Homeตนุภัทร โลหะพงศธร

ตนุภัทร โลหะพงศธร

เขียนคอมเมนต์แบบด่าเสียเทเสีย แต่งกลอนหลอกด่าคนเห็นต่าง แชร์ข้อมูลที่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เสพข่าวเฉพาะฝ่าย เข้าข้างนักการเมืองที่เชียร์ สนับสนุนพรรคที่ตนชื่นชอบ และพยายามทำทุกวิถีทางแม้กระทั่งสร้างข้อมูลเท็จและบิดเบือนความจริง เพื่อโจมตีหรือดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามโดยเอาความสะใจเป็นที่ตั้ง ทำไมคนเราถึงยึดมั่นในความเชื่อทางการเมืองของตนจนกล้าแสดงพฤติกรรมเกรี้ยวกราดเข้าข่ายน่ารังเกียจเหล่านี้ได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา      น่าตกใจ! หลายคนเชียร์ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขามาจากระบบสกปรก หลายคนเชียร์ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาจะโกงกินชาติจากภาษีประชาชนต่อไป

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ช่วงที่กรุงเทพฯ เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง จนมีการรวมกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาล แม่ของผมคือคนหนึ่งที่ตั้งใจไปเข้าร่วมการประท้วงในครั้งนั้น ผมเคารพการตัดสินใจของแม่ แต่แม่กลับไม่เคารพการตัดสินใจของผม ทำให้เราทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงไม่ต่างกับความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนั้น      ก่อนที่เราจะทะเลาะกัน ผมไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วอะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้แม่ออกไปร่วมการชุมนุม (เพราะไม่เคยถามจนถึงตอนนี้) แต่ในตอนนั้นเคเบิลทีวีคือช่องทางเดียวที่แต่ละฝ่ายใช้ปลุกระดมความคิดและเน้นย้ำจุดยืนทางการเมืองกันอย่างเต็มที่ แล้วแม่ก็เสพแต่ข่าวเฉพาะฝ่ายที่ตนเองปักใจเชื่อ เป็นไปได้ว่าเนื้อหาจากข่าวสารอาจค่อยๆ

นึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าเราได้ยินบทเพลง คืนความสุขให้ประเทศไทย ตั้งแต่อายุ 12 จะเป็นอย่างไร… ‘ตังเม’ - รัชชา วีระเจริญ, ‘หนุน’ - ชนม์พศิน แก้วปราง และ ‘บอส’ -

เมื่อความสุขและความสำเร็จกลายเป็นผลลัพธ์หรือจุดหมายของชีวิตที่ทุกคนต้องการไปให้ถึง การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดจึงเกิดขึ้นได้จากการอ่านหนังสือ เพราะการอ่านนั้นมีพลัง แล้วพลังของหนังสือหนึ่งเล่มสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะถ้าหนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือแนวพัฒนาตัวเอง ด้วยวิธีการนำเสนอเนื้อหาเพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน จุดประกายให้ผู้อ่านฉุกคิด ชี้ให้เห็นรูปแบบความคิดและพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตัวเอง พร้อมทั้งแนะแนวทางเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้มีความมุ่งมั่นลงมือทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง      ทั้งหมดนี้คือกระบวนการเรียนรู้ที่ ‘ปูน’ –

กาลครั้งหนึ่ง ณ ประเทศอิตาลี ช่างไม้วัยชราได้สร้างหุ่นกระบอกไม้ขึ้นมา เพราะต้องการทดแทนความรู้สึกเปลี่ยวเหงาในชีวิต ภายใต้ชายคาบ้านชายชราอาศัยอยู่คนเดียวตามลำพัง ไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก ไม่มีใคร มีแต่หุ่นไม้ที่เขาตั้งชื่อว่า ‘Pinocchio’ วันหนึ่งหุ่นไม้ตัวนี้ได้รับโอกาสให้มีชีวิตเฉกเช่นมนุษย์ มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง แต่การจะได้เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์มีเงื่อนไขอยู่ข้อเดียวคือ Pinocchio

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1992 ฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนและนักแปลร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียงระดับโลกในวัย 43 ปี ณ ขณะนั้น ได้ตีพิมพ์ผลงานเขียนเรื่อง South of the Border,

สภาพชุมชมแออัด สังคมที่มีปัญหา ครอบครัวแตกแยก อาชญากรรม โศกนาฏกรรมของชีวิตเหล่านี้ถูกยึดโยงและผูกติดกับชื่อ ‘คลองเตย’ คล้ายว่าเป็นคำสาปที่เข้าปกคลุมทุกชีวิตในพื้นที่สีเทาแห่งนั้น หรือคำสาปคือความมืดบอดในหัวใจ ทำให้เราหลงเข้าไปในความคิดอคติ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วแง่มุมของชีวิตไม่ได้มีเพียงด้านเดียว หลายชีวิตกำลังเติบโต ต่อสู้ และดิ้นรนเพื่อทำลายคำสาปนั้น      ชีวิตจริงต่างจากนิทานปรัมปรา

เวลามีค่ากับคุณมากแค่ไหน? เมื่อเราเติบโตมาถึงช่วงวัยหนึ่ง คำถามเชิงนามธรรมเช่นนี้มักจะเป็นคำถามที่เราเฝ้าคิดและใคร่ครวญกับตัวเองเพื่อค้นหาคำตอบมายืนยันความหมายของการมีชีวิตอยู่      ก่อนหน้านี้เราเพิ่งได้อ่าน The Cult of Monte Cristo นวนิยายดัดแปลงจากบทละครเวทีในชื่อเดียวกัน ผลงานของ ‘อ้น’ - นพพันธ์ บุญใหญ่