The Review | adidas PUREBOOST GO เมื่อใจอยากบูตส์ให้ ‘วิ่ง’ ได้ดั่ง Tom Cruise

The Review
20 May 2019
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

การวิ่ง (น.) มีความหมายว่า เป็นการเคลื่อนที่ด้วยการก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว เป็นกิริยาพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตบนบก และเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดของมนุษย์ เพราะมีแค่รองเท้าวิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองก็สามารถเล่นกีฬาชนิดนี้ได้แล้ว เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งเท้าเปล่าซึ่งแบบนั้นก็ไม่น่าจะเหมาะสมกับพื้นคอนกรีตในเมืองเท่าไหร่

     แต่ถึงจะเป็นกีฬาที่ง่ายที่สุด เผาผลาญแคลอรีของร่างกายได้ดีเยี่ยม แต่การวิ่งก็ทำให้ผู้เริ่มต้นท้อแท้ได้ง่ายที่สุดด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่มีรูปร่างอ้วนหมีอย่างเรา แค่เริ่มต้นวิ่งให้ได้สักหนึ่งกิโลเมตร หรือตีเป็นเวลาสักสิบนาทีก็หอบ หน้ามืด หายใจไม่ทัน ปวดข้อเข่า ขาตึง ไปถึงขั้นงอแงไม่อยากวิ่งในวันต่อไปแล้ว

     แม้เพื่อนๆ พี่ๆ หลายๆ คนจะเป็นกำลังใจ และแนะนำกับเราต่างๆ นานาว่าให้เริ่มจากค่อยๆ วิ่งเหยาะๆ เดินเร็วสลับกับวิ่ง เริ่มต้นวิ่งวันละ 5 นาที แล้วค่อยเพิ่มจำนวนเวลาและระยะทางเรื่อยๆ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ใจมุ่งมั่นกับการวิ่งเพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่ จนเราคิดว่าต้องหาแรงบันดาลใจและถามตัวเองอย่างจริงจังแล้วว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้เราอยากออกไปวิ่ง และช่วยให้เราก้าวข้ามความรู้สึกท้อแท้ในช่วงเริ่มต้นให้ได้

 

adidas PUREBOOST GO

 

แรงบันดาลใจจาก Tom Cruise

     แรงบันดาลใจแรกที่เรานึกได้คือ การดูหนังที่ช่วยปลุกปั่นสร้างความฮึกเหิม อยากพาตัวเองโจนทะยานไปบนพื้นถนนอย่างพี่ตูน บอดี้สแลม หนังเรื่องแรกที่ผุดขึ้นมาให้หัวของเราคือ Chariots of Fire ภาพของกลุ่มนักวิ่งที่กำลังซอยเท้าอยู่ริมชายหาดพร้อมเพลงธีมสุดคลาสสิกของหนังลอยขึ้นมาตรงหน้า เราเอาภาพยนตร์เรื่องนี้มานั่งดูอีกรอบเพื่อหวังจะเป็นกำลังสำคัญให้หัวใจฮึกเหิม แต่พอดูจนจบก็คิดว่าตัวเองคงยากที่จะวิ่งให้ได้อย่างตัวละครในเรื่อง (ซะงั้น)

     จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่กำลังหาข้อมูลเรื่องการวิ่งไปพลางๆ เราก็พบกับคลิปที่รวมเอาช็อตการวิ่งของ ทอม ครูซ (Tom Cruise) ในหนังแต่ละเรื่องมาไว้ด้วยกัน ซึ่งชื่อคลิปเองก็ตั้งอย่างยิ่งใหญ่ไว้ว่า THE Evolution of Tom Cruise RUN 1981-2018 คลิปนี้จึงทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าพี่แกวิ่งในหนังของตัวเองทุกเรื่องจริงๆ (จริงๆ ในหนังเรื่อง Top Gun พี่ทอมก็วิ่งนะ แต่ช็อตวิ่งนั้นมีอยู่ราวๆ สามวินาทีเลยไม่ถูกนับรวม) เอ้ย! ไม่ใช่สิ ทำให้เรารู้ว่า ทอม ครูซ เป็นนักแสดงในดวงใจของเรามาตั้งแต่เด็ก เราตามดูหนังทุกเรื่องของเขาโดยไม่รู้ตัว เก็บเงินซื้อแว่นกันแดดยี่ห้อเรย์แบนด์ก็เพราะทอมใส่ใน Top Gun และที่สำคัญคือเขาเป็นคนที่ทำให้เราอยากวิ่ง เพราะท่าวิ่งของเขาในหนังยุค Mission Impossible โดยเฉพาะภาคสาม คนอะไรวิ่งหน้าตั้งได้เท่ชะมัด (จริงๆ คืออยากเป็นอีธาน ฮันต์มากกว่า)

     เมื่อเจอแรงใจที่ซุกซ่อนมานานอย่างแท้จริงแล้ว ความฮึกเหิมในการวิ่งของเราก็กลับมาอีกครั้ง โดยมีภาพของ ทอม ครูซ เป็นต้นแบบ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาวิ่งอีกครั้งและทำให้เรารู้จักกับรองเท้า adidas PUREBOOST

 

adidas PUREBOOST GO

 

เลือกรองเท้าใส่วิ่งให้เหมาะสม

     อายุที่มากขึ้น การเข้าสู่วัยทำงาน ชีวิตที่นั่งอยู่ในออฟฟิศเกือบทั้งวัน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ร่างกายของเราไม่แข็งแรงเท่าสมัยเรียน ที่แค่มีรองเท้าผ้าใบสีขาวก็ใช้ครอบคลุมได้ทุกอย่างตั้งแต่ใส่ไปเรียน เดินตามคนที่แอบชอบไปจนถึงหน้าห้องเรียน เตะตะกร้อ เล่นบาสเกตบอล เตะฟุตบอลโกลหนู ก่อนจะจบท้ายวันด้วยการเดินกลับบ้านเพราะเอาเงินไปซื้อหนังสือการ์ตูน…

     รองเท้าสำหรับใส่วิ่งนั้นจึงต้องมีความพิเศษแบบเฉพาะเจาะจง คือสามารถรองรับน้ำหนักของหนุ่มอวบอย่างเราได้ ซัพพอร์ตแรงกระแทกที่เกิดจากการวิ่ง ทำให้เรารู้สึกดีดตัวไปข้างหน้าทุกครั้งที่เท้าแตะพื้น และที่สำคัญคือรองรับรูปเท้าของเราได้อย่างดี ไม่บีบรัดจนเจ็บหรือทำให้เกิดการเสียดสีจนเป็นแผลแบบที่ใครๆ เรียกว่ารองเท้ากัด

     รองเท้าวิ่งดีๆ นั้นมีหลายยี่ห้อ และแต่ละแบรนด์ก็มีเทคโนโลยีของตัวเองในการซัพพอร์ตการวิ่งและรูปแบบของฝ่าเท้า ซึ่งบางแบรนด์แม้จะคิดค้นพื้นรองเท้ามาอย่างดี ช่วยเสริมแรงวิ่งให้คนใส่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ และมีน้ำหนักที่เบาจนน่าทึ่ง แต่ก็มาจบที่ไม่เข้ากับรูปเท้าของเรา (แต่ไปเข้ากับรูปเท้าของคนอื่น)

     เราลองรองเท้าวิ่งมาหลายยี่ห้อจนกระทั่งมาเจอกับ adidas PUREBOOST ซึ่งในตอนนั้นเขาใช้เม็ดโฟมที่ชื่อว่า Energy Boost ประมาณ 2,400 เม็ด มาอัดเป็นพื้นรองเท้า ซึ่งเม็ดโฟมนี้ซึมซับแรงกระแทกได้ดี แล้วติดพื้นรองเท้าอีกชั้นด้วย TPU (Thermoplastic Polyurethane) ซึ่งเขาเคลมมาว่าพื้นรองเท้าจะไม่เปลี่ยนรูปแม้ว่าจะใช้งานในรูปแบบไหน หรือสัมผัสกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป โดยจากการที่ใช้งานมาสองปีก็ยอมรับว่าจริง

     และที่สำคัญ adidas PUREBOOST นั้นรองรับเท้าที่หน้ากว้างของเรา ไม่เป็นปลายเรียวเหมือนรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ ดังนั้น มันจึงเป็นรองเท้าที่ใส่สบาย และช่วยให้การวิ่งของเราดีขึ้น ไม่ค่อยเจ็บขาเหมือนสมัยเริ่มวิ่งแรกๆ
เมื่อใช้งานอย่างกรำศึกจนถึงแก่เวลาก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่

     ซึ่งใจของเราก็ยังคงเทให้กับ adidas PUREBOOST อยู่ และเป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะที่ adidas PUREBOOST GO ออกวางจำหน่ายพอดี

 

adidas PUREBOOST GO

 

PUREBOOST GO / ULTRABOOST / NMD เลือกแบบไหนดี

     รองเท้าตระกูล BOOST ของ adidas นั้นออกมาสามรุ่นหลักๆ ซึ่งหลายคนก็ยังสงสัยอยู่ว่านอกจากดีไซน์แล้ว เราควรจะเลือกรองเท้าวิ่งตระกูล BOOST รุ่นไหนกันดี ซึ่งเราเองก็ทำสรุปมาคร่าวๆ ไว้ประมาณนี้ 

     adidas ULTRABOOST เรียกง่ายๆ ว่าเป็นรุ่นท็อปสุดของห่วงโซ่รองเท้าวิ่งตระกูล BOOST ดีเด่นทั้งเรื่องประสิทธิภาพที่ดีกว่า BOOST รุ่นอื่นๆ ดีไซน์ที่เรียบ เท่ มีเอกลักษณ์ ใส่แล้วใครมองก็รู้ทันที และราคาที่สูงที่สุดในตระกูล โดยถึงแม้จะเป็นรองเท้าวิ่งที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด แต่ปัญหาใหญ่สำหรับเราคือทรงของรองเท้าไม่เหมาะกับเท้าเรา แม้จะพยายามลองสวมใส่มาหลายครั้งก็รู้สึกว่าเข้ากันไม่ได้ จึงทำให้จำต้องยอมตัดใจจากรุ่นนี้ไป

     adidas PUREBOOST GO ออกแบบมาสำหรับเป็นรองเท้าใช้วิ่งในเมือง รองรับทุกสภาพถนนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นคอนกรีต เหมาะสำหรับคนที่วิ่งระยะสั้นๆ ประมาณ 5–10 กิโลเมตรต่อครั้ง มีหน้าเท้าที่กว้าง กระชับ ยืดหยุ่น สำหรับคนที่มีรูปเท้าในลักษณะต่างๆ

     adidas NMD เป็นรองเท้าในคอนเซ็ปต์ของแฟชั่นอย่างเต็มตัว ดังนั้น จึงมีความเก๋ เท่ โดนใจหนุ่มสาวสตรีทมากที่สุดในตระกูล โดยประสิทธิภาพในการวิ่งอาจจะไม่ดีเด่นเท่าสองรุ่นแรก แต่ด้วยความเบา ใส่สบาย จึงทำให้ adidas NMD เหมาะสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือใส่เดินชิลๆ ในการท่องเที่ยวมากกว่าจะใช้สำหรับเล่นกีฬาอย่างจริงจัง

 

adidas PUREBOOST GO

adidas PUREBOOST GO

 

adidas PUREBOOST GO ตอบโจทย์การวิ่งของคนเมือง

     อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วว่า adidas PUREBOOST GO นั้นถูกออกแบบมาเพื่อการวิ่งในเมือง (City Run) แต่ก็ยังไม่ทิ้งแฟชั่น ดังนั้น ดีไซน์ของรองเท้ารุ่นนี้จึงเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีสำหรับรองเท้าวิ่งที่ดีมากๆ ของ adidas

     ซึ่งในรุ่น PUREBOOST GO ได้พัฒนาในเรื่องของการสวมใส่ให้ดีขึ้นจาก PUREBOOST รุ่นก่อนหน้า ตัวรองเท้าใช้ผ้าที่เรียกว่า Circular Knit มีคุณสมบัติช่วยกระชับหน้าเท้าของแต่ละคน แม้ว่าจะมีหน้าเท้าที่ไม่เหมือนกัน เพราะผ้าชนิดนี้จะยืดหยุ่นไปตามทรงเท้าของขณะที่วิ่ง และไม่เกิดการเสียดสีกับเท้าให้เกิดแผล มีส่วนด้านข้างที่เรียกว่า Fit Print ซึ่งตอนแรกเราคิดว่าเป็นลายถักที่เย็บเข้ามาให้ดูเก๋ๆ แต่จริงๆ แล้ว เป็นการออกแบบเพื่อไม่ให้หน้าผ้ายืดจนเกิดไปอันเนื่องมาจากคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นของผ้า Circular Knit 

     อีกคุณสมบัติเด่นที่เราไปค้นเจอมาก็คือ ตัวผ้าใบนั้นยังมีการใช้เส้นใยที่ชื่อว่า Clima Moisture Management Yarns เข้ามาผสมไว้ด้วย (อะไรจะซับซ้อนได้อีก) แต่ก็ทำให้เกิดข้อดีคือตัวรองเท้าสามารถระบายอากาศได้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการระบายความชื้น ซึ่งก็เข้าทางกับช่วงที่บ้านเรากำลังเข้าสู่หน้าฝนพอดี

 

adidas PUREBOOST GO

 

     ความรู้สึกหลังจากได้เปลี่ยนมาสวมใส่ adidas PUREBOOST GO ครั้งแรก ยอมรับว่าไม่รู้สึกชินกับรองเท้าคู่นี้ เพราะความกระชับที่ถูกออกแบบมาใหม่ ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่ารองเท้าเล็กไป ไม่เหมือนกับ adidas PUREBOOST คู่ก่อน (ที่ใส่จนเข้าเท้า) แต่พอลองใส่เดินไปเดินมาสักพักความรู้สึกคับ อึดอัด ที่เกิดขึ้นในตอนแรกก็หายไป เหมือนกับว่ารองเท้าค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับเท้าของเราเรื่อยๆ จังหวะในการเดินก็รู้สึกถึงความเด้งคืนกลับมาเมื่อเท้าย่ำลงไปที่พื้น (Energy Return) หลังจากทำความคุ้นเคยกับรองเท้าอยู่สักพัก วันต่อมาก็ลองเอา adidas PUREBOOST GO มาใช้วิ่งเหยาะๆ ตอนเช้า พบว่าตัวรองเท้าตอบรับการวิ่งของเราได้ดีมากๆ แรงส่งจากแผ่นบูสต์เมื่อรวมเข้ากับความเห่อของใหม่ก็ทำให้เราสนุกกับการวิ่งมากขึ้น

     เมื่อทดลองวิ่งหนักๆ โดยใช้การย่ำเท้าและท่าสะบัดมือแบบ ทอม ครูซ จึงพบว่า adidas PUREBOOST GO นั้น ยังไม่เหมาะกับการวิ่งที่หนักหน่วงขนาดนี้ของเรา เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เป็นอุปสรรคใหญ่ ทำให้ตัวบูสต์อาจจะรองรับแรงกระแทกได้ไม่ดีพอสำหรับการวิ่งแบบนี้ จึงทำให้เกิดอาการตึงขาและเจ็บที่ส้นเท้าเล็กน้อย ซึ่งก็ต้องอาศัยการยืดเหยียดและนวดคลายเส้นเล็กน้อย อาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจึงหายไป

 

adidas PUREBOOST GO

 

     adidas PUREBOOST GO อาจจะยังไม่ตอบโจทย์คนที่ต้องการใช้วิ่งอย่างจริงจัง หรือการวิ่งในระดับฮาร์ดคอร์สักเท่าไหร่ แต่เหมาะมากสำหรับการวิ่งเพื่อออกกำลังกายเบาๆ หรือวิ่งในระยะทางสั้นๆ ไม่เกินสิบกิโลเมตร โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 95 กิโลกรัม รองเท้าคู่นี้จะยังสามารถช่วยซัพพอร์ตแรงกระแทกที่เกิดจากการวิ่งของคุณได้อยู่ (ส่วนคนที่น้ำหนักเบากว่านี้คงวิ่งกันได้แบบพลิ้วๆ เลย) ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่กำลังอยากเริ่มต้นวิ่ง หรือใช้ใส่ในชีวิตประจำวัน เพราะการออกแบบก็ทำได้อย่างสวยงาม สามารถใส่ไปทำงานแล้วตอนเย็นก็เปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนกางเกงแล้วออกไปวิ่งต่อที่สวนสาธารณะก่อนกลับบ้านได้เลย เมื่อการเริ่มต้นได้พัฒนาสู่การวิ่งอย่างจริงจังแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยอัพรุ่นกันอีกที

     ขอแค่มีใจให้อยาก (เริ่มต้น) ออกไปวิ่ง ส่วนที่เหลือก็ให้ adidas PUREBOOST GO คู่นี้ช่วยซัพพอร์ตคุณเอง

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon