Homeทรรศน หาญเรืองเกียรติ

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หลายครั้งที่เราเอาแต่คิดว่าถ้าอยากจะหาสถานที่พักผ่อนให้ใจสงบต้องหนีออกไปจากกรุงเทพฯ เท่านั้น เพราะมีแต่ความวุ่นวายอยู่เต็มไปทุกพื้นที่ โดยลืมมองไปว่า สถานที่ใกล้ๆ ตัวบางแห่งก็สามารถช่วยเยียวยาและเติมพลังชีวิตให้เราได้โดยที่ไม่ต้องไปไหนไกล และหนึ่งในสถานที่แห่งนั้นก็คือ สะพานพระราม 8 สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้ชื่อว่าเป็นสะพานขึงแบบอสมมาตรที่ยาวติดอันดับ 5 ของโลก และในความแข็งแกร่งนี้ก็เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาใต้ความยิ่งใหญ่นี้ ทางสัญจรบนสะพานพระราม 8 มีความยาวพาดผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ

เสียงกีตาร์ที่แผดออกมาดังกึกก้อง Dance Fever รัชดาภิเษก ในคืนของวันที่ 4 สิงหาคม 1997 ของเพลง My Name Is Jonas ทำเอาเรากับวัยรุ่นอีกนับร้อยคนกระโดดกันจนหัวเปียก และเมื่อจบเพลงสุดท้าย

ในนิทานเรื่อง เดวิดกับยักษ์โกไลแอธ กล่าวถึงเด็กเลี้ยงแกะชื่อเดวิด ที่สามารถล้มยักษ์ชื่อโกไลแอธด้วยเชือกที่ตัวเองมี เรื่องราวนี้ถูกนำมาใช้สื่อความหมายถึงคนที่เป็นเหมือนมวยรองแต่สามารถคว่ำคู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ ซึ่งระหว่างการสนทนากับ ‘คุณชายอดัม’ - หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ บริษัทพีซีซีดับเบิลยู โอทีที (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิงความบันเทิงเกาหลีและเอเชียผ่านแอพพลิเคชัน

ก่อนอรุณจะรุ่ง คือละครน้ำดีเรื่องหนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เป็นผลงานการกำกับของ ‘วุธ’ - อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร ซึ่งนอกจากเป็นการร่วมงานกับช่อง GMM25 แล้ว ยังเป็นการลองเปิดตาเปิดใจให้คนดูละครในวงกว้าง ในการหยิบเอาเรื่องยากๆ อย่างการล่วงละเมิดทางเพศหรือประเด็นที่หนักหน่วงของสิ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัวมาเล่า ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ก็มักจะเป็นยาขมสำหรับผู้ชมในบ้านเรามาแต่ไหนแต่ไร แต่เขาก็ทำออกมาได้สนุกไม่แพ้ละครตบตีแย่งผัวแย่งเมียที่คนส่วนใหญ่ชอบดู  

นับวันความเผ็ดร้อนในโซเชียลเน็ตเวิร์กจะยิ่งรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกับการส่งข้อความเหยียดหยามกันผ่านช่องคอมเมนต์ที่แค่พิมพ์สิ่งที่ตัวเองคิดไว้ด้วยความสะใจ แล้วก็ไถฟีดไปสนุกกับเรื่องอื่นต่อ โดยไม่ฉุกคิดเลยว่าข้อความต่ำตมเหล่านั้นได้ทำร้ายจิตใจคนที่โดนกล่าวถึงขนาดไหน ส่วนวิธีรับมือกับเรื่องดาร์กๆ ในโลกอีกใบนั้น คงไม่มีใครเข้าใจได้ดีเท่ากับ ‘โอ๊ต’ – ปราโมทย์ ปาทาน นักร้อง พิธีกร และนักแสดง ที่งานก็ชุกเรื่องดราม่าก็เยอะไม่แพ้กัน

ทุกครั้งที่เลิกงาน ใจของเรามีแต่ความคิดที่จะมุ่งตรงกลับบ้าน เปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ แล้วทิ้งตัวไปบนโซฟานุ่มๆ พร้อมกับจิบอิตาเลียนโซดาเย็นๆ ทอดกายให้หายเหนื่อยสักพัก ปิดเสียงโทรศัพท์สักครู่ เพื่อใช้เวลาพักผ่อนให้คุ้มค่า แต่กว่าจะไปถึงความสุขตรงนั้นได้ต้องฝ่าฟันกับปัญหาการจราจร ที่ไม่ว่าจะกลับช้าหรือเร็วก็ติดขัดต่อเนื่องจนเกือบเที่ยงคืน เจอทั้งความเครียด ฝุ่น ควัน มลพิษต่างๆ บนท้องถนนก็ยิ่งทำให้หน้าตาของเราโรยราเกินอายุจริงไปเป็นสิบปี

อดีต มนุษย์เงยหน้ามองท้องฟ้าในยามค่ำคืนเพื่อใช้ดวงดาวเป็นเครื่องมือในการนำทาง และเฝ้าสังเกตปรากฏการณ์บนท้องฟ้าเพื่อพยากรณ์การเปลี่ยนฤดู ในวันที่เรายังไร้เครื่องมือหรือปฏิทินคอยอำนวยความสะดวกอย่างทุกวันนี้ เช่น หนังเรื่อง Return to the Blue Lagoon (1991) ซึ่งเล่าเรื่องมนุษย์สองคนที่ไปติดเกาะตั้งแต่ยังเด็ก และต้องเอาตัวรอดให้ได้ในแต่ละวัน พวกเขาก็ใช้วิธีนับจำนวนของดวงจันทร์ที่เข้าสู่วันเพ็ญในแต่ละเดือนเพื่อให้รู้ว่าวันเวลาผ่านไปแล้วกี่ปี  

การทำศัลยกรรมความงามถึงแม้จะไม่ได้มีประโยชน์ในด้านฟังก์ชันการใช้งาน แม้เราจะกรีดตาให้ใหญ่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้การมองเห็นดีขึ้น หรือเสริมจมูกให้โด่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าการหายใจนั้นจะโล่งขึ้นกว่าเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่การทำศัลยกรรมให้ประโยชน์กับเราได้มากที่สุดคือเรื่องของความมั่นใจ ความมั่นใจเป็นเรื่องนามธรรมที่สามารถสร้างจากสิ่งที่เป็นรูปธรรม นั่นคือการที่เรามีรูปร่างหน้าตาที่ดีขึ้นย่อมส่งผลไปถึงความมั่นใจ และลบปมด้อยที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดออกไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อเรามีความสุขกับตัวเองได้แล้ว ก็จะมีพลังที่อยากจะใช้ชีวิต อยากออกไปเจอโลกเจอผู้คน อยากพาตัวเองไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และพลังที่เกิดขึ้นจากความพึงพอใจของ ตัวเองก็ยังขยายต่อไปยังเรื่องของการงานและความสัมพันธ์กับคนในชีวิตเราได้ด้วย      ย้อนกลับไปสัก

ในยุคที่การทำศัลยกรรมตกแต่งนั้นมีความปลอดภัยและสะดวกรวดเร็วกว่าเมื่อก่อน หลายคนจึงเลือกทางลัดในการเพิ่มความมั่นใจให้กับรูปร่าง ด้วยการเดินเข้าคลินิกเสริมความงาม และดูดไขมันกระชับสัดส่วนเพื่อให้กลับมาผอมเพรียวอีกครั้ง แต่วิธีการนี้จะมีผลดีผลเสียกับร่างกายอย่างไร ลองฟังข้อเท็จจริงจาก ‘หมอสอง’ - นายแพทย์นพรัตน์ รัตนวราห ศัลยแพทย์ฝีมือดีอันดับต้นๆ ของประเทศไทย จากคลินิกศัลยกรรมตกแต่งนพรัตน์กันสักหน่อย ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำอะไรผิดๆ กับร่างกายของตัวเอง   ในฐานะที่คุณเป็นแพทย์ศัลยกรรมที่เชี่ยวชาญศาสตร์แขนงนี้

ในบรรดาผีไทยประเภทต่างๆ สำหรับเรา ‘กระสือ’ ถือเป็นผีที่น่ากลัวน้อยที่สุด เพราะมองว่าเป็นภูตผีที่มีแค่ศีรษะ ตับ ม้าม ปอด และลำไส้ลอยไปลอยมา ดูแล้วไม่น่าจะมีความร้ายกาจสักเท่าไร ในอดีตหนังที่เกี่ยวกับกระสือหลายๆ เรื่อง จึงถูกคุมโทนออกมาในแนวตลกขบขันเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็วางให้เป็นลูกคู่กับผีปอปเพื่อเป็นตัวสร้างสีสัน แต่สำหรับ แสงกระสือ ซึ่งถูกนำมาตีความโดย