Homeสีตลา ชาญวิเศษ

สีตลา ชาญวิเศษ

เข้าสู่เทศกาลฟุตบอลโลก หลายคนคงตื่นเต้นไปกับเกมการแข่งขันและการลุ้นทีมโปรด แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีอีกหลายคนที่เพลิดเพลินกับการได้กรี๊ดนักฟุตบอลหน้าตาหล่อเหลา รวมทั้งชีวิตส่วนตัวของนักฟุตบอลเหล่านั้น ซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว ที่นักกีฬาจะต้องมีเรื่องภาพลักษณ์และชีวิตส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง      อันที่จริง วงการกีฬาก็คลายๆ กับวงการนักแสดงหรือเซเลบริตี้ ที่ต้องมีการวางแผนและจัดการภาพลักษณ์เบื้องหลังก่อนจะออกสู่เบื้องหน้า ยกตัวอย่างเช่น เดวิด เบ็กแฮม ที่หลายคนรู้จักกันดีว่า ภาพลักษณ์ของเขาตั้งแต่ไหนแต่ไรมาไม่ใช่แค่นักฟุตบอลเจ้าของลูกเตะฟรีคิกสุดสวย

ต้องบอกว่าเจ๋งมากเลย ที่บ้านเราเรียกคู่รักด้วยคำว่า ‘แฟน’ ซึ่งยืมมาจากคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ว่า ‘fanatic’ แปลว่า คลั่งไคล้ คำเดียวกันนี้ยังใช้กับคำว่า ‘แฟนคลับ’ (fan club) เหตุผลที่บอกว่ามันเจ๋ง ก็เพราะคำว่า ‘fanatic’ และ

คงไม่มีใครเถียงว่า การยุ่งกับแฟนหรือสามีภรรยาคนอื่นเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมและไม่ใช่สิ่งที่สังคมยอมรับ ทว่าเท่าที่ได้พูดคุยกับคนที่เป็นมือที่สาม เราพบว่า ไม่ใช่ทุกคนที่มีจิตใจชั่วร้ายคิดแย่งของของใครมาตั้งแต่ต้น แต่หลายคนเป็นคนนิสัยใจคอดีๆ คนหนึ่งเลย เพียงแต่สถานการณ์ต่างๆ นั้นพาไป      ในครั้งนี้ เราเลยจะมาเล่าถึงเส้นทางสถานการณ์ หรือความคิดที่ทำให้คนดีๆ คนหนึ่ง หรือคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะไปยุ่งกับแฟนใคร ต้องกลายมาเป็นมือที่สามแบบไม่ได้ตั้งใจ เผื่อว่าใครกำลังสุ่มเสี่ยงตกอยู่ในสถานการณ์นี้จะได้ตั้งสติถอนตัวออกมาทัน ความเหงาชักพา     คนที่มีแฟนหรือมีสามีภรรยาอยู่แล้ว

หลายคนคงเคยหลงดีใจเวลามีคนเข้ามาจีบ ว่าคนคนนั้นต้องคิดจริงจังกับเราแน่ๆ ทว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป ไม่งั้นสังคมเราคงไม่บัญญัติศัพท์คำว่า ‘แอ๊ว’ ขึ้นมาเพื่อใช้เรียกการจีบเลเวลเบาๆ หรอก ดังนั้น หากมีคนเข้ามาจีบคุณ อย่างน้อยที่สุด ก็ควรดูให้ถี่ถ้วนว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายจีบเพราะหวังอะไรกันแน่?      เพราะในงานวิจัย ‘WHY DO WE FLIRT?

พักหลังๆ ประเด็นการกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) เป็นที่ถกเถียงกันมากขึ้นในสังคม เพราะปัญหานี้อันตรายถึงขั้นทำร้ายคนจนฆ่าตัวตายได้ หรือไม่ก็ทำลายสภาพจิตใจให้ย่ำแย่ได้ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น ทว่าการกลั่นแกล้งไม่เพียงแต่ทำร้ายจิตใจคนเท่านั้น แต่ยังทำให้คนที่ตกเป็นเป้าหมายถูกกลั่นแกล้งหาความสัมพันธ์ได้ยากขึ้นอีกด้วย      อันที่จริง สังคมมนุษย์ไม่ต่างจากสังคมสัตว์ คือเป็นสัตว์สังคมที่มีจ่าฝูง หรือที่เรียกว่า ‘อัลฟา’ (Alpha) วิธีการที่สัตว์จะขึ้นมาเป็นจ่าฝูงคือการใช้กำลังข่มสัตว์ตัวอื่นๆ

คนเราต่างมีนิสัยไม่ดีที่ตัวเองอยากแก้ไขกันทั้งนั้น ไม่เว้นกระทั่งนิสัยไม่ดีที่เกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์ อย่างนิสัยหนึ่งเลยที่หลายคนอยากแก้คือ เลิกรอใครคนหนึ่งให้ได้เสียที เพราะการตกอยู่ในภาวะรอคอยอยู่ร่ำไปมันเป็นการทรมานใจตัวเองอย่างหนึ่งนั่นเอง      ทีนี้ ถ้าเกิดคุณตกอยู่ในภาวะรอใครสักคนแบบสิ้นหวังแต่ก็ยังรอ เช่น เขาคนนั้นบอกให้เลิกรอ แต่คุณก็ยังทนรอเขาอยู่ได้ หรือเขาคนคนนั้นหายไปจากชีวิตคุณ แต่คุณก็ยังรอให้เขากลับมา แล้วถ้าวันนี้คุณบอกตัวเองว่า ฉันไม่อยากเจ็บปวดที่ต้องรออีกต่อไปแล้ว มีวิธีการหรือวิธีคิดอะไรบ้างที่ช่วยให้คุณหลุดจากบ่วงนี้ได้สำเร็จ งั้นลองมาอ่านกันดู 01

นอกเหนือจากการลดน้ำหนักซึ่งทำได้ยากแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนบ่นว่าห้ามยากสุดๆ ก็คือการห้ามใจตัวเองไม่ให้รักใคร โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นเป็นคนที่คุณไม่ควรชอบเลย ซึ่งก็คือ ‘เพื่อน’ นั่นเอง      ยิ่งบางคนถึงขั้นตั้งเกณฑ์ไว้เลยว่า ชีวิตนี้ฉันจะไม่เอาเพื่อนมาเป็นแฟน ฉะนั้น ถ้าใครก็ตามบังเอิญตกหลุมรักเพื่อนที่ตั้งธงชีวิตแบบนี้แล้วละก็ เรียกว่าเฮิร์ตเสียยิ่งกว่าเฮิร์ต      อย่างในงานวิจัยปี 2000 โดย Messman, Canary

คุณว่าคนเราเจอกันเพราะความบังเอิญหรือเพราะพรหมลิขิต? แน่นอนล่ะ ว่าบางอย่างอาจเรียกว่าบังเอิญก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณได้รู้เรื่องราวการพบกันของคู่รักหลายคู่ หรือกระทั่งเรื่องราวต่อไปนี้ คุณอาจจะเทน้ำหนักเพิ่มขึ้นก็ได้ว่า การพบเจอกันของคนสองคนอาจเป็นอะไรที่มากกว่าความบังเอิญ       ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน มีคู่รักชาวอเมริกันสองคู่เป็นคู่ดับเบิลเดต (double date) หรือพูดอีกอย่างคือ เป็นคู่แฟนสองคู่ที่ชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งทั้งสี่คนนี้สนิทสนมกันมาก แต่พอทั้งสองคู่ต่างแต่งงาน ก็แยกย้ายกันไปอยู่คนละรัฐและไม่ได้ติดต่อกัน

ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากได้ของไม่ดี ฉะนั้น หลายคนจึงหาวิธีช่วยให้ตัวเองตัดสินใจเลือกอะไรก็ตามได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับคู่ครอง ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากมาเสียใจทีหลังว่า ตัวเองเลือกคู่ครองผิดคน      มันเลยเกิดหลักคิดเรื่องการดูคนเยอะแยะมากมาย เช่น ดูว่าเขาเป็นคนกตัญญูรู้คุณคนหรือไม่ หรือถ้าเป็นทางพุทธศาสนาก็มีเกณฑ์ 4 ข้อ คือ ศรัทธา ศีล จาคะ

“ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่” แล้วถ้าไม่ดูหางและไม่ดูแม่ล่ะ! มีอย่างอื่นอีกไหมที่คนมักใช้เพื่อสังเกตว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร? หนึ่งในนั้นที่คนใช้สังเกตกันก็คือ สัตว์เลี้ยง เนื่องจากการเลี้ยงสัตว์เชื่อมโยงกับบุคลิกโอบอ้อมอารี ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนรักสัตว์ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเป็นคนจิตใจอ่อนโยน มีเมตตา     อย่างในงานวิจัยปี ค.ศ. 2015 โดย ซามูเอล ดี.