The Review | Spider-Man: Far From Home เปิดเรื่องสุดติงต๊องแต่จบได้อย่างท้าทาย

ย้อนกลับไปวันที่ทาง Sony Pictures Entertainment นั่งดีดลูกคิดรางแก้วและคำนวณอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า ถึงรายได้จากหนัง The Amazing Spider-Man ทั้งสองภาคจะทำเงินทั่วโลกได้เป็นที่น่าพอใจ

      แต่ดูจากทรงและกระแสความนิยมแล้วไม่น่าจะเข็นให้มีภาคต่อที่จะเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต การหันไปผูกจักรวาลกับทางค่ายมาร์เวลน่าจะมีอนาคตที่สดใสมากกว่า (จะได้ไม่ต้องรีบูตให้ลุงเบนตายรอบที่สามด้วย) แถมไม่ต้องเสี่ยงว่าทางดิสนีย์จะใช้วิธีซื้อลิขสิทธิ์ตัวละครกลับมาเหมือนที่ทำกับค่าย 20th Century Fox (ฉันรวย) การจับมือกันระหว่างโซนี่และมาร์เวลในวันนั้นก็ทำให้ได้พบกับสไปเดอร์แมนเวอร์ชัน ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) ซูเปอร์ฮีโร่สุดเด๋อจนอดเอ็นดูน้องไม่ไหวในวันนี้

 

Spider-Man: Far From Home

 

**บทความนี้อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในภาพยนตร์**

 

ซูเปอร์ฮีโร่ที่ทุกคนหลงรัก

     มาร์เวลได้แบ่งธีมหนังเดี่ยวของซูเปอร์ฮีโร่แต่ละคนไว้ค่อนข้างชัดเจน อย่างใน Marvel Cinematic Universe นั้น Captain America: The Winter Soldier และ Captain America: Civil War จะอยู่ในธีมของหนังจารชนสายลับหักเหลี่ยมเฉือนคมเพื่อนทรยศ Black Panther จะเป็นธีมการเมืองการปกครองศึกชิงบัลลังก์ Doctor Strange เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์จิตวิญญาณงานวิชวลที่แปลกตา Guardians of the Galaxy กับ Thor: Ragnarok จะเป็นหนังผจญภัยในอวกาศที่ต่างกับ Captain Marvel ซึ่งจะเน้นไปทางสงครามระหว่างดวงดาว และ Ant-Man จะอยู่ในหมวดของหนังครอบครัวที่ไม่มีพิษมีภัยดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ส่วน Spider-Man จะเป็นหนังวัยรุ่นไฮสกูลที่ชีวิตยังว้าวุ่นอยู่

     การแบ่งทางหนังแบบนี้นอกจากจะทำให้โครงเรื่องของแต่ตัวละครเข้มแข็งแล้ว ยังทำให้คนดูเชื่อในตัวละครอย่างสนิทใจไปด้วย เช่น กัปตันอเมริกาจะเป็นคนที่เราสามารถวางใจว่าจะปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ๆ กับเขา โทนี่ สตาร์ก อัจฉริยะ มหาเศรษฐี เพลย์บอย และคนใจบุญ ธอร์ เทพเจ้าที่แข็งแกร่งแต่ก็อ่อนแอหมดอาลัยตายอยากได้ ส่วนสไปเดอร์แมนก็มาในแนวหนังวัยรุ่นสดใสเป็นเรื่องของเด็กหนุ่มที่อยากแสดงให้ใครต่อใครได้เห็นว่าเขาไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่เด็กที่มีหน้าที่แค่จับโจรวิ่งราวหรือคนขโมยจักรยานไปวันๆ (จนกระทั่งถูกกัปตันอเมริกาสอนมวยใน Captain America: Civil War)

 

Spider-Man: Far From Home

 

Spider-Man: Far From Home เมื่อเพื่อนบ้านที่แสนดีขอลาพักร้อน

     เนื้อเรื่องดำเนินต่อจาก Avengers: Endgame เมื่อคนที่สลายไปจากการดีดนิ้วของธานอสถูกเรียกกลับมา พวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรกับเวลาที่ดำเนินผ่านไปแล้ว 5 ปีตามเวลาจริงในจักรวาลหนัง และการจากไปของเหล่าอเวนเจอร์รุ่นแรกที่แค่เปิดเรื่องมาได้ไม่ถึงสามนาที ตัวหนังก็แสบพอที่จะทำให้คุณหัวเราะกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นใน Endgame ได้จนแทบไม่เชื่อเลยว่าหลายคนที่เพิ่งเสียน้ำตาไปให้กับการเผด็จศึกในหนังเรื่องนั้นต้องมานั่งหัวเราะกับมุกแสบๆ ในเรื่องนี้

     หนังยังคงเดินหน้ายิงมุกราวกับว่ากำลังนั่งดูซิตคอม และการดำเนินเรื่องราวอย่างกระชับฉับไวเข้าสู่เมนหลักของเรื่องที่ได้เห็นตามตัวอย่างที่ผ่านมานั่นคือ เด็กร่วมชั้นเรียนของ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ได้จัดทริปไปทัวร์เวนิส และพบกับอสูรกายขนาดยักษ์ที่ออกมาอาละวาดพร้อมกับการปรากฏตัวของฮีโร่คนใหม่ที่ถูกเรียกว่า Mysterio และพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นจาก Spider-Man: Homecoming ที่หลายคนบอกว่าฉากต่อสู้ยังไม่ค่อยถึงอกถึงใจเท่าไหร่ ในภาคนี้มาร์เวลก็ได้จัดเต็มให้ตามเสียงเรียกร้องทั้งสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ การต่อสู้ที่หลายครั้งก็ต้องเอาใจช่วยลุ้นว่าพระเอกของเราจะรอดตายได้ไหม

     ส่วนใครที่บอกว่าเสน่ห์ของสไปเดอร์แมนที่หายไปคือ Spider Sense ที่หนังภาคก่อนๆ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสกิลนี้ของพระเอกเลย นั่นก็เป็นเพราะทุกอย่างได้ถูกวางเนื้อเรื่องเอาไว้เพื่อให้ Spider Sense ได้ทำงานจริงในหนังภาคนี้นั่นเอง ซึ่งนับว่าเป็นความฉลาดของทีมทำบทมากที่ค่อยๆ กั๊กของเอาไว้แล้วเอาออกมาใช้ได้อย่างถูกที่ถูกเวลา

Spider-Man: Far From Home

Spider-Man: Far From Home

image: https://nordic.ign.com/marvel-comics/

 

มาร์เวล เจ้าแห่งการสับขาหลอก

     แฟนหนังสือการ์ตูนของสไปเดอร์แมนรู้ดีกันอยู่แล้วว่า Mysterio ในเวอร์ชันหนังสือการ์ตูนนั้นคือหนึ่งในตัวร้ายคู่ปรับตลอดกาลของฮีโร่คนนี้ แต่ถ้าเป็นในจักรวาลหนังนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะมาร์เวลนั้นถนัดในการสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับคนดูอยู่แล้ว ดังนั้น ก่อนที่หนังจะฉายหลายคนก็วิเคราะห์ว่า Mysterio ในเวอร์ชันหนังนั้นจะเป็นคนดีหรือสุดท้ายจะถูกด้านมืดเข้าครอบงำให้เดินเข้าสู่เส้นทางของวายร้ายในตอนหลังซึ่งอันนี้ต้องไปดูเอง

     แต่สิ่งที่เราอยากพูดถึง Mysterio ก็คือในเวอร์ชันคอมมิกนั้นตัวละครนี้มีประวัติคร่าวๆ ว่าเป็นนักทำสเปเชียลเอฟเฟ็กต์มือหนึ่งของฮอลลีวูด ดังนั้น มีความสามารถด้านการสะกดจิตและสร้างภาพหลอน ถ้าใครตามเกมของ Mysterio ไม่ทันก็ดูจะอันตรายในระดับหนึ่ง แต่การจะถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาให้ดูน่าเกรงขามเมื่อเป็นหนังนั้น ในตอนแรกเราก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำได้อย่างไร (นั่นอาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไมเราไม่ได้เห็นตัวละครนี้ในหนังสไปเดอร์แมนภาคก่อนๆ เสียที) แต่หนังก็สามารถสร้าง Mysterio ขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง โดยการให้ตัวละครนี้เป็นทหารที่มาจากโลกอีกมิติหนึ่งที่ถูกความผันผวนจากการดีดนิ้วของธานอสดึงตัวเขาและอสูรธาตุทั้ง 4 เข้ามาที่โลกของสไปเดอร์แมน พร้อมกับแสดงให้เห็นว่าพลังของตัวละครนี้ถ้าไปอยู่ฝั่งตัวร้ายก็สามารถจัดการเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ลงได้ง่ายๆ และการแสดงของ เจค จิลเลนฮาล (Jake Gyllenhaal) ก็ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

 

Spider-Man: Far From Home

Spider-Man: Far From Home

 

ปิดเฟสสาม เปิดเรื่องราวของเฟสสี่

     Spider-Man: Far From Home เต็มไปด้วยมุกตลกหกฉากที่รัวใส่เข้ามาในหนังอย่างไม่หยุดยั้ง ราวกับฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านของวัยรุ่นซึ่งเป็นธีมของหนังชุดนี้ ดังนั้น หลายๆ ครั้งจึงเป็นการเอาเรื่องราวที่ผ่านมาของหนังมาร์เวลทั้งหลายมาล้อเลียนเสียเอง ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของแฟนหนังมาร์เวลแน่นอน พร้อมกับเปิดทิศทางของจักรวาล Marvel Cinematic Universe ในเฟสสี่ต่อไป ว่าความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นั้นได้ตกมาถึงมือของ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เรียบร้อยแล้ว

     ถึงแม้ตัวหนังจะอบอวลไปด้วยความตลก ฉากกุ๊กกิ๊กของตัวละครในหนังที่ดูแล้วก็ทั้งขำและหมั่นเขี้ยวในความแก่แดดของเด็กพวกนี้ไปด้วย แต่เคมีของ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ กับเอ็มเจ ในภาคนี้ ก็เข้ากันได้ดีจนเราเองก็อดเอาใจช่วยให้สองคนนี้เป็นแฟนกันไม่ได้ (ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงสองคนนี้ก็ต้องเป็นแฟนกันอยู่ดี) และหนังยังได้แทรกการเติบโตอีกขั้นของตัว ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เข้าไปแบบเนียนๆ ในเรื่องของการตัดสินใจรับภาระที่ยิ่งใหญ่หรือจะใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นธรรมดา มีความรัก มีเพื่อน และหันหลังให้กับการทำหน้าที่ซูเปอร์ฮีโร่ รวมถึงวิบากกรรมของปีเตอร์ที่ค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้น ความเปล่าเปลี่ยวในวันที่ไม่มี โทนี่ สตาร์ก หนังค่อยๆ ใส่ความรู้สึกเหล่านี้ผ่านการแสดงของทอม ฮอลแลนด์ จนกระทั่งเมื่อถึงจุดที่อารมณ์ตรงนี้ทำงานขึ้นมา เราก็แอบอินไปกับตัวละครโดยไม่รู้ตัว

     การปูเรื่องราวมาอย่างดีในหนังของมาร์เวลเรื่องก่อนๆ ก็กลายเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่ทำให้หนังในเฟสถัดไปสามารถเล่นอะไรได้อีกมากมาย และความสดใหม่ที่เกิดขึ้นตลอดจากตัวละครรับเชิญที่ถูกใส่เข้ามาในหนังแต่ละเรื่อง เพราะเราจะรู้ว่าพวกเขาจะมีบทบาทต่อไปในอนาคต

 

Spider-Man: Far From Home

Spider-Man: Far From Home

 

A World That Has Changed Forever

     ในหนังภาคนี้มีประเด็นรองอยู่เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือการเสียดสีคนในยุคนี้ว่าพร้อมที่จะเชื่ออะไรได้ง่ายๆ โดยไม่สนใจว่าสิ่งนั้นจะเป็นความจริงหรือภาพมายา ซึ่งหนังเองก็หยอดเรื่องนี้เอาไว้เป็นเศษขนมปังตามทางให้คนดูตามเก็บ จนเมื่อหนังเดินทางมาสู่ตอนท้ายพร้อมกับบทสรุปทิศทางข้างหน้าของหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลในเฟสต่อไป เราก็เริ่มจะรู้แล้วว่าชีวิตของสไปเดอร์แมนจอมเด๋อคนนี้จะต้องรับมือกับภาระอันใหญ่หลวง ขนาดที่ผู้ใหญ่อย่างเราก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าตัวเองเจอเหตุการณ์แบบ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ในตอนท้ายจะรับมือกับชีวิตในพาร์ตต่อไปได้อย่างไร

     จากเด็กหนุ่มเพื่อนบ้านที่แสนดีในหนังภาคแรก เดินทางจากบ้านไปไกลเพื่อเรียนรู้การเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ และกำลังก้าวเข้าสู่บททดสอบอันหนักหน่วงของชีวิต แต่มิตรภาพและความอบอุ่นของเหล่าผองเพื่อนที่เกิดขึ้นใน Spider-Man: Far From Home นี้ กำลังจะพาสไปเดอร์แมนเวอร์ชัน ทอม ฮอลแลนด์ ให้เติบโตขึ้นเพื่อเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ เหมือนกับที่ทีมอเวนเจอร์รุ่นแรกได้ทำไว้

 

Spider-Man: Far From Home

 

     End Credit: ไม่แน่ที่ ทอม ฮอลแลนด์ เคยบอกว่าสไปเดอร์แมนภาคต่อไปอาจจะชื่อ Spider-Man : Homeless ก็อาจจะเป็นเรื่องจริงที่น้องหลุดสปอยล์ออกมาก็ได้ (ฮา)

Share Post
Like 1 View 2325

Author

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวอวบขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ IG/Twitter : @Matt_Doraemon