Every Day a Good Day | หัวใจ ใบชา ความรัก และการเข้าใจความหมายของชีวิตผ่านการชงชา

พิธีชงชา เป็นพิธีการเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้ถึง ‘วิถีของชา’ โดยการชงชาไม่ใช่เพียงแค่การต้มน้ำร้อนให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมหรือคนผงชาให้เข้มข้น แล้วค่อยๆ บรรจงดื่ม แต่เป็นการฝึกฝนตัวเองให้เคลื่อนไหวในแต่ละอิริยาบถให้พลิ้วไหวและงดงามตั้งแต่เริ่มต้น

     Every Day a Good Day หรือ หัวใจ ใบชา ความรัก เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวของการชงชาโดยดัดแปลงมาจากหนังสือ Everyday Is a Good Day: 15 Happiness Taught by Tea ที่ติดอันดับหนังสือขายดีในประเทศญี่ปุ่น เขียนโดย โมริชิโตะ โนริโกะ ซึ่งเธอได้เล่าถึงประสบการณ์ของตัวเองที่ได้ค้นพบความหมายของชีวิตผ่านการเรียนชงชามาถึง 25 ปี

 

Every Day a Good Day

หัวใจของการชงชาคือ เราต้องรู้วิธีก่อน แล้วค่อยใส่จิตใจลงไป

     ประโยคของอาจารย์ทาเคดะ (กิกิ คิริน) เอ่ยกับ โนริโกะ (คุโรกิ ฮารุ) และ มิจิโกะ (ทาเบะ มิคาโกะ) ตัวละครเด็กสาวสองคนที่ชวนกันมาเรียนชงชาด้วยความนึกสนุก และอยากลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ ซึ่งคนที่พอจะมีความเข้าใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นอยู่บ้าง จะพบว่าขั้นตอนในการชงชานั้นมีรายละเอียดอยู่ในกระบวนการที่ซับซ้อน เอาแค่วิธีการเริ่มต้นด้วยการพับผ้า (ที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ดื่มชา) ที่ต้องจับพับสามทบหันด้านหน้าออกเก็บปลายผ้า การสอดผ้าเข้ากับชายเสื้อ หรือแม้แต่การสะบัดผ้าเพื่อไล่ฝุ่น ต่างก็มีวิธีการและลีลาที่ดูแล้วอ่อนช้อยงดงามไหลลื่นตามลำดับ

     ซึ่งความลื่นไหลนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการฝึกปรือในตอนแรกเริ่ม ในตอนต้นเรื่อง หนังจึงพาเราไปเริ่มต้นเรียนรู้วิธีและขั้นตอนการชงชาไปพร้อมๆ กับตัวละคร และเมื่อโนริโกะฝึกฝนตามขั้นตอนจนถึงจุดหนึ่ง จุดที่โนริโกะสามารถประคองการชงชาได้อย่าง ‘เชื่อมั่นในมือสองข้างของตัวเอง’ เธอก็สามารถชงชาได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้สมองในการทบทวนวิธีการและทำให้การชงชาติดขัด พร้อมกับข้อคิดบางอย่างที่เซนเซได้ทิ้งไว้ให้ตัวละครและคนดูได้คิดตามไปด้วยกัน

     หนึ่งในข้อคิดบางอย่างที่สะท้อนถึงการหาความหมายและความเข้าใจในชีวิต (Meaning of Life) คือสิ่งที่เด็กสาวทั้งสองได้ถามคือสิ่งที่เด็กสาวทั้งสองได้ถามอาจารย์ทาเคดะ ซึ่งเป็นคำถามเดียวกับที่อยู่ในใจของเรานั่นคือ ท่วงท่าความยุ่งยากในการชงชาบางอย่างที่เราทำนั้นทำไปเพื่ออะไร ซึ่งอาจารย์ทาเคดะก็ยิ้มกลับมาด้วยสายตาที่อ่อนโยนพร้อมตอบมาสั้นๆ ว่า “ไม่รู้เหมือนกัน เขาให้ทำกันมาแบบนี้”

 

Every Day a Good Day

Every Day a Good Day

 

คำตอบของชีวิตต้องค้นหาด้วยตัวเอง

     คำตอบนี้ไม่ได้เป็นแค่การพูดส่งๆ หรือตัดบทไปให้จบๆ เพราะเมื่อเราดูหนังไปเรื่อยๆ จะพบว่าโนริโกะแม้จะดูตอนแรกว่าเป็นหญิงสาวที่น่ารักเพียบพร้อมแทบจะเป็นผู้หญิงในฝันของผู้ชายเลยก็ว่าได้ แต่เธอก็มีปมของตัวเองอยู่ในใจลึกๆ นั่นคือการไม่กล้าทำตามความรู้สึกของตัวเอง และไม่รู้ว่าจุดหมายของชีวิตคืออะไร ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าหลายครั้งเมื่อเธอมีสิ่งรบกวนจิตใจ ท่วงท่าการชงชาของโนริโกะก็จะมีอาการแข็งขืน ดังที่อาจารย์ทาเคดะบอกไว้ว่าถ้าผู้ชงมีใจที่แข็งกร้าวท่าทางการจับก้านกระบวยก็แข็งขืนติดขัด เมื่อปล่อยวางให้ใจเป็นอิสระท่าทางการชงก็พลิ้วไหวงดงามเบิกบานเหมือนสายน้ำ

     ดังนั้น การชงชาของอาจารย์ทาเคดะจึงแสดงให้เห็นถึงการจดจ่ออยู่กับพิธีการตรงหน้า ตั้งแต่การเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาในห้องเรียนชงชา การหยิบผ้าอย่างอ่อนโยน สังเกตขนแปรงที่ใช้สำหรับคนชาให้เข้ากัน การจับกระบวยตักน้ำ เพ่งมองถ้วยชาอย่างชื่นชม รับฟังเสียงของน้ำร้อนและน้ำเย็นอย่างเข้าใจ

     ซึ่งความมุ่งมั่นตั้งใจนี้ เมื่อฝึกฝนและทำความเข้าใจจนถึงจุดหนึ่ง โนริโกะก็สามารถจำแนกความแตกต่างระหว่างเสียงของน้ำได้ ‘เสียงของน้ำร้อนมีความหนักแน่น ในขณะที่เสียงของน้ำเย็นจะมีความสว่าง กังวาน ใส’ หรือแม้กระทั่งการฟังเสียงฤดูฝน กลิ่นของไอแดดในฤดูร้อน และความเป็นไปของหิมะในฤดูหนาว เหมือนกับเสียงของฝนตกในฤดูใบไม้ผลิต่างกับเสียงฝนที่เข้าสู่ฤดูฝน

     ฟังเสียงฤดูฝนเพื่อสัมผัสความเปลี่ยนแปลง

     ฟังเสียงฤดูร้อนเพื่อสัมผัสไอแดดจากแสงอาทิตย์ที่ร้อนผ่าว

     ฟังเสียงฤดูหนาวเพื่อสัมผัสความเย็นที่บาดผิวกาย

     พิธีชงชาจึงเหมือนกับการเข้าใจความหมายของชีวิต นอกจากการชงชาจะทำให้เราตระหนักถึงความเป็นจริงของธรรมชาติ เมื่อเข้าใจถึงความเป็นไปของชีวิต ความทุกข์ระทมที่ใจก็ถูกปลดปล่อย เราจึงเข้าใจความหมายที่อาจารย์ทาเคดะพูดไว้ว่าบางครั้งคำตอบที่เราต้องการก็ไม่สามารถรู้ชัดได้ในวันนี้เวลานี้ เพราะบางเรื่องของชีวิตต้องใช้เวลาทำความเข้าใจและค้นหาคำตอบนั้นด้วยตัวของมันเอง ไม่มีใครบอกได้หรอกว่าเราจะก้าวข้ามสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจได้อย่างไร การเรียนรู้ชีวิตจึงต้องอาศัยเวลาบ่มเพาะ เหมือนกับใบชาที่ต้องรอเวลาในการบ่ม และก็ต้องใช้เวลาอีกเช่นกันในการชง

 

Every Day a Good Day

 

Meaningful Life

     คนเราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากความรัก ไม่ว่าจะผิดหวังสักแค่ไหน ความรักในชีวิตของโนริโกะก็คือการชงชาไปเสียแล้ว หลายๆ ครั้ง เราไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่คือสิ่งที่เรารักหรือเปล่า เราอาจทำด้วยความจำเป็น ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ในชีวิต แต่เมื่อเราทำไปจนถึงจุดที่ผ่านการเลื่อนไหล จุดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริง เราอาจจะพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำล้วนมีความหมายทั้งสิ้น เหมือนเช่นโนริโกะที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรักต่อใบชาตั้งแต่แรก เธอเพียงแค่ไปเรียนชงชาตามคำแนะนำของคุณแม่ของเธอ เพียงเพราะเธอไม่รู้ว่าหลังจากที่เรียนจบเธอจะทำอะไรต่อไปในชีวิตเท่านั้น  

     แต่ในท้ายที่สุด เมื่อเธอเข้าใจในความหมายแห่งพิธีการ เธอก็เข้าใจในความเป็นไปของชีวิต การได้ชงชาในทุกๆ ปี ทุกฤดูกาลที่เวียนมาบรรจบจึงเป็นส่วนหนึ่งในความหมายที่แท้จริงในชีวิตเธอ

     เหมือนกับที่อาจารย์ทาเคดะบอกไว้ว่าการที่ยังได้ทำอะไรเหมือนๆ เดิมทุกครั้ง ไม่ได้เป็นเรื่องน่าเบื่อเลย แต่เป็นความสุขของชีวิตด้วยซ้ำ เพราะการได้ทำในสิ่งเดิมๆ ทุกปี ทุกฤดูกาลที่เวียนมาบรรจบจึงเป็นความสุขที่แท้จริง นั่นหมายถึงว่าเรายังคงมีแรงใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

     หนังเรื่องนี้จึงทั้งสวยงาม ล้ำลึก ขมขื่น ตื่นรู้ เหมือนกับน้ำชาที่ถูกบรรจงชงมาอย่างดีก่อนส่งต่อให้คนดื่มในภาชนะที่ถูกเลือกแล้วด้วยความเอาใจใส่

     วันนี้ วันไหน ก็เป็นวันดีๆ เมื่อเราเข้าใจสิ่งที่เป็นไปของชีวิตเหมือนกับที่โนริโกะรับรู้ถึงการปล่อยใจให้หลุดพ้นจากสิ่งที่เกาะกินหัวใจเธอมานาน และให้ชีวิตรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติด้วยใจที่นิ่งสงบ โดยที่เธอนั้นไม่ตั้งคำถามอีกเลยว่าทำไมต้องมีกระบวนการมากมายในพิธีชงชา 

     เพราะคำตอบนั้นจะมาถึงในวันและเวลาที่ทุกอย่างอยู่ภาวะสมดุลเหมือนชาในถ้วยที่เธอชงนั่นเอง

 

Share Post
Like 0 View 932

Author

ภาคิน วลัยวรางกูร

Content Creator - adB JUNIOR

*ที่เห็นในแก้วคือน้ำเปล่า