Avengers Assemble! Endgame 11 ปี ด้วยรักและผูกพันที่พวกเรามีต่อซูเปอร์ฮีโร่จากจักรวาลมาร์เวล

The Review
26 Apr 2019
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

Avengers: Endgame เป็นหนังภาคต่อของ Avengers: Infinity War ที่ออกฉายเมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่ธานอส วายร้ายจากต่างดาว รวบรวมอัญมณีแห่งจักรวาลทั้ง 6 เม็ด ในชื่อ Infinity Stone ได้ครบ และทำการล้างสิ่งมีชีวิตในจักรวาลออกไปครึ่งหนึ่งอย่างง่ายดายด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ทีมอเวนเจอร์ส ซึ่งเป็นเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่คอยปกป้องโลกและจักรวาล จึงต้องรวบรวมสมาชิกที่เหลืออยู่เพื่อกลับมาแก้ไขเรื่องนี้กันอีกครั้ง ด้วยการเดิมพันชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับการเรียกให้คนที่สลายไปกลับมา

Avengers Endgame

 

*Spoiler Alert* : เนื้อหาบางส่วนอาจเปิดเผยเรื่องราวที่เป็นความลับที่อยู่ใน Endgame

 

     นับตั้งแต่วันแรกที่มาร์เวลแตกหน่อจากบริษัทที่พิมพ์หนังสือการ์ตูนแนวซูเปอร์ฮีโร่อย่างยาวนาน มาจับธุรกิจภาพยนตร์เพื่อต่อยอดการทำธุรกิจของตัวเอง เนื่องจากความซบเซาของยอดขายหนังสือการ์ตูนที่ทำให้บริษัทเกือบจะต้องปิดตัวเองมาหลายรอบ พวกเขาจึงเดิมพันทางเดินนี้ด้วยการปล่อยซูเปอร์ฮีโร่ตัวแรกออกมาด้วยการเลือกตัวละครที่เรียกว่าโนเนมมากสำหรับคนดูหนัง นั่นคือไอรอนแมน และที่เสี่ยงไปกว่านั้นก็คือการที่พวกเขาเลือกนักแสดงอย่าง โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ มารับบทนำ ซึ่งในยุคนั้นนักแสดงผู้นี้ถือว่ามีประวัติในเรื่องของยาเสพติดและเป็นแบดบอยติดแบล็กลิสต์ของฮอลลีวูด มิหนำซ้ำ ในสมัยนั้น หากไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่สุดฮิตอย่างแบตแมนหรือซูเปอร์แมน ก็ยากต่อการประกันความสำเร็จทางด้านรายได้ต่อบอกซ์ออฟฟิศของอเมริกา

     เมื่อ Iron Man ภาคแรกออกฉายในปี 2008 ความยี้เล็กๆ (เพราะคงคิดว่าหนังหุ่นยนต์ยังไงก็คงออกมาเห่ยๆ) และการรอซ้ำเติมจากกลุ่มคนดูก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้องเรียกว่า โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ และมาร์เวล สร้างตัวละครอย่าง โทนี สตาร์ก และไอรอนแมน ออกมาได้อย่างมีจิตวิญญาณ จนคนดูชื่นชมและเป็นการเริ่มต้นของกลุ่มแฟนๆ ที่รักซูเปอร์ฮีโร่จากค่ายนี้ ซึ่งในปีเดียวกัน จักรวาลของหนังมาร์เวลก็เริ่มขยายตัวไปกับ The Incredible Hulk ที่แม้ตัวหนังจะไม่เป็นที่นิยมเท่า แต่ก็ทำเงินได้ในระดับน่าพอใจ จนมาร์เวลเริ่มมั่นใจแล้วว่าแผนการที่ปูเอาไว้ต้องไปได้สวย จากนั้นทางค่ายจึงเปิดตัวฮีโร่คนต่อๆ มา ด้วยเทพเจ้าสายฟ้าธอร์ และกัปตันอเมริกา หัวหน้าทีมอเวนเจอร์ส และมีการสอดแทรกตัวละครเสริมอย่างแบล็กวิโดว์ และฮอว์กอายส์ เข้าไปยังหนังแต่ละเรื่อง จนมาถึงวันที่แฟนๆ หนังสือการ์ตูนรอคอย นั่นคือหนังรวมพลังซูเปอร์ฮีโร่ที่ทรงพลัง The Avengers ในปี 2012 พร้อมกับเปิดตัวมหาวายร้ายแห่งจักรวาลอย่างธานอสในเอนด์เครดิต

 

Avengers Endgame

 

The Avengers ได้สร้างปรากฏการณ์มากมายขึ้นทั่วโลก ซึ่งเป็นทั้งหนังที่ทำรายได้รวมสูงที่สุดในโลกของปี 2012 และสูงสุดที่ในประเทศไทย ขนาดโรงหนัง UMG ใน RCA (ซึ่งเป็นโรงหนังคุณภาพดี ราคาตั๋วย่อมเยา ที่นั่งสบาย และมีซูเปอร์มาร์เกตให้ซื้อขนมเข้าไปกินระหว่างดูหนังอย่างเพลิดเพลิน) ที่ประกาศจะปิดกิจการในตอนนั้น ยังต้องยอมเลื่อนเวลาปิดตัวไปอีกเพื่อฉายหนังเรื่องนี้ และถ้าใครที่ผ่านไปแถวนั้นก็ยังเห็นป้ายโปรแกรมที่ติดชื่อหนังเรื่องนี้ไว้อยู่แม้จะผ่านมา 7 ปีแล้วก็ตาม

     กลุ่มยอดมนุษย์พิทักษ์โลกก็ถูกปูทางมาเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีช่วงที่กราฟดิ่งลงบ้างในหนังมาร์เวลเฟสสอง ที่ผลงานออกมาในระดับดีเสมอตัว แต่ก็ไม่ได้ว้าวเป็นชุดติดๆ กันเหมือนช่วงแรก แต่นั่นก็ทำให้มาร์เวลได้พบกับผู้กำกับที่เป็นเพชรเม็ดงามของตัวเองนั่นคือสองพี่น้องรุสโซ แอนโธนี และ โจ รุสโซ ที่ทำให้ Captain America: The Winter Soldier เปลี่ยนจากหนังซูเปอร์ฮีโร่ชวนง่วงในภาคแรก เป็นหนังแนวสายลับกู้โลกที่สนุก ตื่นเต้น จนต้องดูซ้ำ และทำให้เราเชื่อว่า สตีฟ โรเจอร์ คือชายที่สามารถฝากความหวัง ฝากชีวิตไว้ได้อย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นแค่คนหน้าตาดี มีแค่โล่กับพละกำลังเท่านั้น ก่อนที่พวกเขาจะพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งใน Captain America: Civil War ว่าสามารถเล่าเรื่องเข้มข้นโดยให้น้ำหนักกับตัวละครมากมายได้อย่างกลมกล่อม ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้กำกับหลายคนมักจะเอาไม่อยู่ และนั่นก็ทำให้เราเชื่อใจได้เลยว่า Avengers: Inffiinity War ต้องออกมาดีอย่างแน่นอน

     สองปีของการรอคอย Avengers: Inffiinity War ออกฉาย ทุกอย่างเป็นไปตามคาด มีปรากฏการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งเซอร์ไพรส์ที่กระชากหัวใจคนดู การคาดคะเนต่างๆ ที่มีต่อหนังภาคต่อไปอย่าง Endgame ซึ่งเป็นบทสรุปของเรื่องราวที่ถูกปูทางมาทั้งหมด การวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่เหลือรอดอยู่ว่าจะเอาชนะชะตากรรมนี้อย่างไร เรียกว่าเดือดไปถึงระดับจักรวาล

     และเป็นอีกครั้งที่สองพี่น้องรุสโซไม่ทำให้เราผิดหวังใน Avengers: Endgame เมื่อเรื่องราวถูกสานต่อและคลายปมทุกข้อสงสัยในเหตุการณ์นี้ รวมถึงการพาคนดูไปทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาตลอด 11 ปีของฮีโร่หลักแต่ละคน เหมือนกับเป็นการคืนสู่เหย้าก่อนที่จะอำลาพวกเขาในตอนท้ายเรื่อง และนั่นก็ทำให้เราเห็นชีวิตและจิตใจของซูเปอร์ฮีโร่แต่ละคนที่เป็นแกนหลักของทีมอเวนเจอร์สยุคก่อตั้งนี้

 

Avengers Endgame

 

โทนี สตาร์ก

     ‘อัจฉริยะ มหาเศรษฐี นักรัก และคนใจบุญ’ คือนิยามที่เขาพูดถึงตัวเองไว้ใน The Avengers ก่อนที่ความหยิ่งยโสของเขาจะค่อยๆ ถูกละลายลงไปจากบทเรียนที่ได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อนๆ และการเสียสละตัวเองตั้งแต่การยอมพาตัวเองออกไปนอกอวกาศพร้อมกับจรวดนิวเคลียร์ที่ทำลายนิวยอร์กได้ทั้งเมือง การข้ามผ่านความกลัว และความแค้นเคืองที่กัปตันอเมริกาออกตัวปกป้องคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา แล้วยอมกลับมาสู้ศึกนี้อีกครั้งทั้งที่ตัวเขาเองก็มีชีวิตครอบครัวที่พร้อมสมบูรณ์แล้ว

 

Avengers Endgame

 

สตีฟ โรเจอร์

     ชายที่แบกความหวังของทุกคนเอาไว้ และพยายามสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ที่เหลือรอดจากการลบสิ่งมีชีวิตออกไปครึ่งโลกสามารถไปต่อได้ โดยที่ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจในตัวเอง แต่เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนต้องการผู้นำ เขาเองก็พร้อมจะทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่แม้จะต้องสู้ทั้งวันก็ยังไหว

 

Avengers Endgame

 

นาตาชา โรมานอฟ

     สายลับหญิงฉายาแบล็กวิโดว์ ที่แม้ว่าเธอจะถูกบ่มเพาะมาให้เป็นนักฆ่าเลือดเย็น แต่เราก็จะได้เห็นแง่มุมที่อ่อนโยนของเธอที่ถูกปูมาเรื่อยๆ จนถึงใน Endgame ที่คนดูจะได้พบกับความอ่อนแอ หวาดหวั่น และความกลัวของเธอมากกว่าครั้งไหน จนถึงเวลาของการตัดสินใจที่ทำให้เรารู้ว่าเธอเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เครื่องจักรลอบสังหารอย่างที่ถูกฝึกให้เป็น

 

Avengers EndgameAvengers Endgame

 

บรูซ แบนเนอร์ และธอร์

     ภาพสะท้อนของคนที่ขลาดกลัว และการข้ามผ่านความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งใน Avengers: Inffiinity War เราจะเห็นว่า บรูซ แบนเนอร์ นั้นกลัวจนไม่สามารถกลายร่างเป็นฮัลค์ได้ และเขาก็ผ่านความกลัวนั้นมาได้จนสามารถอยู่ร่วมกับอสูรของตัวเองสำเร็จ ส่วนธอร์ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามของตำนานนอร์ส กลับกลายเป็นคนที่จมอยู่ในความผิดพลาดของตัวเองในอดีตจนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ละทิ้งความแข็งแกร่งของตัวเองไปจนหมดสิ้น ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่าคนเรานั้นต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนก็มีด้านอ่อนแอได้เหมือนกัน อยู่ที่ว่าเราจะเลือกปล่อยตัวปล่อยใจให้กับความผิดหวังนั้นตลอดไป หรือกลับมาลุกขึ้นอีกครั้งแล้วก้าวเดินต่อไป

 

 

     ไม่ง่ายเลยที่หนังซูเปอร์ฮีโร่สักเรื่องนั้นจะผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้หลายปีขนาดนี้ และยังค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวจนกลายเป็นความผูกพันกับคนดู กลายเป็นจักรวาลของหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยนักแสดงมากฝีมือ (ใครจะไปคิดว่า ทิลดา สวินตัน, เคต แบลนเชตต์ หรือแม้แต่ แมตต์ เดมอน จะมาปรากฏตัวในหนังของมาร์เวลได้) และก็ไม่ง่ายอีกเช่นกันที่ใครจะมารับบทซูเปอร์ฮีโร่แทนนักแสดงชุดเดิมที่หมดสัญญาไปแล้ว แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับมาร์เวลและสองพี่น้องรุสโซก็คือ จะทำอย่างไรให้หนังที่ปิดเรื่องราวของทีมอเวนเจอร์สชุดแรกนี้จบได้อย่างตราตรึงและประทับใจคนดู เพราะถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่พวกเขาปูเนื้อเรื่องกันมาตั้งแต่ต้นก็จะพังทลายเหมือนกับโดนธานอสดีดนิ้วให้กลายเป็นฝุ่นในพริบตา

     ซึ่งพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ และต้องยอมรับว่าเพลงสกอร์ของหนัง The Avengers ก็กลายเป็นเสียงเพลงที่ฮึกเหิมที่สุดในตอนนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมันดังกระหึ่มขึ้นมาในฉากตะลุมบอนสุดท้ายของหนัง พร้อมกับประโยคว่า “Avengers Assemble” จากปากของกัปตันอเมริกา 

     11 ปีแห่งการรอคอยนี้ ถือว่าคุ้มค่าที่สุดแล้วของจักรวาลมาร์เวล

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon