Homeตินกานต์

ตินกานต์

เป็นบ่ายที่ร้อนอบอ้าว พัดลมเพดานทำงานเต็มกำลังในห้องกว้างที่เตียงผู้ป่วยตั้งเรียง แต่ถึงอย่างนั้นความร้อนผ่าวก็ยังหอบตัวเคลื่อนหมุนไปทั่วห้อง กลิ่นโรงพยาบาลที่มีลักษณะเฉพาะโชยชัด น้ำยาฆ่าเชื้อเย็นจมูกแต่ไม่หอม กลิ่นยาเม็ดที่รู้สึกได้ถึงรสขมเฝื่อน กลิ่นผ้าปูเตียงที่ผ่านการใช้งานซักซ้ำจนเป็นสีอมเหลือง และกลิ่นกายของคนเจ็บป่วย      ฉันเดินไปถึงข้างเตียงที่แม่นอนอยู่ ก้มหอมแก้มแม่ แม่เป็นผู้หญิงที่ตัวหอมอยู่เสมอ แต่พอต้องนอนโรงพยาบาลนานวัน ก็เหมือนกลิ่นโรงพยาบาลจะติดตามตัวแม่ไปด้วย    

“ชีวิตแต่ละวันของคุณคิมจียองเสมือนอยู่กลางสมรภูมิรบ หากคลายใจนิดเดียวมีหวังคงพลาดเลือดนอง เธอไม่ว่างมากพอจะสังเกตทุกข์สุขของใครอื่น ความเสียใจน้อยใจโรยตัวลงทับถมบนสายสัมพันธ์คนทั้งคู่ ดุจฝุ่นผงบนหลังตู้เย็นหรือชั้นติดผนังห้องน้ำ แม้จะเห็นเต็มสองตา แต่ก็เพียงปล่อยปละ ยอมรับให้เป็นไปเช่นนั้น”        ฉันกำลังอ่านหนังสือเรื่อง คิมจียอง เกิดปี 82* อยู่ค่ะ เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่เสมือนเป็นตัวแทนเพศหญิงอีกหลายคนในสังคมเกาหลีใต้ ที่ต้องแบกรับความคาดหวังและความกดดันในหลายสถานะ ทั้งความเป็นลูก เป็นเมีย และเป็นแม่ ฉันอ่านมาถึงตอนที่คิมจียองเริ่มชีวิตวัยทำงาน  

ฉันมีความรักค่ะ เป็นความสัมพันธ์ที่ยาวนานและด้วยวัยก็มากพอที่จะแต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราวได้แล้ว แต่ฉันไม่เคยคิดอยากมีงานแต่งของตัวเองเลยสักครั้ง เดี๋ยวก่อน ฉันไม่ใช่พวกแอนตี้พิธีวิวาห์ เพียงแต่สบายใจที่จะรักกันไปแบบนี้ ซึ่งโชคดีที่บ้านเราต่างไม่ได้คาดหวังพิธีรีตองใดจากเราทั้งคู่ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันรู้สึกดีใจเสมอ เมื่อเพื่อนหรือรุ่นพี่รุ่นน้องที่รักจะเป็นฝั่งเป็นฝา ฉันไปร่วมงานด้วยความยินดีจากใจ      เพราะไม่เคยเห็นภาพตัวเองในชุดเจ้าสาว ภาพพรีเวดดิ้งที่คู่รักถ่ายก่อนถึงวันแต่งจริงจึงเป็นเรื่องไกลตัวฉันมาก เข้าใกล้ที่สุดก็คือ

หนึ่งในละครที่ฉันกำลังชอบมาก คือเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ที่สะท้อนปัญหาด้านพฤติกรรมและความสับสนของเด็กวัยเรียนวัยรุ่น เล่าผ่านโครงการของโรงเรียนที่ช่วยเข้าไปคลี่คลายถึงต้นตอปัญหา ซึ่งล้วนมีที่มาจากครอบครัว มาจากพ่อและแม่ที่เป็นโลกใบแรกของพวกเขา จากญาติพี่น้องที่เป็นสิ่งแวดล้อมแรกที่เด็กมี ในโอบอ้อมที่ควรเป็นต้นธารของความรัก บางบ้านกลับอ้างว้าง เป็นความรุ่มร้อนที่เด็กอยากวิ่งหนี หรือเป็นระเบิดเวลาที่สามารถปลิดชีวิตที่กำลังเจริญเติบโตให้เป็นจุณได้ทุกเมื่อ      ในภาค 2 ที่ทีมละครใช้คำว่าโครงการ

เขาและเธอเป็นคู่รักในฝัน ผู้หญิงสวย ผู้ชายหล่อ มีบ้านหลังใหญ่ในย่านคนมีสตางค์ ฝ่ายชายทำงานในบริษัทเอกชนบนตึกสูง ขณะที่ฝ่ายหญิงใช้เวลาไปกับการดูแลบ้านช่องและเลี้ยงลูกวัยซนสองคน ทั้งคู่เป็นคนหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ ตั้งตัวได้ตั้งแต่วัยสามสิบ เพื่อนบ้านบอกว่าสองคนนี้สมกันราวกิ่งทองใบหยก      คืนหนึ่ง เธอบอกเขา “ฉันนึกไอเดียสุดวิเศษได้” เธอชวนเขาทิ้งอเมริกา ย้ายไปอยู่ปารีส  

ฉันปั่นจักรยานเป็นเอาตอนอายุ 20 กว่า ฝึกปั่นด้วยอาการกล้าๆ กลัวๆ แต่ในที่สุดก็ปั่นเป็นจนได้ จำได้ว่าน้ำตาฉันไหลออกมา ไม่ใช่ดีใจที่ปั่นจักรยานได้แล้วหรอก แต่ไม่กี่วันก่อนหน้า ฉันเพิ่งถูกบอกเลิก จึงเยียวยาตัวเองด้วยการตั้งมั่นว่าจะปั่นจักรยานให้เป็น พอทำได้แล้วก็ดันคิดถึงคนที่เพิ่งทิ้งกันไปขึ้นมา แล้วก็กลายเป็นปล่อยโฮไปบนจักรยานราวกับอยู่ในมิวสิกวิดีโอเสียอย่างนั้น      รักครั้งแรก อกหักครั้งแรก

การเลือกตั้งผ่านไปแล้ว แต่บรรยากาศทางการเมืองก็ยังคึกคักและร้อนแรง ฉันเอง จากที่เคยเบื่อหน่ายส่ายหน้ากับบรรดานัก (เล่น) การเมืองหน้าเก่า ก็หันมาตื่นตัวเมื่อมีพรรคและนักการเมืองหน้าใหม่เข้ามาให้พิจารณาและรู้สึกถึงความหวังขึ้นมาบ้าง ก่อนการเลือกตั้งมาถึง ฉันและคนรักมักนั่งดูดีเบตของตัวแทนพรรคและแคนดิเดตนายกฯ บนเวทีต่างๆ ด้วยกันเสมอ ระหว่างนั้นก็หยิบยกประเด็นร้อนขึ้นมาเป็นบทสนทนาอยู่บ่อยๆ      เราถูกบอกต่อๆ กันมาถึงเรื่องที่อย่าเอามาถกเถียงกันคือ

หลังเรียนจบ ในวันที่เก็บข้าวของเตรียมย้ายออกจากบ้านเพื่อมาเช่าห้องอยู่ลำพัง ฉันเจอกล่องใบเก่าที่เก็บภาพถ่ายของพ่อแม่ใบที่ชอบเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือภาพวันแต่งงานของทั้งคู่ พ่ออยู่ในชุดสูท หนุ่มฟ้อและยังหุ่นดี ส่วนแม่สวยมาก ร่างบางอยู่ในชุดไทยสีเหลืองนวล ผมยาวถูกรวบเป็นหางม้ายกสูง พ่อยิ้มกว้าง ส่วนแม่อมยิ้มมุมปาก ย่ายืนอยู่ตรงกลาง ฉันจำได้, ในวัยที่ยังชอบเขียนบันทึก, ฉันเขียนถึงภาพถ่ายใบนี้ว่า

เราเคลื่อนที่ไปบนรถส่วนตัว ออกห่างเกาะเล็กๆ ของจังหวัดระนองที่เพิ่งพากันไปหมกตัวข้ามคืน เพื่อนคนหนึ่งอาสาขับกลับ อีกคนนั่งข้างคอยเปิดเพลงตามคำขอของพวกเราไปตลอดทาง ล้วนเป็นเพลงรักที่ล้อมรัดเราเอาไว้ในรถที่แบ่งกันนั่งได้พอดี 5 คน      เพื่อนของเราคนหนึ่งกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ลงตัว จึงชวนไปนอนเล่นริมทะเล เอาตัวเปียกน้ำ ค้างสายตามองฟ้ากว้าง ขอออกห่างจากต้นเหตุแห่งทุกข์แม้สักพักหนึ่ง แต่เราโตพอที่จะยอมรับได้ว่าความทุกข์

ฉันจำไม่ได้ว่ารับเอาเพลง Love ของ จอห์น เลนนอน เข้ามาสู่ชีวิตตอนไหน ก็คงเป็นช่วงวัยรุ่นนั่นล่ะ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเรารู้จักรักใครแล้วหรือยัง แต่ฉันก็โอบรับเพลงรักที่สุดแสนจะใช้ศัพท์เรียบง่ายนี้ไว้ในชีวิตมาจนทุกวันนี้ ทุกครั้งที่พูดคุยกับใคร หรือผุดคิดลำพังว่ารักคืออะไร เพลง Love มักแว่บเข้ามาเสมอ   “Love is