Homeภัทรพร บุญนำอุดม

ภัทรพร บุญนำอุดม

นับตั้งแต่การปฏิวัติ 2475 จนเวลาล่วงเลยมา 80 กว่าปีแล้ว ประชาธิปไตยยังไม่สามารถลงหลักปักฐานในสังคมไทยเสียที หากย้อนมองการเมืองไทยในทศวรรษที่ผ่านมา พูดได้อย่างเต็มปากว่า กองทัพเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 24 มีนาคมนี้ นโยบายที่ร้อนแรงและได้ใจประชาชนมากที่สุดจึงหนีไม่พ้น ข้อเสนอให้ปฏิรูปกองทัพ ลดงบกลาโหม รวมทั้งเชิญทหารกลับเข้ากรมกอง

เชื้อโรค ร่างกายและรัฐเวชกรรม: ประวัติศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ในสังคมไทย, Autonomia: ทุนนิยมความรับรู้ แรงงานอวัตถุ และการเมืองของการปฏิวัติ, ผู้ไร้เสียง: คำยืนยันของ คายตรี จักรวรตี สปีวาก, ประวัติศาสตร์นิพนธ์ฟิลิปปินส์กับชะตากรรมของชาติ, ฯลฯ หนังสือเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งภายใต้สำนักพิมพ์ Illuminations Editions ของ พิพัฒน์

มีเรื่องเล่าขานถึงความหมายและความเชื่อของเทศกาลโคมไฟไว้มากมาย บ้างกล่าวว่าเป็นช่วงเวลาของการบูชาไท่อี้ เทพเจ้าแห่งฟ้าผู้กุมชะตาชีวิตมนุษย์ บ้างเห็นเป็นอนุสรณ์เพื่อระลึกถึงนักรบผู้นำการก่อกบฏต่อต้านกษัตริย์เผด็จการสมัยจีนโบราณ บางตำนานบอกว่า เทศกาลโคมไฟกำเนิดขึ้นจากการวางแผนเพื่อให้สาวใช้ในวังได้มีโอกาสพบหน้าพ่อแม่ของเธอ      ด้วยระยะเวลายาวนานกว่า 2,000 ปีมาแล้วที่การเฉลิมฉลองของเทศกาลโคมไฟเริ่มต้นขึ้นและขยายวัฒนธรรมออกไปจนกลายเป็นเทศกาลที่หลายประเทศทั่วโลกต่างมีเป็นของตนเอง เราจึงไม่อาจฟันธงได้ว่าตำนานไหนแท้จริงยิ่งกว่ากัน แต่ในความหลากหลายของเรื่องเล่าเหล่านี้ล้วนมุ่งสู่ความหมายถึง ‘การเฉลิมฉลอง’ ‘ความหวัง’ และ

ชีวิตคืออะไร? เราเกิดมาทำไม? ชีวิตนี้ควรใช้อย่างไร? สารพัดคำถามที่ตกทอดมาตั้งแต่โบราณกาล ผู้คนมากมายพยายามเปิดประตูแห่งปัญญาเพื่อสำรวจตรวจสอบตัวเองบนความเชื่อว่าชีวิตเราไม่ได้ดำรงอยู่เพียงเพื่อใช้สัญชาตญาณเอาตัวรอดไปวันๆ แต่เราทุกคนสามารถบรรลุศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ ชีวิตที่ควรค่าแก่การใคร่ครวญ ผ่านการแสวงหาคำตอบของ ‘ความงาม ความดี ความจริง’      ณ เฮือนสวาง ย่านลาดหลุมแก้ว

ตลอดระยะเวลา 15 ปีของความไม่คืบหน้าในการทวงถามความยุติธรรมจากคดีอาชญากรรมที่ก่อขึ้นโดยรัฐ ยังไม่น่าอดสูเท่ากับการยอมจำนนต่อการถูกป้ายสีความผิดและการตกเป็นเหยื่อของกระบวนการสร้างความเกลียดชัง ที่ทำให้ ‘ผู้เคราะห์ร้าย’ ตกเป็น ‘ผู้ร้าย’ อย่างสมบูรณ์      12 มีนาคม 2547 คือวันที่หัวใจของสมาชิกในครอบครัวแตกสลาย พวกเขาจะไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้

เมื่อสนามข่าวไหนที่มีนักข่าวสาวนามว่า ‘แยม’ - ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ร่วมแจมก็มักจะตกเป็นประเด็นร้อนอยู่เสมอ หิวข่าว ชอบก่อดราม่า ไหนจะยังชอบแย่งซีนนักข่าวคนอื่นๆ อีก ข้อหามากมายขนาดนี้ แม้แต่เธอยังนิยามตัวเองไว้ว่าเป็นนักข่าวที่ตกเป็นข่าวมากที่สุด เจอดราม่ามากที่สุด แล้วก็ถูกด่ามากที่สุด แต่คุณรู้ไหมว่านี่ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 18

จนกระทั่งบัดนี้ สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถมั่นใจได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตกลงแล้วเราจะได้เลือกตั้งหรือไม่ หากได้เลือกตั้งแล้วโฉมหน้าของนักการเมืองจะเปลี่ยนไปไหม พวกเขาจะพาเราออกจากวิกฤตยืดเยื้อนับสิบๆ ปีไปได้จริงหรือเปล่า เราจะลืมตาอ้าปากจากพิษเศรษฐกิจซบเซาเรื้อรังได้จริงไหม ความวิตกกังวลเหล่านี้ทำให้เราคิดถึงคนคนหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในนักคิดคนสำคัญของแวดวงวิชาการไทย ผู้เชี่ยวชาญในสาขาปรัชญาการเมือง ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ จันทรวงศ์ อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ปักธงริเริ่มการสอนวิชาปรัชญาในมหาวิทยาลัยจนได้รับฉายาว่าเป็น ‘เพลโตเมืองไทย’

‘เม้ง’ - ภัทรพล ทองสุขา เป็นมือกลองแห่งวงดนตรี Desktop Error เป็นพระเอกภาพยนตร์โฆษณาที่เป็นตัวแทนของคนดีและลูเซอร์ และในอนาคตเขาอาจจะกลายเป็นเจ้าของร้านอาหารในตำนานก็ได้ การเลือกทำในสิ่งที่แตกต่างไปพร้อมๆ กันของชายหนุ่มวัย 33 ปีคนนี้ เขามองว่ามันเป็นการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ เรียนรู้โลกใหม่ๆ พร้อมกับการสร้างความมั่นคงในชีวิต

อาหารจีนคืออาหารจานที่เราคุ้นเคยและบริโภคกันเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ทั้งยังผสมผสานกับอาหารไทยจนยากจะแยกแยะได้แล้วว่าเมนูไหนคือไทยแท้ เมนูไหนคือจีนแท้ อาหารจีนนับเป็นมรดกตกทอดที่นำเข้าโดยชาวจีนที่อพยพเข้ามาอยู่เมืองไทย จากการสำรวจพบหลักปรากฏว่า มีชาวจีนอพยพตั้งแต่สมัยสุโขทัยและสืบเนื่องยาวนานจวบจนสมัยรัตนโกสินทร์ คนจีนโดยส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นชาวจีนแต้จิ๋วและชาวจีนฮกเกี้ยน ถัดมาคือชาวจีนไหหลำ กวางตุ้ง และจีนแคะ (หรือชาวฮากกา) เป็นลำดับสุดท้าย      ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อพูดถึงอาหารจีนทีไรเราก็มักจะนึกถึงเมนูประเภท เป็ดพะโล้

กว่าจะกลายมาเป็นวงดนตรีที่ขึ้นชื่อว่าร็อกสุดๆ และแสดงสดได้มันเป็นอันดับต้นๆ ของศิลปินไทย หนังสือมีส่วนสำคัญมากในการบ่มเพาะความคิดของพวกเขาให้เติบโตขึ้นมา สมาชิกทุกคนในวงโลโมโซนิกคือนักอ่านตัวยง โดยเฉพาะ บอย นักร้องนำของวง ครั้งหนึ่งเรานัดสัมภาษณ์เขา เราเห็นเขาเหน็บหนังสือติดตัวออกมาด้วย เมื่อสอบถามจึงได้ความว่า การอ่านหนังสือคือกิจวัตรประจำวันที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการออกกำลังกายและการซ้อมดนตรีเพื่อเตรียมร่างกาย      การอ่านหนังสือดีๆ คือการออกกำลังกายทางความคิดให้พร้อมสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ