แม้ใกล้ชิด แต่ก็โดนแยกจากอย่างชัดเจนด้วยผนังกั้น apart+ment คำภาษาอังกฤษที่ฟังแล้วเหงาที่สุด

เราเขียนบทความนี้หลังจากกดลิฟต์ของอพาร์ตเมนต์ขึ้นไปยังชั้น 10 กว่าๆ เดินผ่านห้องเพื่อนบ้านที่ปิดประตูเงียบเชียบราวกับไม่มีคนอยู่ มีแค่บางวันเท่านั้นที่อาจได้ยินเพลงเบาๆ ของเขาเล็ดลอดผ่านผนังแผ่นหนาเข้ามา จะว่าไปก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าผู้คนแปลกหน้าที่ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับเราทุกวันในระยะไม่เกิน 10 เมตรคือใคร หน้าตาแบบไหน ชอบทำกิจกรรมอะไร …แต่นั่นก็ไม่ใช่คำถามที่จะได้รับคำตอบในชีวิตจริง เพราะคนเมืองอย่างเราคุ้นเคยกับวัฒนธรรมการอยู่อาศัยสมัยใหม่แบบต่างคนต่างอยู่กันจนชิน แม้แต่คำในภาษาอังกฤษก็เรียกมันอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่า apart + ment

หากแปลอย่างตรงตัว apart แปลว่า แยกจาก ส่วน ment เป็น suffix เทียบกับภาษาไทยที่แปลว่า การ หรือ ความ อาคารตึกสูงที่ประกอบไปด้วยห้องสี่เหลี่ยมเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอย่างอพาร์ตเมนต์จึงแปลตรงตัวได้ว่า ‘การแยกจาก’ สะท้อนวิถีชีวิตของคนเมืองที่ทุกคนล้วนแยกจากกันอย่างสิ้นเชิง

apartment

 

     แม้ว่าหากมองดูไกลๆ อพาร์ตเมนต์จะเป็นตึกที่ห้องต่างๆ เรียงเข้าด้วยกัน (aside) ซึ่งเป็นคำตรงข้ามของ apart ส่วนบ้านเดี่ยวที่อยู่แยกกันเป็นหลังๆ นั้นดูจะใกล้เคียงกับคำว่า apart มากกว่าอพาร์ตเมนต์ด้วยซ้ำ แต่จริงๆ แล้วคำว่า apart ที่ว่านี้ไม่ได้สื่อถึงอาคารหรือห้องที่แบ่งแยกกัน หากเป็นผู้อาศัยในอาคารเหล่านั้นต่างหากที่โดนกั้นอาณาเขตด้วยกำแพงห้องบางๆ ซึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถมีชีวิตเป็นของตัวเองโดยไม่ต้องรบกวนกัน

     คำว่า apartment มาจากภาษาฝรั่งเศส appartement ซึ่งมาจากรากศัพท์ภาษาอิตาเลียน appartare หมายถึง แบ่งแยก (separate) แยกแยะ (distinguish) และแยกออกจากกัน (set apart) ซึ่งสามารถนำมาใช้เรียกห้องพักบนตึกได้หมดทุกประเภท ทั้งห้องพักแบบแฟลต คอนโดมีเนียม หรือหอพัก เพียงแค่ต้องมีรูปแบบโครงสร้างห้องแยกออกจากห้องข้างๆ อย่างชัดเจน คิดๆ ดูแล้วการนำคำกิริยานี้มาใช้เรียกประเภทที่อยู่อาศัยก็ทำให้ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ของเราดูเหงาขึ้นทันตา

 

อพาร์ตเมนต์พันปี

     ด้วยการขยายตัวของเมือง ผู้คนจากต่างจังหวัดอพยพเข้ามาหาโอกาสทางการงานที่มากขึ้น ทำให้เกิดที่อยู่อาศัยประเภทอพาร์ตเมนต์ แฟลต หอพัก และคอนโดมีเนียม ขึ้นมาใหม่มากมาย แต่จริงๆ แล้วตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า การอยู่อพาร์ตเมนต์ไม่ได้เพิ่งเริ่มมีขึ้นในยุคปัจจุบันเท่านั้น แต่ต้องย้อนไปถึงสมัยอียิปต์ยุคกลาง (Medieval Egypt) กันเลยทีเดียว

     ในช่วงศตวรรษที่ 10 Fustat เมืองหลวงเก่าของอียิปต์เป็นเมืองที่มีตึกสูงเป็นจำนวนมาก ลองจินตนาการดูสิว่า เมื่อหนึ่งพันปีมาแล้ว ชาวอียิปต์ต้องปีนบันไดขึ้นบ้านกันนานหลายนาที เพราะที่อยู่อาศัยของพวกเขาเคยอยู่สูงถึงสิบสี่ชั้น โดย Nasir Khusraw กวีชาวเปอร์เซียเคยกล่าวว่า ตึกเหล่านี้จุผู้คนได้มากถึง 200 คน และมีสวนหย่อมอยู่บนหลังคาด้วย แต่ตามหลักฐานก็ไม่มีปรากฏว่าประชาชนชาวอียิปต์ในอพาร์ตเมนต์นั้นมีวิถีชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่เหมือนในปัจจุบันหรือไม่

 

apartment

 

Flat กับ Apartment ต่างกันอย่างไร?

     ในชีวิตประจำวัน หากไม่นับรวมคอนโดมีเนียม เรามักได้ยินคำเรียกห้องพักที่ทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษอยู่บ่อยๆ 2 คำคือ แฟลต กับ อพาร์ตเมนต์ โดยตามเซนส์ของคนไทย เรามักจะโยงคำว่า แฟลต ไว้กับที่พักที่ไม่หรูหรา บางทีก็ออกไปทางโทรมๆ เก่าๆ หรือที่พักของราชการ เช่น แฟลตทหาร แฟลตตำรวจ ไม่เหมือนกับอพาร์ตเมนต์ซึ่งเป็นศัพท์ที่มีความเป็นกลาง (neutral) มากกว่า แถมยังให้ความรู้สึกหรูหราและสวยงามกว่าด้วย

     อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของสองคำนี้จริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่สภาพห้องหรืออาคารแต่อย่างใด แต่เป็นที่มาของภาษาต่างหาก คำว่า ‘Flat’ คือคำเรียกห้องพักในภาษาอังกฤษบริติช ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่า Flet ในภาษาเยอรมัน หมายความว่า ห้องพัก ห้องในบ้าน หรือพื้น โดยชาวบริติชยังใช้คำว่า ffllet ในภาษาอังกฤษเก่า ซึ่งไปปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเรื่อง Fellowship of the Ring ของ J. R. R. Tolkien ที่เขาใช้บรรยายฉากหนึ่งของ โฟรโด แบกกินส์ ด้วย “As he climbed slowly up Frodo passed many ffllets.” (เมื่อเขาค่อยๆ ปีนขึ้นไป โฟรโดผ่านห้องพักขึ้นไปหลายชั้น)

     ส่วนคำว่า ‘Apartment’ เป็นคำที่แพร่หลายมากกว่าในหมู่ชาวอเมริกัน มีที่มาจากภาษาฝรั่งเศส appartement อย่างที่เราได้เล่าไปเบื้องต้น แต่คำนี้ได้รับความนิยมมากกว่าคำว่า ffllat เพราะในช่วงที่อเมริกันกำลังสร้างชาติสร้างเมือง คนฝรั่งเศสก็กำลังสร้างอพาร์ตเมนต์มากมายในปารีสเช่นกัน ทำให้อิทธิพลของคำนี้ข้ามทะแลแอตแลนติกมาทวีปอเมริกาได้เร็วกว่าคำว่า ffllat นั่นเอง

 

apartment

 

อย่ามาทำตัว flat flat

     นอกจาก ffllat จะเป็นคำนามที่แปลว่า ห้องพัก แล้ว ยังเป็นคำคุณศัพท์ (adj.) ที่แปลว่า น่าเบื่อ ด้วย เช่น Stop being so ffllat, come to the party! (อย่ามาทำตัวน่าเบื่อ ไปปาร์ตี้กันเถอะ!)

 


ที่มา:

Share Post
Like 0 View 627

Author

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา และช่วยเอ็นดูน้องด้วยนะคะ

พัทธมน วงษ์รัตนะ

อดีตนักศึกษาเอกภาษาเยอรมัน ผู้ชอบตีเนียนเป็นคนโลคอลเวลาไปเที่ยว พยายามกินอาหารมังสวิรัติ แต่ตัดใจจากหมูกรอบไม่ได้สักที