The Review | Tidying Up with Marie Kondo ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเมื่อคุณเริ่มต้นจัดบ้าน

The Review
17 Jan 2019
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

เรารู้สึกทึ่งและชื่นชม มาริเอะ คนโด (Marie Kondo) หญิงสาวนักจัดการเรื่องบ้านชาวญี่ปุ่น และเคยกล่าวถึงเธอไว้แล้วก่อนหน้านี้ (ในบทความ KonMari | โยนข้าวของทิ้งไปถ้าไม่ Spark Joy! บทเรียนการจัดบ้าน 102 โดย Marie Kondo) ซึ่งครั้งนั้นเราได้พูดถึงหนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว เล่ม 2 ซึ่งบอกถึงวิธีจัดการข้าวของเพื่อให้บ้านเป็นบ้านที่น่าอยู่เหมือนวันแรกที่เราก้าวเท้าเข้ามาอยู่อาศัย

Tidying Up with Marie Kondo

 

     หลักการคร่าวๆ ของ มาริเอะ คนโด คือ ให้หยิบสิ่งของแต่ละชิ้นขึ้นมา แล้วในเวลา 5 วินาที ถ้าเราไม่รู้สึกถึงอาการ Spark Joy ก็ให้บอกลาของชิ้นนั้นไปเลย ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เราจัดการข้าวของต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตออกไปได้อย่างมากมาย เรียกได้ว่าของเกินกว่าครึ่งที่มีจะถูกนำไปอยู่ในถุงขยะทันที และเป็นการฝึกระบบความคิดของตัวเองไปในตัวว่า สิ่งไหนคือสิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญและสิ่งไหนที่เราควรจะปล่อยผ่านไป ซึ่งนั่นจะส่งผลถึงชีวิตที่ดีขึ้นเพราะเรารู้แล้วว่าจะจัดการกับเรื่องต่างๆ ที่เข้ามาในแต่ละวันทั้งการงานและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้อย่างไร

 

Tidying Up with Marie Kondo

 

เห!? แค่จัดบ้านเนี่ยนะจะช่วยเรื่องความสัมพันธ์ได้ ขายของเก่งไปหรือเปล่า

     คงมีคนคิดแบบนี้อยู่ ดังนั้น เราจึงชวนคุณมาพิสูจน์เรื่องนี้กับซีรีส์ Tidying Up with Marie Kondo ทาง Netffllix ซึ่งตอนนี้ออกมาเป็นซีซันแรก มีทั้งหมด 8 ตอน โดยแต่ละตอน มาริเอะจะไปช่วยจัดการบ้านแต่ละหลังของแต่ละครอบครัว ซึ่งมีตั้งแต่คู่รักที่กำลังสร้างครอบครัว คู่ปู่ย่าที่อยากสร้างคุณค่าให้กับชีวิตในช่วงบั้นปลาย ครอบครัวที่คุณแม่ต้องแบกภาระในบ้านไว้คนเดียวเพราะไม่รู้จะจัดการกับข้าวของอย่างไร คู่รัก LGBT ทั้งชายกับชาย และหญิงกับหญิง ซึ่งทั้งแปดตอนกับบ้านแปดหลังนี้เราจะได้เห็นวิธีจัดการกับสิ่งของที่ไม่จำเป็นด้วยหลักการ KonMari ที่เริ่มตั้งแต่การจัดการกับกองเสื้อผ้า ของใช้ในครัว หนังสือและนิตยสารเก่าเก็บ สิ่งของที่ถูกลืมในโรงรถ และของที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ ซึ่งเป็นหมวดที่จัดการได้ยากที่สุด

     ซีรีส์นี้เราจะได้เห็น มาริเอะ คนโด กันแบบตัวจริงๆ ไม่ใช่แค่ภาพจินตนาการผ่านตัวหนังสือแบบที่เราอ่าน ซึ่งพบว่าเธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กที่ร่าเริง น่ารัก สดใส และมีจริตที่คาวาอี้ตามแบบฉบับของผู้หญิงญี่ปุ่น ซึ่งดูๆ ไปเราก็เกิดคำถามว่าเธอปลอมหรือเปล่า เพราะรู้ว่ามีกล้องตามจับอยู่ใช่ไหม เธอจึงมีแต่แง่มุมที่น่ารัก น่าประทับใจแสดงออกมาตลอดเวลา

     แต่เมื่อเรามองถึงวิธีการและบุคลิกของเธออย่างจริงจัง ความคิดเหล่านั้นก็ถูกโยนทิ้งไปเหมือนสิ่งของที่ไม่รู้สึก Spark Joy อีกแล้ว เพราะเธอสื่อความอ่อนโยนของตัวเองผ่านท่าทางการหยิบจับของแต่ละชิ้นด้วยความทะนุถนอม แม้ของชิ้นนั้นจะไม่มีราคาหรือไม่มีความสำคัญต่อตัวเธอ แต่เธอก็สัมผัสมันด้วยความระมัดระวัง นุ่มนวล และทุกครั้งที่เธอจะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงบ้านแต่ละหลัง เธอจะขอเวลารวมถึงชักชวนให้เจ้าของบ้านนั่งทำสมาธิกันสักครู่ และกล่าวทักทายบ้านหลังนั้นเสียก่อน ดังนั้น การดูซีรีส์จัดบ้านเรื่องนี้สำหรับเรา ไม่ได้อยู่ที่การเรียนรู้วิธีจัดการกับข้าวของที่ไม่เกิดอาการ คริ้ง! กับชีวิต เพราะอ่านจากหนังสือมาก่อนแล้ว แต่เป็นการเรียนรู้ถึงแง่มุมของชีวิตที่อ่อนโยนขึ้นจากการจัดบ้านสไตล์คนมาริ โดยเฉพาะบทเรียนแรกนั่นคือ การคุยกับบ้านที่เราอยู่ การที่เราบอกกับบ้านว่าขอบคุณนะที่ทำให้เรานอนหลับอย่างเป็นสุขได้ตลอดมา นั่นแสดงว่าเมื่อเรายอมรับในพิธีกรรมนี้ เรากำลังจะไปสู่เรื่องของการ Give and Take สิ่งดีๆ ให้กับบ้านตัวเองในขั้นต่อไป

 

Tidying Up with Marie Kondo

 

ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเมื่อบ้านถูกจัดการ

     ลำพังแค่เก็บบ้านก็เหนื่อยอยู่แล้วยังจะต้องมาจัดการเรื่องความสัมพันธ์ด้วย จะเป็นไปได้หรือ คำตอบเหล่านี้อยู่ในแต่ละตอนของ Tidying Up with Marie Kondo ยกตัวอย่างครอบครัวแรกที่มาริเอะเข้ามาช่วยพวกเขาจัดการบ้าน ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็อาจจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่บ้านที่รกและการงานในชีวิตของทั้งคู่กำลังเป็นตัวบั่นทอนความสัมพันธ์ของพวกเขาให้แย่ลงทีละนิดโดยไม่ทันรู้ตัว เมื่อพวกเขาลงมือจัดการกับข้าวของตามคำแนะนำของมาริเอะ นั่นก็เปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันมากขึ้น ปลดล็อกบางสิ่งที่คับข้องใจออกมา และก้าวผ่านไปด้วยกัน
ส่วนครอบครัวเมอซิเอร์ การลดปริมาณสิ่งของก็ทำให้ภรรยาไม่ต้องแบกภาระทั้งหมดเอาไว้อีกแล้ว เธอรู้สึกว่าตัวเองสามารถเป็นแม่ที่ดีให้กับลูกทั้งสองคนได้ และเด็กๆ เองก็รู้ว่าจะจัดการกับพื้นที่ของตัวเองอย่างไรโดยไม่เป็นภาระให้กับแม่ของพวกเขา นั่นคือการเติบโตที่เกิดขึ้นหลังจากได้เรียนรู้วิธีการจัดบ้านแบบคนมาริ

     แม้แต่บ้านที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยของมาร์กี้ หญิงที่สูญเสียสามีของตัวเองไป และเธอก็มีปัญหาในเรื่องของการปล่อยวาง และการอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยสิ่งของแห่งความทรงจำ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างมากเพราะเธอเองก็ทำใจไม่ได้ในการทิ้งของที่มีเรื่องราวของเธอกับสามีไป มาริเอะเข้ามาช่วยให้มาร์กี้มีความกล้า และสามารถก้าวผ่านปมชีวิตนี้ไปด้วยวิธีการจัดบ้านของเธอ ทำให้มาร์กี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทำให้เธอรู้สึกสนุกที่จะตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน

 

Tidying Up with Marie Kondo

 

KonMari หนทางที่จะนำไปสู่ความสุข

     ซีรีส์นี้มาริเอะได้เข้าไปช่วยเหลือแปดครอบครัวที่มีปัญหาในการจัดเก็บบ้านของตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนั้นพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้วัฒนธรรมของชาวตะวันตก แน่นอนว่าหลักการของคนตะวันออกอย่างเธอในตอนแรกอาจจะเป็นที่น่าสงสัยหรือคลางแคลงใจกับพวกเขาอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดก็ถูกพิสูจน์ในแต่ละขั้นตอนให้เราเห็นแล้วว่า จุดร่วมกันที่มนุษย์ต้องการก็คือความรัก ความเคารพ และความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เมื่อความรู้สึกทั้งหมดนี้รวมตัวกันอยู่ในบ้าน ก็จะทำให้บ้านหลังนั้นเต็มไปด้วยมวลของความอบอุ่น ถ้าคุณยังจำความรู้สึกของตัวเองในวันแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้าน ห้องพัก หรือคอนโดมิเนียมของตัวเองได้ และพบว่านับวัน ความรู้สึกแบบนั้นค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นเพียงความรู้สีกที่อึดอัด เบื่อหน่าย ไปจนถึงขั้นที่คิดว่าทำไมบ้านเราเล็กและคับแคบแบบนี้ ทำความสะอาดเท่าไหร่ก็ไม่จบไม่สิ้นสักที นั่นเป็นเพราะความเอาใจใส่ที่มีต่อบ้านของตัวเองนั้นถูกละเลยไป

     เมื่อดูซีรีส์นี้จบ คุณคงอยากเดินไปสัมผัสกับกำแพงบ้านเบาๆ และกล่าวขอบคุณบ้าน (หรือห้อง) ที่ดูแลเรามาอย่างดีโดยตลอด และบอกกับตัวบ้านว่า เราจะมาช่วยกันเรียกความรู้สึก Spark Joy! ของกันและกันให้กลับมาอีกครั้ง เหมือนวันแรกที่เราได้เดินเข้ามา ผ่านวิธีจัดการสิ่งของต่างๆ จากมาริเอะ คนโด เหมือนกับเรา

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon