มีอะไรทำไมไม่พูดตรงๆ Vaguebook ศาสตร์แห่งการตั้งสเตตัสลอยๆ บอกน้อยๆ แต่สะเทือนไปหลายคน

World Wide Words
28 Jun 2019
เรื่องโดย:

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์, พัทธมน วงษ์รัตนะ

“หยุดยิ้มไม่ได้เลยอะแก”

“ทำไมต้องเป็นเรา”

“ไม่เอาอีกแล้ว”

     ถ้าเคยเห็นเพื่อนในเฟซบุ๊กของคุณโพสต์สเตตัสอะไรทำนองนี้ เป็นไปได้ว่าเขาคนนั้นกำลังเข้าข่ายพฤติกรรม Vaguebook หรือการตั้งสเตตัสลอยๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจบางอย่าง เพราะอ่านแล้วดูกำกวม คลุมเครือ แถมชวนให้ตั้งคำถามมากมายเต็มไปหมดจนบางทีต้องทักไปถามเจ้าตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น

     Vaguebook เป็นคำศัพท์สแลงที่ถูกบัญญัติครั้งแรกในเว็บไซต์ Urban Dictionary ปี 2009 คำว่า vague หมายถึง คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ต่อท้ายด้วยคำว่า book ซึ่งถูกดึงมาจาก facebook พอนำมารวมกัน ทางเว็บไซต์ให้คำนิยามคำศัพท์นี้ไว้ว่า “Intentionally vague Facebook status update that prompts friends to ask what’s going on or is possibly a cry for help” – การตั้งใจโพสต์สเตตัสอย่างคลุมเครือเพื่อเรียกร้องให้เพื่อนทักมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น หรือร้องขอความช่วยเหลือ

 

     เราขอยกสเตตัสแนว vaguebook สุดฮิตที่ชาวต่างชาติมักโพสต์มาให้คุณเห็นภาพมากขึ้น

     – I literally can’t even right now… – ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย (ประโยคนี้ใช้ได้ทั้งตอนที่ดีใจ ตื่นเต้น ช็อก เสียใจ โกรธ สับสน จนทำให้ควบคุมอารมณ์ตอนนี้ไม่ไหว โห… อะไรมันจะคลุมเครือขนาดนั้นล่ะ)

     – Thinking that was the bad idea. – ฉันว่ามันเป็นความคิดที่แย่ (คงไปทำอะไรผิดมา แต่ไม่ยอมบอกตรงๆ)

     – Why? Only me… – ทำไมต้องเป็นฉันคนเดียว (อาจจะเกิดเรื่องไม่ดีบางอย่างจนทำให้รู้สึกน้อยใจและโทษตัวเอง)

     – ??? (โพสต์แค่เครื่องหมายคำถามอย่างเดียว ไม่เล่าอะไรต่อทั้งนั้น)

 

     สเตตัสที่คลุมเครือเหล่านี้กระตุ้นให้ผู้อ่าน โดยเฉพาะถ้าเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของแอ็กเคาต์ ต้องคอมเมนต์หรือทักไปถามว่า เป็นอะไรหรือเปล่า ยังโอเคใช่ไหม เกิดอะไรขึ้น

     จะว่าไปพฤติกรรมนี้มีความคล้ายกับ subtweet หรือการโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์แบบกำกวม อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจบริบท แต่ subtweet จะออกแนวแซะคนอื่นแบบลอยๆ เสียมากกว่าการบรรยายความรู้สึกของตัวเอง แถมยังเป็นวิธีที่เหล่าเซเลบฝั่งตะวันตกใช้กันบ่อยๆ เสียด้วย เช่น กรณี subtweet ของ Lady Gaga ที่เธอเคยโพสต์ไว้ว่า

     “It looks like green hair and mechanical horses are the thing now” – ดูเหมือนว่าผมสีเขียวกับม้าจักรกลจะกำลังฮิตนะตอนนี้

 

vaguebook

 

     อ่านผ่านๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าใครติดตามผลงานของเธอบ่อยๆ จะรู้ว่า Lady Gaga เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ขี้ม้าจักรกลมาเดินพรมแดง ซึ่งต่อมาม้าจักรกลที่ว่าก็ดันไปโผล่อยู่บนคอนเสิร์ตของ Katy Perry แถมเธอยังแต่งหน้าทำผมในสไตล์คล้ายกับ Lady Gaga อีกด้วย ทวีตดังกล่าวจึงเป็นการแซะว่า Katy Perry กำลังก็อบปี้งานเธออย่างลอยๆ นั่นเอง

     กระแสโพสต์สเตตัสลอยๆ ในอินเทอร์เน็ต ทั้ง vaguebook และ subtweet นั้นสร้างความไม่พอใจในหมู่คนเล่นโซเชียลค่อนข้างมาก เพราะส่วนใหญ่มองว่าเพื่อนที่ vaguebook บ่อยๆ เป็นคนที่เรียกร้องความสนใจมากเกินไปจนน่ารำคาญ หรือบางคนก็ถึงขั้น vaguebook สเตตัสขึ้นมาลอยๆ เพียงแค่อยากโพสต์ข้อความเท่านั้น โดยไม่ได้มีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นจริงๆ ทำให้เพื่อนที่อุตส่าห์ทักไปถามไถ่ต้องเสียเวลาและเสียน้ำใจไปโดยเปล่าประโยชน์

 

     อย่างไรก็ตาม การ vaguebook หรือ subtweet เองก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียว เพราะบางครั้งแล้วการ vaguebook นั้นมีประโยชน์มากหากใช้ในการแชร์ข่าวร้ายแต่ไม่อยากเล่าออกมาตรงๆ เช่น ถ้าหากเรารู้ว่าเพื่อนกำลังมีสอบครั้งสำคัญ แต่ออกประกาศผลปุ๊บเพื่อนก็โพสต์สเตตัสว่า “ครั้งหน้าจะพยายามให้มากกว่านี้” เราก็พอเดาได้ว่าเพื่อนคงสอบไม่ผ่านและต้องการกำลังใจหลังไมค์ เพราะแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากเล่าประสบการณ์ที่ล้มเหลวของตัวเองลงบนสเตตัสเฟซบุ๊กหรอก หรือหากโพสต์ไปจริงๆ ก็อาจจะยิ่งตอกย้ำอาการหมองหม่นให้หนักกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

     นอกจากนี้ การ vaguebook หรือ subtweet ยังเป็นการป้องกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเรากับโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย โดยการศึกษา MRS Delphi Group ได้ออกมาเผยว่าวัยรุ่นปัจจุบัน overshare หรือแชร์ข้อมูลความเป็นส่วนตัวของตนเองลงบนโซเชียลแพลตฟอร์มมากจนน่ากังวล การโพสต์อะไรอ้อมๆ แบบ vaguebook หรือ subtweet จึงคล้ายกับการเข้ารหัส (social coding) ที่กลุ่มเพื่อนสนิทหรือคนที่ติดตามจริงๆ เท่านั้นจะเข้าใจ และป้องกันความเป็นส่วนตัวของเราได้

     แม้ข้อดีจะฟังดูมีน้ำหนักไม่แพ้กับข้อเสีย แต่การ vaguebook หรือ subtweet บ่อยมากเกินจำเป็นจะทำให้แอ็กเคาต์ของคุณดูไม่น่าเชื่อถือ กำกวม เรียกร้องความสนใจ หรือบางทีก็ถึงขั้นสร้างความเข้าใจผิดในหมู่เพื่อนได้ เพราะฉะนั้น หากมีเรื่องสำคัญจริงๆ การทักหากันแล้วพูดตรงๆ อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว Multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา และฝากเพจเฟซบุ๊ก oneun cafe ด้วยค่ะ

เรื่องโดย

พัทธมน วงษ์รัตนะ

ผู้หญิงสายชิลที่พาตัวเองมาทรมานในประเทศเจ้าระเบียบอย่างเยอรมนี