Homeพชร สูงเด่น

พชร สูงเด่น

‘เปลี่ยนหลงเป็นรู้’ คือเสวนาส่วนหนึ่งของงานบูชาคุณ หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ 15-18 สิงหาคม 2561 ที่จัดขึ้น ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ จตุจักร กรุงเทพฯ ช่วงที่ 1: ‘เสวนา

เช็กแผนที่ในมือตัวเองอีกทีเมื่อมายืนอยู่กลางถนน ย่านชานเมืองของกรุงโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พลางหันไปมองพื้นที่รอบข้างที่ล้อมรอบไปด้วยบ้านทรงยุโรปหลังขนาดย่อมซึ่งมีสวนหย่อมอยู่หน้าบ้าน ยิ่งทำให้ไม่แน่ใจว่าจุดหมายปลายทางที่ตามหาจะมาปรากฏอยู่ในชุมชนเล็กๆ อย่างนี้ได้อย่างไร      ชาวสวิสสูงวัยที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่หันมาพยักหน้าทักทาย และชี้ไปที่อาคารสีขาวมุมถนนนั่น อาคารขนาดสามชั้นซึ่งน่าจะเป็นไม่กี่สิ่งในย่านแถบชานเมืองนี้ ที่มีผู้คนจากอีกฟากโลกแวะมาเยือนสม่ำเสมอ Ecole Nouvelle de la

สุดเขตปลายรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย สุดสายปลายทางการเดินทาง คือเส้นทางหนึ่งที่ฝันไว้ สุดขอบดินแดนโลกตะวันตก ล่องข้ามน่านน้ำมหาสมุทรนั่นไปก็คือโลกตะวันออกที่เราเริ่มออกเดินทาง หากทรานส์-ไซบีเรียคือความฝัน วลาดีวอสตอค (Vladivostok) คือเมืองปลายทางที่เราไม่อยากก้าวมาถึง เพราะมันเป็นสัญญาณว่าความฝันนั้นจบลงแล้ว       วลาดีวอสตอค เป็นประตูบ้านของรัสเซียฝั่งเอเชียแปซิฟิก จุดเริ่มต้นเส้นทางในฝันทรานส์-ไซบีเรียของใครหลายคน และเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทางของใครบางคนรวมทั้งตัวเราเอง  

เคยให้คำมั่นหมายว่าจะไม่เข้าร้านอาหารไทยหากไม่จำเป็น จะไม่หอบหิ้วเครื่องปรุงอาหารไทยมาเต็มกระเป๋าเดินทาง อาจทำเองบ้างเมื่ออยาก แต่ในโอกาสทั่วไปจะลิ้มลองอาหารของประเทศนั้นๆ ให้ได้มากที่สุด บอกตัวเองว่ามาทั้งทีก็น่าจะลิ้มรสชาติอาหารของเขา ไม่เอาความเคยชินในรสเครื่องเทศเป็นเครื่องยึดติดจนไม่ได้ประสบการณ์นั้นๆ เต็มที่ แล้วคำมั่นหมายก็แหลกสลายไปในเบอร์ลิน เมื่อเพื่อนเยอรมันชวนไป ‘สวนสาธารณะไทย’ ซึ่งเพื่อนยืนยันว่านี่แหละประสบการณ์แบบเบอร์ลินเนอร์       ขุดตัวเองออกจากที่นอนในสายวันอาทิตย์ แล้วนั่งรถไฟข้ามไปฝั่งตะวันตกของเบอร์ลิน

“บอกมาสิ บอกมา บอกว่าอะไรกันที่มันกัดกิน”ยืนเงียบอยู่ข้างหน้าสักพัก ถึงมีเสียงเอ่ยออกมาได้บ้าง ไม่ใช่เพราะความอาย ไม่ใช่เพราะไม่สะดวกใจที่จะเปิดเผยเรื่องส่วนตัวพรรค์นั้นกับคนแปลกหน้าร่วมสิบกว่าคน แต่มันเป็นเป็นเพราะไม่เคยมีใครที่ไหน หรือแม้แต่กับตัวเองที่จะถามคำนั้น

ตัดสินใจจองที่พักในโครเอเชียไปแค่ 2 วัน ด้วยคิดว่ามันจะเป็นเพียงทางผ่านของเราจากเมืองหลวงซาเกร็บ ไปสู่บูดาเปสต์ของฮังการี จุดหมายปลายทางที่ ‘เขาว่ากันว่า’ มีที่เที่ยวมากกว่า น่าสนใจกว่า ไปใช้เวลานานนานที่นู่นดีกว่า      ภาพแรกของโครเอเชียเมื่อรถบัสข้ามเมืองเข้ามาจอดในสถานีขนส่ง คืออาคารบ้านเรือนสีน้ำตาลหม่นๆ ตึกหลายหลังมีลักษณะร้างแม้จะอยู่กลางเมืองหลวงของประเทศ ฝนก็ดันมาตกในวันที่เราเพิ่งมาถึงแบบนี้

ฉาก ‘Milk Bar’ (Bar Mleczny) ลักษณะเป็นห้องเดี่ยวหลังคาทรงเตี้ย ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางตึกอาคารสูงในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ดูคล้ายเป็นฉากที่ผิดที่ผิดทาง แตกต่างไปจากสิ่งปลูกสร้างในยุคปัจจุบัน      ผ้าม่านลูกไม้สีเทาหม่นๆ คล้ายกลางวันในฤดูหนาว โคมไฟดิสโก้บอลที่มองดูแล้วน่าจะเป็นแชนเดอเลียร์โมเดิร์นในวันที่มันถูกยกจับขึ้นไปบนเพดานนั่น สิ่งของเหล่านี้กลายเป็นของเก่าเข้ากรุ

“There is more to Belgium than waffles, frites, and Manneken Pis.” ข้อความบนป้ายที่อ่านแล้วทำให้รู้ตัวว่ามาเบลเยียมเป็นครั้งที่สามแล้ว จนต้องถามตัวเองตอนยืนรอรถหน้าสนามบินว่าอะไรกันที่ทำให้กลับมาประเทศเล็กๆ ท่ามกลางพี่ใหญ่แห่งยุโรปที่ขนาบข้างอย่างฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี

หากสงครามยูโกสลาเวีย สงครามนองเลือดในยุค 1990s คือภาพเก่า ภาพจำที่โลกมีต่อโครเอเชียในวันนั้น ชัย (เกือบ) ชนะของโครเอเชียในวันนี้ก็ดูจะเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศ ภาพลักษณ์ของทีมม้ามืด ของประเทศเล็กๆ ที่สู้ยิบตา ราวกับว่าฟุตบอลนำสิ่งที่ชาวโครแอตถามหา แต่ไม่เคยได้รับในหลายทศวรรษที่ผ่านมา นั่นคือความหวังต่อการเปลี่ยนแปลง    

“รสหวานของปลาไหลทะเล ไข่ม้วน และคัมเปียว รสเปรี้ยวและเค็มของโคฮาดะ รสขมของสึเคะปลาเนื้อแดง และรสมันของฮิราเมะกับหอยแครง