Hiberdating สภาวะตกอยู่ในห้วงแห่งความรักอย่างรุนแรง จนทำให้คนรอบข้างกลายเป็นหมากันหมด

World Wide Words
5 Jul 2019
เรื่องโดย:

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์, พัทธมน วงษ์รัตนะ

ใครเคยโดนเพื่อนเสกเป็นหมาเหมือนเราบ้าง!

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีเพื่อนที่ตอนแรกสนิทกันมากๆ โดยเฉพาะถ้ามีปัญหาเรื่องความรักทีไร เพื่อนคนนี้จะมาปรึกษาเราเป็นคนแรกเสมอ แต่ทันทีที่เพื่อนคนนี้มีแฟน มันกลับหายเงียบไปอย่างลึกลับ ไม่มากินข้าวหรือแฮงเอาต์ด้วยกันเหมือนก่อน แถมกว่าจะตอบข้อความก็อาจต้องรอเป็นวันๆ เพราะมัวแต่ใช้เวลาอยู่กับแฟน จนคน (เคย) สนิทด้วยอย่างเราก็โดนลดความสำคัญลง และถ้าวันไหนคู่นั้นทะเลาะกัน แล้วเราออกตัวเข้าข้างเพื่อนอย่างดิบดี ไม่ทันข้ามวันทั้งคู่ก็กลับมาดีกัน เราก็กลายเป็นหมาในที่สุด

พฤติกรรมเสกเพื่อนเป็นหมาที่ว่านี้ ตรงกับคำสแลงในภาษาอังกฤษว่า ‘hiberdating’

     คำว่า hiberdating ปรากฏขึ้นครั้งแรกบนเว็บไซต์ urbandictionary.com ในปี ค.ศ. 2010 โดยเป็นการผสมคำว่า hibernate แปลว่า การอยู่อย่างสันโดษ หรือการจำศีลในฤดูหนาว เข้ากับคำว่า dating หรือ การออกเดต โดยทางเว็บไซต์ได้ให้คำนิยามสุดกวนของคำนี้ ซึ่งมีคนมากดไลก์มากกว่า 12,000 คน ไว้ว่า

     “Someone who ignores all their other friends when they are dating a boyfriend/girlfriend” – คนที่เมินเฉยกับเพื่อนทุกคน เมื่อเริ่มออกเดตกับแฟนหนุ่ม/แฟนสาว

     เช่น ประโยคตัวอย่างว่า

     “I haven’t seen or heard from Jennifer since she started hiberdating Teddy four months ago.” – ฉันไม่ได้เจอหรือได้ยินข่าวของเจนิเฟอร์เลย ตั้งแต่ที่เธอเริ่ม hibernate กับเทดดี้เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว

 

      การ hiberdate จนลืมเพื่อนลืมฝูงไปแบบนี้ หลายครั้งก็ทำให้เราเสียเพื่อนดีๆ ไปหลายคน เพราะดันเอาเวลาที่เคยมีให้กับเพื่อนไปให้แฟนเสียหมด แถมยังทำให้เราหลงใหลอยู่กับความสัมพันธ์โรแมนติกในช่วงโปรโมชัน จนไม่ได้หันกลับมาใส่ใจตัวเองหรือคนรอบข้างเท่าที่ควรด้วย

     โดยผลสำรวจที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของ The Independent เผยว่า คนที่ hiberdate เป็นเวลานานๆ มักจะรู้สึกผิด (feel guilty) ในภายหลัง เพราะค้นพบว่าตัวเองไม่สนิทกับใครอีกต่อไปแล้วนอกจากแฟนของตัวเอง

     นอกจากนี้ พฤติกรรม hiberdate ยังจัดว่าเป็นรูปแบบความสัมพันธ์สมัยใหม่ (modern relationship) ที่มีความเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศอย่างเห็นได้ชัดด้วย เพราะเมื่อประเทศแถบยุโรปหรืออเมริกาเข้าสู่ฤดูหนาว ผู้คนจะเลือกอยู่ที่บ้าน นั่งบนโซฟาและห่มผ้าอุ่นๆ หรือจะยิ่งดีกว่านั้นถ้าได้มีช่วงเวลาโรแมนติกกับแฟนอยู่ที่บ้าน คำว่า hiberdate จึงไปมีความหมายคล้องกับ hibernate ที่แปลว่าจำศีลนั่นเอง

 

     อย่างไรก็ตาม พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอีกครั้ง คนที่ hiberdate (หรือเรียกว่า hiberdaters) ส่วนใหญ่ก็พร้อมที่จะเดินแยกทางไปแสวงหาความสนุกสนานแบบคนโสดในช่วงซัมเมอร์แทน การ hiberdate ในช่วงฤดูหนาวจึงอาจจัดว่าเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ชั่วคราว ไม่มีการผูกมัดว่าต้องเป็นแฟนกันต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกันตั้งแต่เริ่มคบหาด้วย เช่นประโยคตัวอย่างที่บอกว่า

     “There is nothing better than being single in summer. But when winter comes, I always feel like hiberdating someone” – ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเป็นโสดในฤดูร้อนหรอก แต่พอเข้าหน้าหนาวทีไร ฉันก็อยากจะ hiberdate กับใครสักคนทุกที

     การ hiberdate ในฤดูหนาวที่ว่านี้ ยังทำให้เกิดคำว่า ‘Cufffiing Season’ โดยคำว่า cuff หรือ handcuff แปลว่า กุญแจมือ ซึงจะผูกติดกับเราเพียงชั่วคราว เช่นเดียวกับ Cufffiing Season ที่คนโสดอยากมีคนรักไว้ให้หัวใจได้อบอุ่นในฤดูหนาว แต่พอถึงฤดูร้อนสลายตัวออกไปทางใครทางมันอีกครั้ง

 

     ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีการการันตีหรอกว่า Cufffiing Season เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ถูกต้องหรือผิดแปลกอย่างไร เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดอาจจะขึ้นอยู่กับการตกลงของคู่รักก่อนจะเริ่มคบกันมากกว่า หากพวกเขาพอใจที่จะมีคนรักแค่แก้เหงาในวันหนาวๆ แต่แยกจากไปในฤดูร้อนก็ถือว่าเป็นการกระทำที่แฟร์และไม่มีใครต้องเจ็บปวด

     ต่างจากการ hiberdate ที่แม้จะสร้างความสุขให้กับคนที่ตกอยู่ห้วงภวังค์แห่งความรักอย่างเต็มอิ่ม ได้ใช้เวลากับคนรักราวกับโลกนี้มีแค่เราเพียงสองคน แต่ในขณะเดียวกันก็กลับสร้างระยะห่างกับเพื่อนฝูงและคนในครอบครัวอย่างน่าเศร้า

     และคงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สุด หากความมิตรภาพที่ (เคย) ใกล้ชิดเหล่านั้นต้องถอยห่างจนกลับมาต่อไม่ติดอีกเลย

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา

เรื่องโดย

พัทธมน วงษ์รัตนะ

ผู้หญิงสายชิลที่พาตัวเองมาทรมานในประเทศเจ้าระเบียบอย่างเยอรมนี