I Want Love

I Want Love | จงเชื่อมั่นเสมอว่าเราทุกคนมีคุณค่าพอจะได้รับความรักที่ดีที่สุด

แว่นกันแดดแฟชั่นรูปทรงแปลกประหลาด คอสตูมสุดอลังการ บางทีก็พิลึกพิลั่น การปรากฏกายบนเวทีพร้อมเปียโน ความสนุกแบบจัดเต็มในคอนเสิร์ต เหล่านี้ล้วนสร้างสีสันและเอกลักษณ์ให้กับชีวิต เอลตัน จอห์น (Elton John) ศิลปินชาวอังกฤษเป็นที่จดจำในแวดวงดนตรีโลกมายาวนานหลายทศวรรษ นอกเหนือจากการแสดงสดที่สมบูรณ์แบบบนเวทีแล้ว ว่ากันว่า เขาจะจ้างดีไซเนอร์ระดับแนวหน้ามาออกแบบรายละเอียดคอสตูมให้กับทุกการแสดงของเขาเสมอ

I Want Love

 

     จนถึงวันนี้ เอลตัน จอห์น (ที่ได้รับยศเซอร์แล้ว) ยังคงแพรวพราวไปด้วยเสน่ห์และความสนุกในแบบของเขาไม่เคยเปลี่ยน แต่นอกจากแฟชั่นล้ำๆ อันเป็นรสนิยมส่วนตัวของเขาแล้ว สิ่งสำคัญที่พาให้เขาประสบความสำเร็จและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของศิลปินคือพรสวรรค์ทางดนตรี โดยเฉพาะในช่วงยุค 70s ที่มียอดขายอัลบั้มรวมถึง 550 ล้านชุด บทเพลงที่ เอลตัน จอห์น ฝากไว้ให้กับวงการดนตรีโลกมีมากมาย ซึ่งเพลงที่หลายคนจดจำได้และเสมือนเป็นตัวแทนของเขาก็คือ Crocodile Rock และ Can You Feel The Love Tonight

     แต่มีอยู่บทเพลงหนึ่งที่นอกจากจะสะท้อนมุมมองที่เขามีต่อความรักได้อย่างดีแล้ว ยังสะท้อนสภาวะความโดดเดี่ยว และการต่อสู้เพื่อพิสูจน์คุณค่าตัวเองได้เป็นอย่างดี เพลงนั้นก็คือ I Want Love

 

     I Want Love เป็นซิงเกิลจากอัลบั้ม Songs from the West Coast ในปี 2001 ของ เอลตัน จอห์น ซึ่งแต่งร่วมกับ เบอร์นี ทาปิน (Bernie Taupin) และเป็นอัลบั้มที่นักวิจารณ์ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าได้นำพา เอลตัน จอห์น กลับไปสู่พื้นฐานของโครงสร้างดนตรีในแบบฉบับเขา ที่มีเสียงเปียโนเป็นฐานหลัก เพลงนี้ติดอันดับท็อปเท็นในหลายชาร์ตทั่วยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมีในปี 2002 ในสาขา Best Male Pop Vocal Performance

     นอกจากบทเพลง มิวสิกวิดีโอก็ยังเป็นที่กล่าวถึงเช่นกัน เพราะนอกจากจะเป็นการถ่ายทำแบบต่อเนื่อง (Long shot) แล้ว ยังได้ โรเบิร์ต ดาวนี จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) นักแสดงหนุ่มชื่อดังจากฮอลลีวูดมาร่วมแสดงด้วย แต่ความน่าสนใจของมิวสิกวิดีโอตัวนี้กลับเป็นเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังต่างหาก

     ย้อนกลับไปในช่วงที่ เอลตัน จอห์น กำลังเตรียมการสำหรับทำมิวสิกวิดีโอเพลง I Want Love ในปี 2001 เขาได้เลือกว่าจ้าง แซม เทย์เลอร์-จอห์นสัน (Sam Tyler-Johnson) ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์และช่างภาพชาวอังกฤษ สำหรับกำกับมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ แซมตอบรับและกลับมาพร้อมกับไอเดียในการถ่ายทำแบบต่อเนื่อง รวมไปถึงอยากได้ โรเบิร์ต ดาวนี จูเนียร์ มาเป็นนักแสดงนำ เอลตันก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ เขาคิดว่าโรเบิร์ตเป็นตัวเลือกที่เพอร์เฟ็กต์ และเนื้อเพลงก็เชื่อมโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับโรเบิร์ตได้ เพราะในเวลานั้นเขาเองกำลังเข้ารับโปรแกรมอยู่ในสถานบำบัด ภายหลังจากที่เขาประสบปัญหาในอาชีพนักแสดงหลายต่อหลายครั้งจากการใช้สารเสพติด ปัญหาคือทำอย่างไรจึงจะได้ตัวโรเบิร์ตมาร่วมแสดงในมิวสิกวิดีโอได้

 

 

     โชคเข้าข้างทั้ง เอลตัน จอห์น, แซม เทย์เลอร์-จอห์นสัน และ โรเบิร์ต ดาวนี จูเนียร์ เพราะสถานบำบัดยินยอมให้โรเบิร์ตออกมาถ่ายทำมิวสิกวิดีโอนี้ได้เป็นเวลาหนึ่งวัน และนั่นนับเป็นการกลับมารับงานแสดงครั้งแรกของเขาหลังเจอมรสุมชีวิตอีกด้วย (เอลตัน จอห์น เองก็เคยดิ้นรนต่อสู้กับปัญหาเรื่องการใช้สารเสพติด และต้องเข้ารับการบำบัดเช่นกันในปี 1990)

     ในมิวสิกวิดีโอ I Want Love เล่าเรื่องผ่านโรเบิร์ต ดาวนี จูเนียร์ ที่เดินลิปซิงก์อยู่ในคฤหาสน์เกรย์สโตน (Greystone) ในเบเวอร์ลีฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ว่างเปล่าร้างไร้ผู้คน ด้วยความรู้สึกอันแสนโดดเดี่ยว แซม เทย์เลอร์-จอห์นสัน ใช้การถ่ายทำถึง 16 เทก ก่อนจะเลือกใช้เทกสุดท้าย ซึ่งเธอให้เหตุผลว่าโรเบิร์ตดูผ่อนคลายที่สุด และกล่าวว่า ‘การตีความการแสดงของเขาช่างยอดเยี่ยม’

     ภาพสะท้อนจากเบื้องหลังชีวิตจริงของตัวนักแสดงอย่าง โรเบิร์ต ดาวนี จูเนียร์ ช่วยเสริมให้เนื้อเพลงและท่วงทำนองที่ เอลตัน จอห์น ร้อยเรียงขึ้นมามีพลังและน่าสนใจมากขึ้น ในทางกลับกันเนื้อเพลงก็ช่วยสะท้อนบทชีวิต และการดิ้นรนต่อสู้ในยามที่อยู่จุดต่ำสุดของนักแสดงแห่งฮอลลีวูด ที่หากเปรียบในฐานะมนุษย์คนหนึ่งก็ย่อมมีร่องรอยปริแตกและความไม่สมบูรณ์ในชีวิต ไม่ต่างจากคนอื่นๆ เพียงแค่รอยตำหนิของเราอาจจะอยู่กันคนละจุดเพียงเท่านั้น และไม่ว่าอย่างไรก็ยังต้องการมีความรักที่จะช่วยเสริมสร้างชีวิตเสมอ

     เพราะความเป็นจริงคือไม่มีมนุษย์คนไหนที่สมบูรณ์ แต่กระนั้นเราก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับความรักที่ดีเท่ากันทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ใครก็ตาม

 

I want love, but it’s impossible

A man like me, so irresponsible

A man like me is dead in places

Other men feel liberated

‘ฉันอยากมีความรัก แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก คนอย่างฉันแสนขาดไร้ความรับผิดชอบใดๆ คนอย่างฉัน ราวกับตายซากทุกที่ไป แต่คนอื่นๆ ต่างมีอิสระและเป็นสุขใจ’

 

     เพลงนี้เล่าเกี่ยวกับการพยายามต่อสู้เพื่อกลับสู่ชีวิต ความรัก และดิ้นรนเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง แต่ไม่ว่าใครก็ตาม หลังจากผ่านเหตุการณ์หรือช่วงชีวิตมากมาย เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เริ่มสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด ความผิดหวัง น้ำหนักของความรับผิดชอบ ความคาดหวังจากผู้อื่น และอีกมากมาย ล้วนมีโอกาสที่จะตกอยู่ในห้วงสภาวะแห่งความไม่มั่นใจในตนเอง ไร้ความเชื่อมั่นในตัวเอง มองเห็นชีวิตคนอื่นดีกว่า และเริ่มกล่าวโทษตัวเองได้ในที่สุด

 

I can’t love, shot full of holes

Don’t feel nothing, I just feel cold

Don’t feel nothing, just old scars

Toughening up around my heart

‘ฉันรักใครไม่ได้ เพราะเต็มไปด้วยรอยตำหนิ ไม่รู้สึกอะไรหรอกนอกจากความเย็นชา ไม่รู้สึกอะไรหรอกนอกจากรอยแผลเป็นเก่าที่ยังคงอยู่ และคอยเข้ามาเกาะกุมหัวใจของฉันแน่นขึ้น’

 

     ความรู้สึกกล่าวโทษตัวเองเกิดขึ้นได้กับทุกคน สิ่งเหล่านี้ล้วนนำมาซึ่งความป่วยไข้ที่ทุกยุคทุกสมัยต้องเผชิญมาตลอดอย่าง ‘ความเครียด’ และ ‘โรคซึมเศร้า’ มีบทความจาก Psychological Today ที่ชื่อว่า ‘Why Are Teens So Stressed and What Can Break the Cycle?’ โดย ศาสตราจารย์แดเนียล พี. คีทิง (Daniel P. Keating) อธิบายว่า ปัจจุบันมนุษย์เรากำลังอยู่ในยุคที่ ‘ความเครียด’ คือ ‘โรคระบาด’

     ในท่อนนี้บรรยายถึงความรู้สึกว่าไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว เพราะเจ็บปวดมากเกินไป รอยแผลเป็นบนร่างกายนั้นเปรียบเสมือนตัวแทนของความทรงจำเก่าที่อยากสลัดทิ้งไป แต่ก็เป็นไปไม่ได้ รอยแผลเป็นบังคับให้คุณจดจำเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเสมอ

     ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดอาจเป็นการ ‘ยอมรับ’ ว่าแผลเป็นนั้นคือส่วนหนึ่งของร่างกาย วันที่เรายอมรับบางสิ่งบางอย่างได้ หัวใจเราจะถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากบางสิ่งบางอย่างนั้นเช่นกัน

 

But I want love, just a different kind

I want love, won’t break me down

Won’t brick me up, won’t fence me in

I want a love, that don’t mean a thing

That’s the love I want, I want love

‘แต่ฉันก็ยังอยากมีความรักแบบที่ไม่ต้องเหมือนใคร ฉันอยากมีรักที่ไม่ทำให้ช้ำใจ ไม่หนักหัวใจ ไม่ขังฉันอยู่ข้างใน ฉันอยากมีรักที่ไม่ต้องมีความหมายใดๆ ก็ได้ นั่นแหละความรักที่ฉันต้องการ’

 

     เช่นกันกับมนุษย์ทุกคนบนโลก ไม่ว่าคุณเป็นใคร เชื้อชาติใด สูงต่ำดำขาว เด็กหรือแก่ชรา ก็ล้วนต้องการความรัก คุณจะเป็นถึงผู้บริหารระดับสูง หรือคุณจะเป็นโจรที่ถูกตราหน้าว่าไร้หัวใจ สุดท้ายแล้วในส่วนลึกของหัวใจ คุณล้วนโหยหาความรัก และต้องการเป็นที่รักของใครบางคนเสมอ

     แน่นอนว่าทุกคนล้วนมีสิทธิ์ที่จะได้เป็นผู้เลือกความรักที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง และได้เลือกคนรักที่ช่วยส่งเสริมให้ชีวิตของเราดีขึ้น

 

I want love on my own terms

After everything I’ve ever learned

Me, I carry too much baggage

Oh man I’ve seen so much trafffiic

‘ฉันอยากมีรักที่ฉันได้นิยามเอง หลังจากได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มา ฉันพบว่า ฉันแบกภาระมากเกินไป และฉันได้เห็นความอลหม่านวุ่นวายมามากเหลือเกิน’

 

     หลังผ่านความเจ็บปวดที่เข้ามาในชีวิต เราจะได้เรียนรู้ว่ากฎของการกล่าวโทษตนเอง และไม่ยอมให้อภัยตนเอง มักจะนำพามาซึ่งสถานการณ์แย่ๆ และยังดึงให้คุณจมลงสู่ห้วงดำมืดไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งสำคัญคือเราจำเป็นต้องรู้จักการ ‘ให้อภัยตนเอง’ เพื่อปลดปล่อยจิตใจจากกรงขังสู่อิสระอีกครั้งหนึ่ง

 

So bring it on, I’ve been bruised

Don’t give me love that’s clean and smooth

I’m ready for the rougher stuff

No sweet romance, I’ve had enough

‘เช่นนั้นแล้ว จัดมาเถิด ฉันชอกช้ำมาพอแล้ว ไม่ต้องเป็นรักที่บริสุทธิ์ราบเรียบหรอก จะหนักหนาแค่ไหนฉันพร้อมทั้งนั้น ไม่ต้องมาหวานแหววด้วย ฉันพอแล้วกับของแบบนั้น’

 

     ในช่วงเยาว์วัย ภาพความรักที่เรามองอาจเป็นภาพของความสวยงามบริสุทธิ์ แต่เมื่อเติบโตผ่านความผิดหวัง สมหวัง หลายต่อหลายครั้ง เราจึงจะเริ่มมองเห็นความเป็นจริงว่าความรักไม่ได้สมบูรณ์อย่างที่คิด เพราะมันคือส่วนประกอบของทั้งความสุขและความทุกข์ต่างหาก

     ใครอาจนิยามความรักว่าเป็นสิ่งสวยงามต่างๆ นานา แต่สำหรับผู้เขียน ความรักคือความจริง แม้ความจริงนั้นจะแสนเจ็บปวดก็ตาม

 

     ไม่ว่าที่ผ่านมาเราจะพานพบกับเรื่องราวที่ก่อร่างสร้างชีวิตเราให้เป็นเช่นไร หรือไม่ว่าเราจะได้เจอใครที่ทำให้รู้สึกหมดศรัทธาในความรัก หรือทำให้รู้สึกว่าเราไม่มีคุณค่าก็ตาม แต่หากเรายังมีลมหายใจ โปรดจงมีความหวังในชีวิตอยู่เสมอ เพราะสักวันกระบวนการแห่งชีวิตจะคัดเลือกคนที่ไม่จำเป็นให้โคจรออกจากเราไป และนำพาคนที่รักในความเป็นตัวเราเข้ามาในบั้นปลายเสมอ

     และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จงเชื่อมั่นว่าเราทุกคนมีคุณค่าพอจะได้รับความรักที่ดีที่สุด

 


Recommended Tracks

01 Track: I Guess That’s Why They Call It The Blues Album: Too Low for Zero Release: 1983

02 Track: Nikita Album: Ice on Fire Release: 1985

03 Track: Sacriffiice Album: Sleeping with the Past Release: 1989