It Never Rains in Southern California | ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยง่าย เหมือนสายฝนที่ไม่เคยโปรยปรายยามต้องการ

Lyrics of Life
1 Jun 2019
เรื่องโดย:

ชยพล ทองสวัสดิ์, ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

ทศวรรษ 1960 อัลเบิร์ต แฮมมอนด์ (Albert Hammond) ศิลปินชาวอังกฤษ เริ่มต้นชีวิตสายดนตรีกับ The Diamond Boys ซึ่งเป็นวงดนตรี Gibraltarian หรือกลุ่มวัฒนธรรมชนพื้นเมืองของยิบรอลตาร์ ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ รวมไปถึงเขียนเพลงให้นักร้องคนอื่นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ หลังจากนั้น เขาย้ายข้ามฟากมาสู่อเมริกา ที่ซึ่งพรสวรรค์ของความเป็นนักดนตรีและนักแต่งเพลงของเขาถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง และสามารถเข้าไปอยู่ในใจของอเมริกันชนได้สำเร็จในช่วงต้นยุค 70s ก่อนจะมีเพลงติดอันดับสูงใน US Billboard Chart อีกหลายเพลง

It Never Rains in Southern California

 

     หนึ่งในเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดและดูเหมือนจะเป็นเพลงประจำตัวเมื่อนึกถึงเขาคือเพลงกลิ่นอายคันทรีฟังสบายอย่าง It Never Rains in Southern California ในปี 1972 ที่เขาเขียนร่วมกับ ไมก์ ฮาเซิลวูด (Mike Hazlewood) นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ (ประเทศไทยเองก็เคยมีการนำเพลงนี้มาปรับเมโลดี้เพื่อนำไปประกอบโฆษณาบางตัวด้วย – หากยังจำกันได้) หากลองฟังอย่างผิวเผินตามท่วงทำนอง นี่อาจเป็นบทเพลงแสนอบอุ่นใจ ชวนให้นึกถึงบรรยากาศก่อนฝนจะมาเยือน ณ ที่แห่งหนึ่งในดินแดนอเมริกา แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่ไม่ใช่เพลงที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศใดๆ ทั้งสิ้น

     ไม่มีสายฝนที่ชุ่มฉ่ำสดชื่นในเพลงนี้ มีแต่การเสียดสีสังคมที่ถ่ายทอดจากเรื่องจริงในบางช่วงบางตอนของชีวิตที่ยากลำบากของแฮมมอนด์ก่อนเขาจะมีชื่อเสียง

     It Never Rains in Southern California เป็นเพลงเกี่ยวกับการดิ้นรนต่อสู้ของชายคนหนึ่ง (หมายถึงตัวเขาเอง) ในอเมริกายุคแห่งการแสวงโชค ซึ่งย้ายไปหาโอกาสในอาชีพนักแสดงที่แคลิฟอร์เนีย ดินแดนแห่งฮอลลีวูด แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งสถานการณ์ยังแย่ลงเรื่อยๆ อีกต่างหาก

     “It Never Rains in Southern California ถูกเขียนขึ้นในลอนดอน ก่อนที่พวกเราจะมาลอสแองเจลิส ซึ่งพวกเรารู้อยู่แล้วว่าต้องมาแน่ๆ ผมเล่าให้ไมก์ฟังถึงเรื่องราวตอนช่วงที่ผมอยู่สเปน ที่ซึ่งผมต้องไปเดินขอเศษเงินนอกสถานีรถไฟ เพราะผมไม่เงินกินข้าวแม้แต่แดงเดียว และผมก็ไม่อยากให้พ่อแม่รู้ ในตอนนั้น ลูกพี่ลูกน้องของผมซึ่งอยู่ในระหว่างฮันนีมูนมาที่สถานีรถไฟและเจอผม ขณะนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร ผมเดินเข้าไปขอเศษเงินจากพวกเขา แล้วเขาก็พูดว่า ‘นายมันน่าละอายจริงๆ ฉันจะไปบอกพ่อนาย’ ผมจึงพูดไปว่า ‘ได้โปรด อย่าบอกเขาเลย’ เท่านั้นแหละ เขาถึงกับหัวเสียและบอกให้ผมหยุดการกระทำนี้เดี๋ยวนั้น” แฮมมอนด์กล่าวในบทสัมภาษณ์ชิ้นหนึ่ง

     หลังจากนั้นแฮมมอนด์ได้รับการช่วยเหลือจากลูกพี่ลูกน้องคนดังกล่าวและกลับสู่ประเทศอังกฤษ ก่อนเริ่มเส้นทางสายดนตรีอีกครั้ง เขาแต่งเพลง It Never Rains in Southern California ขึ้นมา ก่อนที่จะเริ่มประสบความสำเร็จ และย้ายมาสู่อเมริกา

     “การดิ้นรนต่อสู้ผ่านสิ่งต่างๆ นั่นแหละคือเพลง It Never Rains in Southern California ที่เปรียบเสมือนเรื่องราวของชีวิตผม”

 

 

Got on board a westbound seven forty-seven

Didn’t think before deciding what to do

Oh, that talk of opportunities, TV breaks and movies

Rang true, sure rang true

จับเครื่องบิน 747 มุ่งสู่ฝั่งตะวันตก ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะไปทำอะไรที่นั่น แต่ทั้งในทีวี ทั้งในภาพยนตร์ล้วนกล่าวถึงโอกาส มันทำให้มั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้นต้องเป็นจริงแน่

 

     แฮมมอนด์หยิบเอาประเด็นในชีวิตของเขาและอาจรวมถึงชีวิตจริงของหลายๆ คนมาเขียนเป็นบทเพลง สื่อจากโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ภาพยนตร์ เพลง หนังสือ ล้วนส่งอิทธิพลให้กับเราในการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเสมอ โฆษณาชวนเชื่อทั้งหลายล้วนประโคมถึงความสำเร็จ มีความสุข และมีโอกาสได้ชีวิตที่ดี งานที่ดี ได้ไล่ล่าตามฝัน สิ่งเหล่านี้บางครั้งสามารถส่งผลให้เราตัดสินใจกระโจนออกไปหา ‘อะไร’ บางอย่างได้โดยไร้ซึ่งความกลัว กล้ากระโดดออกไปโดยไร้แผนหรือหลักยึดเหนี่ยว ช่วงเวลาเช่นนี้มักเกิดขึ้นกับวัยรุ่น วัยที่พร้อมเผชิญทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความร้อนแรง แต่ในบางคราวก็ไร้ซึ่งการไตร่ตรองและการมองให้ไกลถึงข้อเท็จจริงที่อาจจะตามมา

     แต่นั่นแหละ หากเราไม่เคยกล้าปล่อยมือจากสิ่งหนึ่งเพื่อไปรับอีกสิ่งหนึ่ง แล้วเราจะได้พบกับสิ่งใหม่ได้อย่างไร

 

Seems it never rains in southern California

Seems I’ve often heard that kind of talk before

It never rains in California, but girl, don’t they warn ya?

It pours, man, it pours

‘แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีฝนตกที่ทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย ดูเหมือนฉันจะเคยได้ยินคนพูดทำนองนั้นเหมือนกัน ฝนไม่เคยตกที่แคลิฟอร์เนียเลย แต่เคยมีคนเตือนคุณบ้างไหม? มันเทกระหน่ำเลยต่างหากล่ะ’

 

     ตามความเป็นจริง Southern California หรือแคลิฟอร์เนียตอนใต้นั้นมีพื้นที่เป็นทะเลทรายกึ่งทุ่งหญ้า แห้งแล้ง และมีฝนตกค่อนข้างน้อย ต้องอาศัยน้ำจากมลรัฐอื่น ซึ่งตรงกับสำนวนเปรียบเปรยที่ว่า It never rains ซึ่งมีความหมายว่า ชีวิตไม่มีอุปสรรคใดๆ ขัดขวาง (rains ในที่นี้หมายถึง อุปสรรค) ดังนั้น การจับเครื่องบินลงมาทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย (แคลิฟอร์เนียเป็นดินแดนแห่งฮอลลีวูด) ด้วยความหวังว่าจะประสบความสำเร็จ ได้งานดี เป็นนักแสดงดาวรุ่งตามที่ผู้คนมักบอกกล่าว แต่พอมาถึง ทุกอย่างกลับตาลปัตร ความจริงได้บ่งบอกว่าสิ่งที่เคยได้ยินมานั้นไม่เป็นความจริงสักนิด

     เนื้อเพลงจึงเปรียบเปรยประชดประชันว่า ไม่ได้มี ‘ฝน’ หรอก แต่นี่มัน ‘มรสุมกระหน่ำ’ เลยต่างหาก

 

Out of work, I’m out of my head

Out of self respect, I’m out of bread

I’m underloved, I’m underfed, I want to go home

It never rains in California, but girl, don’t they warn ya?

It pours, man, it pours

‘งานก็ไม่มี หัวสมองก็ว่างเปล่า ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่มีแม้อาหารจะกิน ไร้ซึ่งคนรัก ต้องอดมื้อกินมื้อ ฉันอยากจะกลับบ้าน ฝนไม่เคยตกที่แคลิฟอร์เนียเลย แต่เคยมีคนเตือนคุณบ้างไหม? มันเทกระหน่ำเลยต่างหากล่ะ’

 

     เหมือนเช่นเวลาเราเดินทางไปยังเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก และได้เห็นเหล่าผู้คนที่เดินทางเข้ามาแสวงโชคในเมืองใหญ่ แต่วันเวลาและความเป็นจริงของชีวิตได้บอกกับพวกเขาว่าไม่มีอะไรง่าย จากชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นจึงอาจกลายเป็นเพียงคนเร่ร่อนไร้ที่ไปไร้ที่กลับก็เป็นได้ แต่ในมุมกลับ มันก็อาจทำให้คนคนหนึ่งพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ อยู่ที่ว่าโชคชะตาจะเข้าข้างใคร

     ภาษาอังกฤษมีสำนวนหนึ่งที่ว่า The grass is always greener on the other side of the fence หากแปลตรงตัวก็หมายถึง ‘หญ้าอีกฝั่งหนึ่งของรั้วมักจะดูเขียวกว่าเสมอ’ หรือหากแปลให้เข้าใจก็คือ ‘เรามักไม่พอใจในตนเอง และคิดว่าคนอื่นหรือสิ่งอื่นนั้นอยู่ในสถานะดีกว่าเสมอ’ แต่หากลองเปรียบเปรยกับบทเพลงนี้ก็อาจได้ผลลัพธ์เป็นขั้วตรงข้าม เพราะสนามหญ้าอีกฝั่งนั้นอาจไม่มีหญ้าเลย และเป็นแค่ดินแห้งแล้งก็ได้

 

Will you tell the folks back home I nearly made it?

Had offers but didn’t know which one to take

Please don’t tell ’em how you found me

Don’t tell ’em how you found me

Gimme a break, give me a break

‘ช่วยบอกคนที่บ้านให้ทีได้ไหม ว่าฉันใกล้จะทำสำเร็จแล้ว บอกพวกเขาว่ามีข้อเสนอมากมายเข้ามา แต่ฉันยังไม่รู้จะเลือกอันไหนดี ได้โปรดนะ อย่าบอกพวกเขาเลยว่าคุณมาเจอฉันได้อย่างไร อย่าบอกเด็ดขาด ขอโอกาสให้ผมเถอะ’

 

     ในช่วงชีวิตจริงที่นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของแฮมมอนด์นั้นเขากำลังตกระกำลำบาก และพยายามขอให้ลูกพี่ลูกน้องที่บังเอิญได้มาเห็นสภาพซอมซ่อของเขาปิดบังความจริงต่อพ่อแม่ เพราะเขาไม่อยากให้พ่อแม่ผิดหวัง ไม่ต่างจากนักแสวงโชคหลายคนที่คาดหวังจะเข้ามาหาโอกาสในเมืองใหญ่ด้วยความฝันว่าหากยังไม่ประสบความสำเร็จจะไม่มีทางกลับบ้าน แต่ไม่เคยเตรียมใจว่าความเป็นจริงอาจไม่เป็นอย่างที่คิด สิ่งที่หวังไว้อาจเป็นเพียงแค่มายาคติในท้ายที่สุด

     เหมือนที่คำว่า It never rains นั้นไม่เป็นความจริง เพราะสิ่งที่ได้พบนั้นคือ It pours ต่างหาก

     ถึงแม้ว่าเพลง It Never Rains in Southern California อาจเป็นการเล่าประชดเรื่องราวการแสวงโชคที่ไม่ประสบความสำเร็จของแฮมมอนด์เอง แต่หากมองให้ลึกไปกว่านั้น สิ่งสำคัญอาจเป็นเรื่องของ ‘ความพยายามซ้ำแล้วซ้ำอีก’ และ ‘ไม่ยอมหยุดง่ายๆ จากความล้มเหลวครั้งสองครั้ง’

     แม้แต่ศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างแฮมมอนด์ก็เคยพบกับความผิดหวังในสิ่งที่ไม่เป็นอย่างใจปรารถนา แต่หากวันนั้นเขาล้มเลิกการต่อสู้ เลือกยุติความฝัน ไม่แปรเปลี่ยนเรื่องราวทุกข์ยากสู่แรงบันดาลใจในการสร้างบทเพลง โลกคงไม่เคยได้จดจำศิลปินที่ชื่อ อัลเบิร์ต แฮมมอนด์ เป็นแน่แท้

     ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นจะประสบผลสำเร็จเมื่อไหร่ มันอาจจะถึงเวลาของเราได้สักวันหนึ่ง หรือวันนั้นอาจไม่เคยมาถึงเลยก็ได้ สิ่งสำคัญคือหากเราไม่หยุดที่จะทำนั่นหมายถึงเรายังอยู่ในเส้นทางแห่งความเป็นไปได้เสมอ

     วันที่เราเลือกล้มเลิกความฝัน เส้นชัยอาจอยู่ถัดไปข้างหน้าเพียงไม่กี่ก้าวก็เป็นได้

 


Recommended Tracks

01 Track: Listen to the World Album: It Never Rains in Southern California Release: 1972

02 Track: Everything I want to do Album: The Free Electric Band Release: 1973

03 Track: I’m a Train Album: Albert Hammond Release: 1974

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ชยพล ทองสวัสดิ์

กอง บก. ชาวเชียงใหม่ ผู้ทำเพลงในชื่อ TCNX เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง เกิดและเติบโตในยุค 90s แต่มักฝันถึงชีวิตในยุค 60s อยู่บ่อยๆ

เรื่องโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว Multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา และฝากเพจเฟซบุ๊ก oneun cafe ด้วยค่ะ