Homeพชร สูงเด่น

พชร สูงเด่น

“อย่าบอก, แสดงออกให้เห็น” (show, don’t tell) เทคนิคการเขียนที่ใครหลายคนพร่ำบอก หากไม่เคยมีครั้งไหนที่ข้อความนั้นจะแสดงออกให้เห็นเท่ากับครั้งที่ได้อ่าน จดหมายถึง D. (Lettre à D.) จดหมายฉบับสุดท้ายที่ อ็องเดร กอร์ซ (André Gorz) เขียนถึง

ใดๆ ในโลกล้วนเปลี่ยนแปลง มีใครเคยบอกเราว่า อินเดียคือยาขนานเอกรักษาอาการป่วยใจได้ด้วยการปลุกสติให้กลับคืนมาทุกย่างก้าวในประเทศนั้น ก็อาจจะจริงอย่างที่เขาบอกเรื่องการใช้สติรักษาความป่วยใจ แต่เขาผู้นั้นไม่ได้บอกไว้ว่าจะต้องแลกกับการป่วยกาย หรือต้องหอบร่างที่เริ่มป่วยจากการหายใจไม่ออกเพราะฝุ่นควันตั้งแต่วันที่สองในเดลี เพื่อไปนั่งรถบัสกลางคืนเป็นเวลาสิบชั่วโมง ซึ่งตู้นอนบนรถบัสนั้นเปิดเพลงแขกปนไม่เข้าจังหวะกับเสียงบีบแตรตลอดทั้งคืน      เวลาเดียวที่หูได้พักคือเมื่อรถจอดแวะให้เข้าห้องน้ำกลางถนนสี่เลน เราถามพี่คนขับว่าห้องน้ำอยู่ไหน พี่เขาชี้ไปฝั่งตรงข้ามถนนที่มีรถบรรทุกวิ่งไปมาพร้อมเสียงแตรสนั่น สติตื่นคืนกลับมากลางดึกอีกครั้ง เราเดินไปภาวนาไปเพียงเพื่อจะพบกับฉากกั้นห้องเปล่าๆ

“หากเปรียบกับชีวิตของคน เมื่อยามสุขล้นจนใจมันยั้งไม่อยู่ ก็คงเปรียบได้กับฤดู คงเป็นฤดูที่แสนสดใส แต่ถ้าวันหนึ่งวันไหนที่ใจเจ็บจนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่ บอกกับตัวเองเอาไว้ ความเจ็บต้องมีวันหาย ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู…”      ‘ฤดูที่แตกต่าง’ ‘ฤดูที่ฉันเหงา’ เพลงเศร้าเคล้าเสียงฝนที่วนกลับมาทุกฤดูกาล จนเริ่มสงสัยว่าคนเราเศร้ากันเป็นปกติ หรือฝนที่ไหลตกลงหน้าต่างจะทำให้ร้อนๆ

“แค่เพียงเพราะคุณไม่ยุ่งกับการเมือง ไม่ได้แปลว่าการเมืองจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณ”1 The Dreamers (2003) หนังร้อนแรงในตำนานของผู้กำกับ แบร์นาโด แบร์โตลุชชี (Bernado Bertolucci) ที่หยิบช่วงหนึ่งในห้วงประวัติศาสตร์ ช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติของนักศึกษาในปารีสปี 1968 ที่มีฉากหลังซ้อนเป็นสงครามเวียดนาม—เบ้าหลอมอุดมการณ์ให้หนุ่มสาวทั่วโลกออกมามีส่วนร่วมทางการเมือง ไฟวัยเยาว์ที่หล่อหลอมพวกเขาเข้ากันไว้ และความเบื่อหน่ายต่อการใช้กำลังอำนาจในนามสันติภาพ

(1)   “My life is my message—ชีวิตคือข้อความที่ฝากไว้”      ข้อความในห้องพักสีขาวของมหาตมะ คานธีในกรุงเดห์ลี1 มีข้าวของเครื่องใช้เรียงรายอยู่น้อยชิ้น ไร้สิ่งอำนวยความสะดวกที่คุ้นตา มีเพียงเครื่องปั่นฝ้ายที่ว่ากันว่าคานธีตื่นมาปั่นทุกเช้าที่เขาอยู่ที่นั่น การปฏิบัติเชิงสัญลักษณ์ การกระทำที่เป็นเนื้อเดียวกันกับอุดมการณ์ ความต้องการสื่อสารให้ชาวอินเดียได้เห็นถึงความงดงามในวิถีตน ตั้งแต่การทอผ้าจากฝ้าย

โอเปราเฮาส์ โรงอุปรากรแห่งชาติที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ด้านหน้าอาคารประดับตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์นีโอเรอเนซองส์ ด้านในผสมผสานศิลปะหลายยุคสมัย แทบทุกตารางนิ้วประดับตกแต่งไปด้วยรูปปั้นสีทองอร่าม บนพื้นปูพรมแดงก่ำตัดกับผนังหินอ่อน ไม่เพียงแต่โดดเด่นในเรื่องความสวยงาม แต่ยังมีนัยยะสำคัญเป็นสถานที่ที่ใช้สืบสานเรื่องราวความรุ่งเรืองของชาติในอดีตมาสู่ปัจจุบัน ผ่านบทประพันธ์คลาสสิกของคีตกวีเอกระดับโลกอย่างโมซาร์ต หรือวากเนอร์ ซึ่งรวมความเป็นเลิศทางดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม ไม่ว่าใครมาถึงเวียนนาก็ต้องแวะที่นี่กันทั้งนั้น เราเดินผ่านหน้าโรงละครไปเรื่อยๆ

รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปแล้วครึ่งปี มีใครรู้สึกเหมือนกันไหมว่ายังจำช่วงเวลายกแก้วฉลอง กระโดดกอดคนข้างๆ เสียงพลุดังอยู่เป็นแบ็กกราวนด์ในวันสุดท้ายของปีเก่า แต่จะเมามายกับการปลดปล่อยแค่ไหนก็ยังกระโดดขึ้นจากเตียงได้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในเช้าแรกของปีใหม่ หยิบปากกาขึ้นมาจรดลงไปบนสมุดเล่มใหม่ ขึ้นต้นบรรทัดแรกว่า “New year’s resolutions” เขียนเส้นใต้หนาๆสองขีด ตามมาด้วยบูลเล็ตพอยต์ วงกลมที่หนึ่ง สอง สาม

“งานศพที่คุณปรารถนาเป็นอย่างไร” “คนที่คุณอยากกล่าวขอบคุณ และขอโทษมากที่สุดก่อนตายคือใคร… และทำไมคุณถึงยังไม่ได้ทำเช่นนั้น” “อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องการบรรลุหรือทำให้สำเร็จก่อนตาย”      บางส่วนของชุดคำถามจาก ‘เกมไพ่ ไขชีวิต’1 เครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องที่ใครๆ ว่าคุยยากอย่างเรื่องความตายให้เป็นเรื่องคุยง่าย ผ่านการใช้การ์ดเกมช่วยถามคำถามที่มีตั้งแต่ทีเล่นทีจริง ตอบได้ทันทีบ้าง ต้องใช้เวลาครุ่นคิดบ้าง ยากง่ายปะปนไป คำถามที่ล้วนเกี่ยวข้องกับการตาย หากสุดท้ายเมื่อเล่นจนจบกลับคล้ายว่าเกมนั้นถามคำถามเดียวว่า:

ประสบการณ์สอนเราว่า การเดินทางที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องมีการวางแผน แต่ก็เป็นประสบการณ์อีกเช่นกันที่ทำให้เห็นว่าการเดินทางที่น่าจดจำมักเกิดจากการนำแผนที่มีอยู่ในมือวางลงบ้าง เราเริ่มต้นเดินทางกับนิสัยไม่วางแผนใดๆ ไม่ฟันธงตัดสินใจอะไรล่วงหน้า คิดว่าจะไปสนุกอะไรหากรู้ล่วงหน้าไปหมดทุกสิ่ง มีกำหนดการไปหมดทุกอย่าง แต่การไปถึงแล้วหาที่พักไม่ได้ ไม่มีรถต่อระหว่างเมือง ต้องรอที่สถานีรถไฟยามวิกาล มือถือแบตฯ ใกล้จะหมดโดยที่ยังไม่รู้ว่าจุดต่อไปคือที่ไหน หรือราคาตั๋วหน้างานที่สูงลิบลิ่วห่างกันเป็นเท่าตัว หลายคนอาจมองว่านั่นคือการผจญภัย แต่การผจญภัยในบางครั้งก็หมายถึงความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

อากาศเย็นยะเยือก ลมพัดบาดหน้า พระอาทิตย์ที่ขึ้นมาสายๆ พอบ่ายแก่ๆ ก็จางไป ปล่อยทิ้งฟ้าไว้เป็นสีหม่นเทาพอกันกับพื้นถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะค้างเติ่งซึ่งทับถมกันมานานหลายวัน สภาพอากาศแบบนี้ รวมไปถึงค่าครองชีพแพงหูฉี่ ทำเอาสงสัยว่า อะไรกันที่ทำให้ ‘นอร์เวย์’ เป็นประเทศที่ผู้คนมีความสุขลำดับต้นๆ ของโลก      กว่าความหนาวจะกลับมาอุ่น