นักเขียน คนทำงานด้านวางแผนคอนเทนต์ นักบรรยายด้านการตลาดสร้างสรรค์และการเล่าเรื่อง ก่อนหน้านี้เคยเขียนบทความความรักและความสัมพันธ์มาก่อน แต่ถึงจุดอิ่มตัว เลยผันมาเขียนเล่าเรื่อง ‘หนังสือ’ ที่ชอบอ่านแทน นอกจากนี้ ยังเป็นคนใช้ชีวิตแต่ละวันเสมือนการเดินทางทางจิตวิญญาณ