The Review | Running with the Mind of Meditation การวิ่งส่งผลดีต่อจิตใจ

The Review
25 Aug 2018
เรื่องโดย:

adB Team

มนตรี บุญสัตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งแฟนเพจ ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง และแอดมินเพจวิ่ง Running Insider จากโพสต์ล่าสุดที่เขียนเปรียบการวิ่งมาราธอน ว่าเป็น Moving Meditation เขาค้นพบเป็นการส่วนตัวว่าการวิ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาชีวิตและจิตใจอย่างยิ่ง

Running with Mind Meditation

 

     สองปีก่อนผมไปร่วมสังเกตการณ์งานนิวยอร์กซิตีมาราธอน ระหว่างอยู่ที่นั่น ผมได้ไปร้านหนังสือ Barns & Noble ที่ยูเนียนสแควร์ เดินดูชั้นวางหนังสือเกี่ยวกับการวิ่ง ความที่อเมริกามีนักวิ่งหรือผู้สนใจการวิ่งอยู่ราว 64 ล้านคน ตลาดของเขาจึงใหญ่โตมากๆ สะท้อนออกมาที่หนังสือที่เกี่ยวกับการวิ่ง นอกจากฮาวทูที่ให้ความรู้เรื่องเทรนนิ่งแล้ว ในหมวดวิ่งยังมีหนังสือที่พูดเรื่อง Happiness, Mindfulness, Running as Therapy กลุ่มที่ว่าด้วยเรื่องใช้การวิ่งเพื่อบำบัดหรือเปลี่ยนผ่านบางเรื่องในตัวเอง

     มีงานเขียนของพระลามะธิเบต ชื่อ Sakyong Mipham ชื่อเรื่อง Running with the Mind of Meditation เล่าเรื่องการเจริญสมาธิของลามะด้วยการเดินธุดงค์ ร่างกายที่แข็งแรงเกิดจากการเคลื่อนไหว จิตใจที่มั่นคงเยือกเย็นเกิดจากการสงบนิ่ง ท่านเล่าว่าการวิ่งมีส่วนช่วยให้นักวิ่งเข้าถึงเรื่องพวกนี้ได้ ห้วงเวลานั้นๆ วิ่งอยู่ เคลื่อนไหวอยู่กับขาตัวเอง ได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ในขณะที่จิตใจสงบนิ่ง จนเกิดการเข้าโซนสมาธิ ท่านยกตัวอย่างว่าลามะบางรูปต้องเดินเท้าขึ้นเขาสูงวันละหลายสิบกิโลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางประการ หนึ่งปีเดินกันเป็นพันๆ กิโลเมตร แทนที่จะเหนื่อยอ่อนหรือว่าจิตใจห่อเหี่ยว กลับพบว่ายิ่งเดิน ยิ่งแจ่มใส เบิกบาน ย่ำเท้าเดินทางไกลคือการปฏิบัติธรรม เป็น Moving Meditation

 

Running with Mind Meditation

     นักวิ่งเองก็เช่นกันเวลา 1 ปี 2 ปี บางคนอาจวิ่งสะสมระยะทางเป็นพันสองพันกิโลเมตร นอกจากการวิ่งจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้ดีขึ้น นักวิ่งคนนั้นจะได้รับการเปลี่ยนแปลงในด้านของความคิดจิตใจ มีความใจเย็นขึ้น ไม่ค่อยอยากจะไปแลก ไปไฟต์กับใคร อยากมีชีวิตเรียบง่าย ได้วิ่ง ได้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เรื่องเดียวกันนี้ก็ได้รับอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์มาพอสมควร ว่าการออกกำลังกายต่อเนื่องสัก 20-30 นาที ปฏิกิริยาเคมีในสมองจะหลั่งสารเคมีที่ทำให้เราสดชื่น มีความสุขขึ้น หรือการทำให้ Physical แข็งแรงก็มีส่วนช่วยปรับให้ Mental มีความเข้มแข็งไปด้วย

     ผมมาค้นพบว่าการวิ่งเป็นวิธีรับมือกับเรื่องแย่ๆ ในชีวิตได้ดีวิธีหนึ่ง เพราะการวิ่งจะบอกคนคนนั้นว่า ต่อให้ชีวิตคุณกำลังมีปัญหาใหญ่หลวงอย่างไร แต่เรายังมีบานประตูลับที่เปิดเข้าไปแล้วสงบ ผมเองเจอปัญหาเรื่องงาน เรื่องชีวิต ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะร้อนรนและพร่ำบ่นบนโซเซียลมีเดีย แต่ตอนนี้ไม่เลย พอเจอปัญหา ผมจะใช้เวลาในช่วงนั้นออกวิ่งอย่างมีวินัยทุกเช้า คล้ายกับพาตัวเองไปคลายประจุ ไประบายออกด้วยการใช้แรง วิ่งในสนามแถวบ้านจนเหงื่อชุ่มหลังไปหมด ความเหนื่อยหอบจะมาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องที่เคยกังวล ความเหนื่อยทำให้หิว คืนนั้นอ่อนล้า ก็หลับง่าย หลับสบาย

     ลองสังเกตดูเวลาเครียด เราจะหายใจสั้นๆ ถี่ๆ ใช้ออกซิเจนไม่มีประสิทธิภาพ สมองไม่โล่ง แต่พอเราออกไปที่โล่งกว้าง มองดูท้องฟ้าบ้าง เห็นใบไม้ปลิว ได้ยินเสียงนกร้อง ได้หายใจลึกๆ หายใจยาวๆ ได้เสียเหงื่อบ้าง เราก็ผ่อนคลาย ผมใช้ชีวิตแบบนี้มา เจอปัญหาทีไร ผมขอวิ่งก่อนเลย การวิ่งทางไกลให้ความทนทาน และบางทีก็ให้เรื่องความอดทนอดกลั้นในการใช้ชีวิต

 


เรื่อง: มนตรี บุญสัตย์

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่