Homeสีตลา ชาญวิเศษ

สีตลา ชาญวิเศษ

นอกเหนือจากการลดน้ำหนักซึ่งทำได้ยากแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนบ่นว่าห้ามยากสุดๆ ก็คือการห้ามใจตัวเองไม่ให้รักใคร โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นเป็นคนที่คุณไม่ควรชอบเลย ซึ่งก็คือ ‘เพื่อน’ นั่นเอง      ยิ่งบางคนถึงขั้นตั้งเกณฑ์ไว้เลยว่า ชีวิตนี้ฉันจะไม่เอาเพื่อนมาเป็นแฟน ฉะนั้น ถ้าใครก็ตามบังเอิญตกหลุมรักเพื่อนที่ตั้งธงชีวิตแบบนี้แล้วละก็ เรียกว่าเฮิร์ตเสียยิ่งกว่าเฮิร์ต      อย่างในงานวิจัยปี 2000 โดย Messman, Canary

คุณว่าคนเราเจอกันเพราะความบังเอิญหรือเพราะพรหมลิขิต? แน่นอนล่ะ ว่าบางอย่างอาจเรียกว่าบังเอิญก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณได้รู้เรื่องราวการพบกันของคู่รักหลายคู่ หรือกระทั่งเรื่องราวต่อไปนี้ คุณอาจจะเทน้ำหนักเพิ่มขึ้นก็ได้ว่า การพบเจอกันของคนสองคนอาจเป็นอะไรที่มากกว่าความบังเอิญ       ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน มีคู่รักชาวอเมริกันสองคู่เป็นคู่ดับเบิลเดต (double date) หรือพูดอีกอย่างคือ เป็นคู่แฟนสองคู่ที่ชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งทั้งสี่คนนี้สนิทสนมกันมาก แต่พอทั้งสองคู่ต่างแต่งงาน ก็แยกย้ายกันไปอยู่คนละรัฐและไม่ได้ติดต่อกัน

ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากได้ของไม่ดี ฉะนั้น หลายคนจึงหาวิธีช่วยให้ตัวเองตัดสินใจเลือกอะไรก็ตามได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับคู่ครอง ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากมาเสียใจทีหลังว่า ตัวเองเลือกคู่ครองผิดคน      มันเลยเกิดหลักคิดเรื่องการดูคนเยอะแยะมากมาย เช่น ดูว่าเขาเป็นคนกตัญญูรู้คุณคนหรือไม่ หรือถ้าเป็นทางพุทธศาสนาก็มีเกณฑ์ 4 ข้อ คือ ศรัทธา ศีล จาคะ

“ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่” แล้วถ้าไม่ดูหางและไม่ดูแม่ล่ะ! มีอย่างอื่นอีกไหมที่คนมักใช้เพื่อสังเกตว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร? หนึ่งในนั้นที่คนใช้สังเกตกันก็คือ สัตว์เลี้ยง เนื่องจากการเลี้ยงสัตว์เชื่อมโยงกับบุคลิกโอบอ้อมอารี ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนรักสัตว์ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเป็นคนจิตใจอ่อนโยน มีเมตตา     อย่างในงานวิจัยปี ค.ศ. 2015 โดย ซามูเอล ดี.

คนจำนวนไม่น้อยมักมองความสัมพันธ์ของตัวเองเป็นแบบปัจเจก หมายถึงถ้าคบใครมันก็เป็นเรื่องของเรากับอีกคน ส่วนคนอื่นไม่เกี่ยว แต่ถ้าว่ากันตามตรง มีตัวอย่างให้เห็นเยอะมากว่าคนอื่นนี่แหละตัวดีเลยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ บางครั้งอาจถึงขั้นทำให้เลิกรากันได้เลย        ไม่เชื่อก็ดูปัญหาระดับชาติอย่างแม่ผัว-ลูกสะใภ้ได้ หรือไม่ถ้าเพื่อนคุณไม่ชอบขี้หน้าแฟนของคุณขึ้นมา ก็เป็นเรื่องใหญ่ได้เหมือนกัน ฉะนั้น เวลาคบใครก็ตาม เราไม่ได้คบแค่คนนั้นคนเดียว แต่คบเป็นแพ็กเกจคือ ครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้างของเขา

เหล่าคู่รักที่คุณเห็น คุณอาจนึกว่าพวกเขาเหล่านั้นคบกันเพราะความรัก แต่ไม่ใช่ทุกคู่ที่รักกันหรอก บางคู่อยู่ด้วยกันเพราะสายใยที่พวกเขาจินตนาการขึ้นมาและทึกทักเอาเองว่านี่คือ ‘รัก’ แต่ความเป็นจริงพวกเขาแค่ใช้มันเป็นเหตุผลเพื่ออยู่ด้วยกัน ส่วนในแง่ความผูกพันทางใจ การแชร์ตัวตนข้างใน หรือการอินในกันและกันนั้นไม่มี ถ้าจะพูดอีกอย่าง ‘พวกเขาแค่อยู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้รักกัน’        หลายวันก่อนเราได้คุยกับก้อย (นามสมมติ) ก้อยกับเรารู้จักกันได้ไม่นาน แต่คุยกันอีท่าไหนไม่รู้

ถือเป็นเรื่องปกติเลยก็ว่าได้ เวลาคนเรารักใครชอบใคร ก็มักคาดหวังอยากให้อีกฝ่ายเป็นอย่างที่เราคิดหรือต้องการ เช่น อยากให้เขาชอบเราเหมือนที่เราชอบเขา อยากให้เขาแคร์เราเหมือนที่เราแคร์เขา แต่พอถึงตอนที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ ก็ทำให้น้อยใจ หงุดหงิด เจ็บปวด หรือไม่พอใจได้      อย่างเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เพื่อนเราคนหนึ่งโทร.มาปรึกษาเรื่องแฟนที่ระหองระแหงกัน เรื่องของเรื่องคือ ช่วงสองปีที่ผ่านมา เพื่อนเรารู้สึกว่าความสัมพันธ์กับแฟนไม่สนิทใจกันเหมือนแต่ก่อน

คุณเคยสังเกตหรือรู้สึกไหมว่าสื่อสังคมออนไลน์ทำให้เราหวั่นไหวเรื่องความรักมากขึ้น แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ด้วยเทคโนโลยีสื่อสารยุคใหม่อย่างโซเชียลมีเดีย ไม่ได้ส่งผลแค่การสื่อสาร การเสพสื่อ หรือการทำธุรกิจเท่านั้น แต่เรื่องใกล้ตัวเราอย่างความรักและการจีบ ต่างก็มีความเกี่ยวข้องด้วยอย่างมีนัยสำคัญ จึงน่าสนใจไม่น้อยว่า โซเชียลมีเดียทำให้การจีบเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร? แพลตฟอร์มออนไลน์ที่คนไว้จีบกันมีอะไรบ้าง? และใช้ยังไง? สื่อออนไลน์ช่วยให้คนจีบกันง่ายขึ้นหรือเปล่า? และที่สำคัญ มันแตกต่างกับการจีบกันในสมัยก่อนอย่างไร? ซึ่งคำตอบของคำถามต่างๆ เหล่านี้

ต้องยอมรับว่าความน่าสนใจของการจีบในยุคปัจจุบัน ก็คือเจ้าโซเชียลมีเดียนั้นมีลูกเล่นเยอะขึ้นกว่าเว็บไชต์หรือแชตยุคก่อนไปมาก มันเลยทำให้การจีบกันมีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้น เช่น หากอยากให้เขารู้ว่าสนใจก็กดไลก์อีกฝ่ายทุกโพสต์ หรือใช้สติ๊กเกอร์ที่มีรูปหัวใจหรือรูปจูบไปให้เพื่อทำให้อีกฝ่ายเอะใจ      นอกจากนี้ด้วยความที่โซเชียลมีเดียเชื่อมโยงผู้คนทั่วไปหมด มันเลยทำให้เกิดการตกหลุมรักกับคนที่ห่างไกลเกินกว่าจะรู้จักได้ในโลกความเป็นจริง ยกตัวอย่าง เราอาจจะตกหลุมรักบล็อกเกอร์ที่เราไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน หรือเราบังเอิญปิ๊งกับเพื่อนของเพื่อนที่เพื่อนเราก็ไม่เคยแนะนำให้รู้จัก แต่เฟซบุ๊กดันเด้งโพสต์คนนี้มาบน News Feed ของเรา แล้วเราก็บังเอิญได้แชตคุยกันจนเป็นแฟน

เป็นกันบ้างไหม เวลาหมดรักใครสักคน หรืออยากตัดใจจากใครคนหนึ่ง คุณจะค่อยๆ เห็นข้อเสียของคนคนนั้นมากขึ้น แบบที่คุณถึงกับต้องถามตัวเองว่า “ทำไมถึงไม่เคยเห็นด้านนี้ของเขามาก่อน หรือฉันมัวแต่คิดอะไรไปเองวะ”        จริงๆ ต้องบอกว่า ไม่ใช่คุณที่มองไม่เห็นข้อเสียหรือข้อที่ไม่เหมาะของคนที่แอบชอบมาก่อนหรอก แต่ต้องพูดใหม่ว่า จริงๆ คุณเห็นหรือรับรู้มาตลอด เพียงแต่ก่อนหน้านั้นหรือตอนที่ชอบคนคนนั้นมากๆ คุณไม่ยอมและไม่อยากจะสนใจข้อมูลด้านลบของเขาต่างหาก