When I Was Your Man | อย่าเพิ่งมาเห็นค่าใครบางคนในวันที่ความสัมพันธ์ได้สิ้นสุดแล้ว

Lyrics of Life
20 Apr 2019
เรื่องโดย:

ชยพล ทองสวัสดิ์, ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

“ผมจะไม่ร้องเพลงบัลลาดอื่นๆ อีกแล้ว เพลงนี้คือความซื่อสัตย์ที่สุด เป็นความจริงแท้ที่สุดที่ผมเคยร้องออกมา” และ “อีกไม่นานพวกคุณจะได้ฟังเพลงที่ผมเขียนที่ชื่อว่า When I Was Your Man ผมไม่เคยประหม่าขนาดนี้มาก่อน ผมไม่สามารถอธิบายออกมาได้จริงๆ” ประโยคแรกของบรูโน มาร์ส ศิลปินป๊อปแห่งยุค ให้สัมภาษณ์ไว้ระหว่างที่กำลังบันทึกอัลบั้ม Unorthodox Jukebox ส่วนประโยคหลัง เขาทวีตไว้ประกอบภาพอาร์ตเวิร์กของอัลบั้มเดียวกันบนแอ็กเคาต์ของตนเอง ทั้งสองประโยคนั้น มาร์ส กำลังพูดถึงบทเพลงบัลลาดแสนเศร้าที่เปิดเปลือยความรู้สึกของการสูญเสียคนรัก และรู้ตัวในวันที่ทุกอย่างสายเกินไปอย่างเพลง When I Was Your Man ที่สะเทือนไปถึงอารมณ์ของผู้ฟังเสมอ

     When I Was Your Man เป็นเพลงจากสตูดิโออัลบั้มชุดที่สอง Unorthodox Jukebox ในปี 2012 ซึ่งเขียนโดยแอนดรูว์ วายแอ็ต (Andrew Wyatt), ฟิลิป ลอว์เรนซ์ (Philip Lawrence), อารี เลวีน (Ari Levine) และบรูโน มาร์ส ซึ่งได้รับคำวิจารณ์จากนักวิจารณ์เพลงในแง่บวกโดยเฉพาะเสียงร้องทรงพลังของมาร์ส พร้อมกับเสียงเปียโนซึ่งเป็นเครื่องดนตรีชิ้นเดียวในเพลง ก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูหม่นเศร้า โดยนักวิจารณ์ต่างขนานนามว่าเป็น ‘เพลงบัลลาดที่เปราะบางและสะเทือนห้วงอารมณ์’ และได้รับรางวัลมากมายหลากหลายสาขา โดยเฉพาะการขึ้นอันดับหนึ่งบน US Billboard Hot 100 ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ เป็นซิงเกิลที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับที่ 8 ในปี 2013 ด้วยยอดขาย 8.3 ล้านก็อบปี้ และกลายเป็นหนึ่งในซิงเกิลที่ขายดีที่สุดในโลก

 

 

    นอกจากการสื่ออารมณ์ในบทเพลงของนักร้องแล้ว แน่นอนว่าเนื้อเพลงมีส่วนสำคัญที่ทำให้คนฟังรู้สึกเชื่อมโยงตามและบาดร้าวในหัวใจ โดย When I Was Your Man บรรยายถึงความผิดหวังและเสียใจของการปล่อยให้คนรักจากไป ก่อนจะสำนึกได้ภายหลังในวันที่เขาจากไปกับคนใหม่แล้ว และทำได้เพียงแค่หวังว่าคนใหม่ของคนรักนั้นจะสามารถให้ความรักและเอาใจใส่ในรายละเอียดของความสัมพันธ์แทนที่ตนเองซึ่งทำพลาดไปเพียงเท่านั้น คล้ายกับในความสัมพันธ์ของหลายๆ คน ที่มักเห็นค่าของอีกฝ่าย หรือเริ่มเป็นห่วงเป็นใย ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายจากไปแล้วเท่านั้น

 

Same bed but it feels just a little bit bigger now

Our song on the radio but it don’t sound the same

When our friends talk about you, all it does is just tear me down

‘Cause my heart breaks a little when I hear your name

It all just sounds like ooh, ooh ooh hoo hoo

Mm, too young, too dumb to realize

‘เตียงหลังเดิม แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันกว้างขึ้นมานิดหน่อย เพลงเดิมของเราที่เล่นในวิทยุ แต่มันไม่เพราะเหมือนก่อน ตอนที่เพื่อนๆ พูดถึงเธอ ฉันก็กลับมีน้ำตา เพราะหัวใจของฉันเริ่มแตกสลายเวลาได้ยินชื่อของเธอ มันเหมือนกับว่า ช่างเด็กเกินไป ช่างเขลาเกินไป ที่จะรับรู้ถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น’

 

     เมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลง สิ่งเก่าๆ ที่เคยทำให้มีความสุขย่อมแปรเปลี่ยนไป ถึงแม้จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ทุกคนสามารถรับรู้ได้ เรามักนึกย้อนกลับไปถึงบางสิ่งบางอย่างในวันที่มันสูญสลายหายไปแล้ว และตกอยู่ในห้วงความเสียดายเช่นนั้นเสมอ เตียงที่เคยนอนเคียงคู่กลับเหลือเพียงน้ำหนักของความเงียบ บทเพลงที่เคยไพเราะกลับกลายเป็นคำสาปที่ไม่สามารถจะทนฟังอีกต่อไป และทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของใครบางคน ย่อมมีผลตรงกับหัวใจให้สั่นไหวเสมอเมื่อนึกถึงใบหน้าของเขา ในวันที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และภาพเดิมเหล่านั้นไม่มีวันหวนคืนกลับมา

 

That I should have bought you ffllowers and held your hand

Should have gave you all my hours when I had the chance

Take you to every party

‘Cause all you wanted to do was dance

Now my baby’s dancing

But she’s dancing with another man

‘ที่ว่าฉันควรจะซื้อดอกไม้ให้เธอและกุมมือเธอไว้ ฉันควรจะใช้เวลากับเธอให้มาก เมื่อฉันยังมีโอกาส ฉันควรพาเธอไปงานปาร์ตี้ เพราะสิ่งที่เธอต้องการคือการเต้นรำเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เธอได้ทำมันแล้ว เพียงแต่… เธอเต้นรำกับใครที่ไม่ใช่ฉัน’

 

     สิ่งต่างๆ ที่ควรกระทำในความสัมพันธ์ แต่เรากลับละเลย สิ่งเหล่านั้นจะย้อนมาทำร้ายเราเสมอในวันที่มันสิ้นสุดลง เรามักคิดว่าจะทำสิ่งต่างๆ ให้กับคนที่อยู่ข้างๆ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราจัดลำดับให้สิ่งภายนอกสำคัญมากกว่าสิ่งที่อยู่ภายในเสมอ เพียงเพราะชะล่าใจว่าความสัมพันธ์จะไม่มีวันสิ้นสุด เหมือนคำที่บอกว่า ‘ยิ่งใกล้ยิ่งมองไม่เห็น’ คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ เราจึงจะไม่เห็นจนกระทั่งสูญเสียมันไป สุดท้ายสิ่งที่เราสามารถทำได้ อาจเป็นเพียงแค่การกอดความเศร้าและความเสียดายในวันที่สายไปเพียงเท่านั้น

 

My pride, my ego, my needs, and my selffiish ways

Caused a good, strong woman like you to walk out my life

Now I’ll never, never get to clean up the mess I made (oh)

And it haunts me every time I close my eyes

‘ความภาคภูมิใจในตัวเอง อีโก้ ความต้องการ และความเห็นแก่ตัว ทำให้ผู้หญิงดีๆ แบบเธอเดินออกไปจากชีวิตฉันแล้ว ตอนนี้ฉันไม่สามารถจะซ่อมแซมจัดการกับสิ่งที่ฉันทำลงไปได้อีกต่อไป และสิ่งนั้นมันตามหลอกหลอนฉันทุกครั้งที่หลับตาลง’

 

     เพราะสิ่งต่างๆ ที่เราไม่เคยแก้ไข ทำให้คนคนหนึ่งต้องเดินออกจากชีวิตเราไป และเมื่อเขาจากไป ทุกอย่างก็ถึงจุดพังทลาย เราไม่สามารถจัดการกับสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์เก่าได้ ซึ่งบางครั้งความเศร้า ความเจ็บปวด ก็กลายเป็นบาดแผลที่ทำให้ต้องฝันร้าย หรือนึกถึงทุกครั้งที่อยู่คนเดียว นั่นเป็นเรื่องปกติหลังการเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจมากๆ

     บางคนใช้เวลาครึ่งปี หนึ่งปี สองปี ในการเยียวยาความรู้สึกจากฝันร้ายของความสัมพันธ์ แต่กับบางคน เวลามากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนไม่เคยเพียงพอ

 

Although it hurts

I’ll be the ffiirst to say that I was wrong

Oh, I know I’m probably much too late

To try and apologize for my mistakes

But I just want you to know

I hope he buys you ffllowers

I hope he holds your hand

Give you all his hours when he has the chance

Take you to every party

‘Cause I remember how much you loved to dance

Do all the things I should have done

When I was your man

‘ถึงแม้มันจะเจ็บปวด แต่ฉันอยากเอ่ยคำแรกว่าฉันผิดไปแล้ว ฉันรู้ว่าบางทีมันอาจสายเกินไป ที่จะพยายามขอโทษสำหรับความผิดพลาดที่ฉันก่อ แต่ฉันเพียงอยากให้เธอได้รับรู้ไว้ว่า… ฉันหวังว่าเขาจะซื้อดอกไม้ให้เธอ ฉันหวังว่าเขาจะกุมมือเธอไว้ หวังว่าเขาจะให้เวลาเธออย่างเต็มที่เมื่อเขามีโอกาส หวังว่าเขาคงพาเธอไปงานปาร์ตี้ เพราะฉันจำได้ว่าเธอรักการเต้นรำแค่ไหน หวังว่าเขาจะทำสิ่งต่างๆ ที่ฉันควรจะทำ… ในวันที่ฉันยังเป็นคนรักของเธอ’

 

     นี่เป็นความรู้สึกที่หวานขมที่สุดในโลก แม้จะเป็นความหวังดี แต่มันกลับเต็มไปด้วยความขมขื่นอย่างที่สุด ถึงแม้ความสัมพันธ์จะสิ้นสุดลงไปแล้ว หลังความเจ็บปวดและความรู้สึกผิด เรายังหวังว่าคนใหม่จะทำให้คนรักเก่าของเรามีความสุขในสิ่งที่เราเองควรได้ทำในวันที่ยังมีโอกาส …แต่ก็ละเลย การเห็นคนรักเก่าของเรามีความสุขกับคนใหม่ ในมุมหนึ่งเราอาจรู้สึกดีใจ แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันช่างเศร้าและอาดูรอย่างถึงที่สุด

     มือที่เคยกุมไว้ กลับกลายเป็นใครที่ได้กุมมือนั้นแทน รอยยิ้มที่เคยมองมาที่เรา กลับกลายเป็นใครที่ได้มอง อ้อมกอดและรอยจูบที่เคยประทับริมฝีปากเรา กลับกลายเป็นใครที่ได้สัมผัสสิ่งนั้นไป ความห่วงใยที่เคยมีเพียงเรา กลับกลายเป็นใครที่ได้รับสิ่งนั้นไป ความหวัง ความฝัน อนาคต ที่เคยวาดหวังกันไว้ กลับกลายเป็นใครที่ได้ก่อร่างสร้างสิ่งใหม่ไปพร้อมกัน… ทำไมมันเศร้าเช่นนี้

 


Recommended Tracks

01 Track: Grenade Album: Doo-Wops & Hooligans Released: 2010

02 Track: Talking to the Moon Album: Doo-Wops & Hooligans Released: 2010

03 Track: It will Rain Album: The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 1  Released: 2011

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ชยพล ทองสวัสดิ์

กอง บก. ชาวเชียงใหม่ ผู้ทำเพลงในชื่อ TCNX เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง เกิดและเติบโตในยุค 90s แต่มักฝันถึงชีวิตในยุค 60s อยู่บ่อยๆ

เรื่องโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว Multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา และฝากเพจเฟซบุ๊ก oneun cafe ด้วยค่ะ