Homeวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

ก่อนหน้านี้ตอนที่กำลังจะหาแรงบันดาลใจในการทำงานเขียน ‘พี่แหม่ม’ - วีรพร นิติประภา เคยบอกเล่าให้ฟังถึงนิยายคลาสสิกเรื่อง On the Road ของ แจ็ก เครูแอก ว่ามันคือการออกเดินทางครั้งใหญ่ในชีวิต แล้วกลับมาก้มหน้าก้มตาเขียนต้นฉบับนิยายทั้งเล่มเสร็จในรวดเดียว จนล่าสุด

วันนี้เมื่อหลายปีก่อน ผมนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ภายในนั้นมีแต่ภาพคนบาดเจ็บล้มตาย ตึกอาคารพังพินาศวอดวาย ความรุนแรงเกลื่อนเต็มท้องถนนกรุงเทพฯ ถ้อยคำดูถูก ด่าทอ เหน็บแนม เหยียดหยามฝ่ายตรงข้าม เกลื่อนเต็มโซเชียลมีเดีย      ข้อมูลข่าวสารส่วนใหญ่ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราทะเลาะกันได้ทุกเรื่อง ทุกประเด็น ทุกที่ ทุกเวลา

เมื่อเย็นวาน หลังจากกลับมาจากงานศพคุณแม่ของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง พอเปิดประตูบ้านเข้าไปก็ได้ยินเสียงแม่ของผมเองกำลังคุยโทรศัพท์กับพี่สาว พวกเขาคุยกันอยู่นาน พอจับใจความได้คร่าวๆ ว่าช่วงวันสงกรานต์ปีนี้ พี่สาวจะไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน น้ำเสียงแม่ฟังดูผิดหวังและเศร้า      ในรอบปีหนึ่งๆ ก็มีแค่วันหยุดยาวช่วงเทศกาลที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวเราจะสามารถเดินทางกลับบ้านเพียงสองครั้ง คือปีใหม่และสงกรานต์ มันเหมือนเป็นหมุดหมายที่แม่เฝ้ารอให้วนมาถึงในทุกๆ ปี ทุกวันเขากาวันที่บนปฏิทินแล้วนับถอยหลัง

ข้อดีประการหนึ่งของโซเชียลมีเดียก็คือทำให้เราได้กลับมาพบเจอเพื่อนเก่าๆ และมีภาพความหลังเก่าๆ ย้อนกลับมาให้ได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ อย่างในเพจกรุ๊ปของโรงเรียนเก่า มีบรรดาศิษย์เก่าหลายสิบรุ่นมารวมตัวกันอยู่เป็นร้อยคน นอกจากจะได้เห็นว่ารุ่นพี่รุ่นน้องคนไหนทำงานอะไรกันอยู่บ้าง บางทีก็ได้เห็นภาพของคุณครูที่โรงเรียนตั้งแต่สมัยเราเป็นเด็กๆ ว่าตอนนี้เขามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร อย่างครูประจำชั้นตั้งแต่สมัยประถม ซึ่งเวลาผ่านมานานเกือบสี่สิบปี จนถึงตอนนี้พวกเขาอายุปาเข้าไป 70-80 ปี แก่หง่อมพอๆ กับพ่อแม่ของเรา มีบางคนล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล

เหมือนเวลาที่เรากำลังนั่งประชุมกันอยู่ แล้วมีใครสักคนเริ่มต้นเปิดประเด็นนินทาเจ้านาย ซึ่งวันนี้เขาไม่ได้เข้าร่วมประชุมอยู่ในห้องนั้นด้วย      สังเกตไหม โดยที่เราเองอาจจะไม่รู้ตัว ระดับเสียงของเราแต่ละคนจะพลันหรี่ลง สายตาทุกคู่จะเหลือบไปมองกลอนประตูเป็นระยะๆ ระแวงว่าจะมีคนที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้เปิดผลัวะเข้ามา สักพักเราจะโน้มตัวเข้าหากันเพื่อพูดและฟังกันให้ถนัด บรรยากาศในห้องจะอึมครึมลงเหมือนมีเมฆหมอกปกคลุม ในขณะที่ประเด็นการพูดคุยในวงกลับเริ่มมีสีสันสว่างไสวขึ้นมา      สังคมอำนาจนิยมดำเนินไปแบบนี้ ในภาพกว้าง

1. เวลาทำสิ่งของอะไรตกหล่นลงพื้น ผมจะก้มลงมองตามมันไปด้วยใจสงบๆ ถ้าโชคดีที่มันเป็นอะไรที่ไม่แตกหักเสียหาย เช่น เป็นเหรียญห้าเหรียญสิบ เวลาทำตกหล่นไปก็แค่ก้มลงมองด้วยสายตาเปิดกว้าง เราจะเห็นเหรียญนั้นร่วงหล่นอย่างอิสระด้วยอัตราเร่งคงที่ ภายในตัวมันจะสะสมแรงกระทำไว้มากขึ้นๆ จะมีความเร็วเพิ่มขึ้นๆ ไปจนถึงจุดที่มองตามมันไม่ทัน ถึงแม้ได้คลาดสายตาไปแล้ว แต่ถ้าพยายามเงี่ยหูฟังให้ดี จะได้ยินเสียงดังกรุ๊งกริ๊งในจังหวะที่มันตกกระแทกลงกับพื้นแล้วกระเด้งกระดอนสะท้อนขึ้นลงหลายรอบ ผมจะเฝ้าติดตามว่าเสียงไพเราะเสนาะโสตนั้นดังมาจากทิศทางใด พอหันมองตามไป ก็มักจะเห็นมันกำลังกลิ้งหลุนๆ หลบเข้าไปใต้โต๊ะหรือใต้เก้าอี้

เรานัดเจอ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ ‘หนูหริ่ง’ หรือ ‘บ.ก. ลายจุด’ ที่มูลนิธิกระจกเงา เขาและทีมกำลังทำงานรับบริจาคและคัดแยกหนังสือนำส่งไปให้โรงเรียนในต่างจังหวัด ดูเป็นงานแบบเอ็นจีโอธรรมดาๆ ตรงหน้าที่เขาพอจะทำได้ในตอนนี้ โดยที่ภายในใจยังคงคุกรุ่นและอยากจะสร้างสีสันให้กับการเมืองในภาพใหญ่ เขาเป็นเอ็นจีโอมาตลอดทั้งชีวิต และร่วมเคลื่อนไหวการเมืองมาหลายช่วงเวลา

บนสนามของการแข่งขันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจจากใครหลายๆ คน รวมทั้งพื้นที่สื่อ ด้วยบุคลิกเฉพาะและลีลาการปะทะคารมระหว่างดีเบตด้วยคำพูดประจำตัวว่า “แล้วมันผิดตรงไหน” ซึ่งเขาเลือกใช้เป็นคำตอบเพื่อถามย้อนเมื่อถูกท้วงติงถึงแนวคิดและแนวทางที่ยึดถือ ตั้งแต่การน้อมนำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติเพื่อการทำงานด้านการเมือง ไปจนถึงการสนับสนุนพรรคการเมืองที่สืบทอดอำนาจเผด็จการทหาร      ในฐานะผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรคเขาคือผู้เล่นใหม่ แต่ถ้าในสนามของการเมืองไทย

'คนหนุ่มสาวที่ไม่เป็นลิเบอรัลนั้นไม่มีหัวใจ คนแก่ๆ ที่ไม่เป็นคอนเซอร์เวทีฟนั้นไม่มีสมอง' คำคมตลกๆ นี้อาจจะฟังดูเหมารวม และโอเวอร์ซิมพลิฟายด์ทรรศนะทางการเมืองของคนต่างวัย แต่ถ้าคุณได้มาทำงานเป็นสื่อมวลชนในเทศกาลเลือกตั้งอย่างตอนนี้ และได้ออกเดินสายสัมภาษณ์ผู้คนหลากหลายวัยที่เป็นนักการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมต่างๆ ก็จะพบเลยว่าคำกล่าวติดตลกนี้เป็นจริงอยู่ไม่น้อย      ตลอดเดือนที่ผ่านมา ผมได้พบปะกับนักการเมืองรุ่นเก่าๆ ที่ช่วงนี้กำลังโดนคนหนุ่มสาวโห่ฮาและด่าทอในโซเชียลมีเดีย มาบอกเล่าถึงเรื่องราวโลดโผนโจนทะยานในชีวิตวัยหนุ่มสาวของเขา ว่าเคยยืนหยัดต่อสู้เผด็จการ หรือขัดขืนกฎระเบียบเคร่งครัดของสังคม

ข่าวอาชญากรรมที่ปรากฏให้เห็นกันมากขึ้นในแต่ละวัน ทำให้ชนชั้นกลางตื่นตระหนกและฉุกคิดได้ว่าโลกภายนอกนั้นกำลังโกลาหลวุ่นวาย อีกไม่นานมันคงจะถล่มลงมาใส่ครอบแก้วแห่งความหรูหราสะดวกสบาย ทะลวงผ่านเขตแดนรั้วแห่งความปลอดภัยของเราเข้ามา      ข้างนอกนั่น ที่ซึ่งอยู่นอกเหนือไปจากการรับรู้และแวดวงของเรา มีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเราไม่ตระหนักถึงการดำรงอยู่ของพวกเขามาก่อน มีวิถีชีวิตและชุดความคิดที่แตกต่างไปจากเราราวฟ้ากับดิน เหมือนอยู่กันคนละโลก เรามักจะใช้คำเหมารวมเรียกพวกเขาอย่างดูถูกดูแคลนว่า พวกตลาดล่าง      ในแต่ละวันๆ ฟีดส์ในโซเชียลมีเดียของเราจึงดูเขย่าขวัญมากขึ้นๆ