The Review | มองชีวิตคนอื่นอย่างเข้าใจ ผ่านเรื่องราวที่ซับซ้อนจากหนังเรื่อง Homestay

The Review
2 Nov 2018
เรื่องโดย:

ภาณุทัช โสภณอภิกุล

นานแล้วที่เราไม่ได้เห็นผลงานของ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ผู้กำกับที่อยู่กับหนังสยองขวัญมายาวนานอย่าง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ที่เป็นกระแสฮือฮาให้กับวงการหนังผี จนญี่ปุ่นมาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปทำหนังของตัวเอง หรือแม้แต่ตอนย่อยในหนัง 4 แพร่ง และ 5 แพร่ง รวมถึง แฝด ที่หลายคนยังจำกันได้ดี แต่คราวนี้เขาได้พาเราไปพบกับ Homestay ที่เปลี่ยนแนวมาเป็นหนังที่พูดถึงปริศนาบางอย่างที่เกิดขึ้นหลังความตายของเด็กวัยรุ่นชายคนหนึ่ง ซึ่งจากตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาให้ได้ชม เราก็ได้แต่ลุ้นว่าเรื่องนี้เขาจะปล่อยของอะไรบ้าง

 

homestay

 

     เนื้อเรื่องของหนังพูดถึงวิญญาณเร่ร่อนที่ฟื้นขึ้นมาในร่างของ มิน (ธราดล จันทรเสน) ที่เสียชีวิตได้หนึ่งวัน โดยเขาได้พบกับผู้คุม (นพชัย ชัยนาม) ที่บอกกับเขาว่า ตัวเองเป็นวิญญาณที่โชคดีได้รับรางวัลใหญ่คือได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างนี้ แต่มีข้อแม้ว่าเขามีเวลาแค่ 100 วัน เพื่อตามหาคำตอบว่าเจ้าของร่างที่วิญญาณเร่ร่อนตนนี้สิงอยู่ ฆ่าตัวตายเพราะใคร

     ซึ่งช่วงแรกของหนังมาในโทนเข้มขรึมจริงจัง เต็มไปด้วยปริศนาที่ชวนน่าติดตาม แต่หลังจากนั้นหนังก็ค่อยๆ เปลี่ยนโทนให้สว่างสดใสขึ้น พร้อมกับค่อยๆ เปิดเผยปมปัญหาต่างๆ ของคนที่อยู่รอบตัวมินตั้งแต่ แม่ (สู่ขวัญ บูลกุล) พ่อ (วิโรจน์ ควันธรรม) พี่ชาย (ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์) ลี้ (ศรุดา เกียรติวราวุธ) เพื่อนสนิทที่โรงเรียน และ พาย (เฌอปราง อารีย์กุล) พี่รหัสที่เป็นเหมือนแสงสว่างในชีวิตของเขา

 

homestay

 

     Homestay นำเค้าโครงเรื่องมาจากนิยายชื่อ เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม (Colorful) โดย เอโตะ โมริ ที่โด่งดังจนถูกนำสร้างมาเป็นแอนิเมชัน การันตีความยอดเยี่ยมด้วยรางวัล Excellent Animation ของ Japanese Academy Award และ Animation Film Award ของ Mainichi Film Awards ที่แอนิเมชันรุ่นพี่อย่าง Spirited Away ของ Hayao Miyazaki เคยได้รับมาแล้ว นั่นจึงทำให้หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นอีก

     ถึงแม้ชั้นเชิงในการเล่าเรื่องของผู้กำกับจะทำออกมาได้ตามมาตรฐานหนังค่ายนี้ และปริศนาใน Homestay ก็ผูกไว้ได้อย่างน่าติดตาม มีชั้นเชิง สามารถยึดเราไว้กับเก้าอี้ได้ตลอดทั้งเรื่อง แต่อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าหนังให้เวลากับเรื่องของการสืบสวนสาเหตุการตายของตัวละครน้อยไปหน่อย โดยใช้เวลาในการปูความสัมพันธ์ระหว่างมินและพาย นานจนเกินไป เมื่อถึงช่วงที่ต้องเฉลยปมต่างๆ (ที่ผูกไว้หลายชั้น) ทำให้เราไปไม่ถึงความรู้สึกของตัวละครเมื่อเรื่องราวถูกเปิดเผย (ไม่อิน) แต่อย่างไรก็ตามฉากที่เน้นอารมณ์ความรู้สึกนั้น หนังก็ทำออกมาได้ดีจนเหลือเชื่อ

 

homestay

 

     ทีมนักแสดงก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตาม แม้จะมีคนแซวว่าเจมส์ต้องอุ้มหนังเรื่องนี้ไว้คนเดียว แต่ในความจริงแล้ว นักแสดงทุกคนต่างช่วยกันพยุงเรื่องราวของ Homestay ไว้ด้วยกัน อย่างการแสดงของ สู่ขวัญ บูลกุล ที่ทำให้เราอินไปกับความเป็นแม่ที่แสดงออกมาได้ดีจนรู้สึกอยากกลับไปกอดแม่ที่บ้าน ส่วน เฌอปราง อารีย์กุล ก็เล่นได้ดีจนลืมภาพลักษณ์ความเป็น เฌอปราง BNK48 ไปเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าพ่อหนุ่มตัวเอกฉายา ‘เจมส์ เดอะแบก’ นั้น สามารถตีความของตัวละครมิน ออกมาได้อย่างดี ไม่ว่าตอนดีใจหรือเสียใจ ที่ทำให้คนดูเชื่อว่าเขาเป็นตัวละครนั้นจริงๆ

 

homestay

 

     หน้าหนังอาจจะดูเหมือนเป็นหนังรักวัยรุ่นทริลเลอร์ไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้เหมาะกับคนดูทุกกลุ่ม ทั้งคนที่อยากดูหนังแบบเพลินๆ หรือคนที่ต้องการเนื้อหาหนักๆ Homestay ก็มีให้ครบทุกรส เหมือนกับที่คนสร้างกำลังบอกกับเราว่า ลองมองเรื่องราวรอบตัวให้กว้างขึ้นมากกว่ามองแต่เรื่องของตัวเอง เข้าใจคนอื่นในมุมมองของพวกเขาบ้าง และเมื่อเราปรับมุมมองของตัวเองให้เปลี่ยนไป เชื่อว่าชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาณุทัช โสภณอภิกุล

อดีตช่างภาพฝึกงานกอง a day BULLETIN ที่ปัจจุบันเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์