Homeวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

แค่บัวลอยน้ำขิงอย่างเดียว ร้านที่ตลาดแถวบ้านก็ใส่มาในถุงพลาสติกสี่ใบ ใบหนึ่งใส่บัวลอย ใบหนึ่งใส่น้ำขิง ใบหนึ่งใส่ปาท่องโก๋กรอบ และอีกใบหนึ่งที่มีหูหิ้วด้วยใช้ใส่รวบรวมส่วนประกอบทั้งหมดที่ว่ามา ซึ่งถ้าต้องแยกน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลทรายแดง จำนวนถุงพลาสติกก็จะเพิ่มขึ้นไปได้อีก เมื่ออ่านมาถึงย่อหน้านี้ คุณก็คงจะพอเดาได้แล้ว ว่านี่จะเป็นอีกบทความหนึ่งซึ่งเขียนบ่นเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม เรื่องที่คุณรู้อยู่แล้ว และมีคนพูดถึงมันบ่อยมามากแล้ว คุณจะเริ่มอยากพลิกหน้ากระดาษหนีไปเสีย คำถามคือเพราะอะไร      ในขณะที่เราทุกคนตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา เรารู้แม้กระทั่งวิธีการต่างๆ

 ‘บุ๊ย’ - มนตรี บุญสัตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งแฟนเพจ ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง และเป็นแอดมินเพจวิ่ง Running Insider ที่เชื่อว่า “การวิ่งเป็นวิธีหนึ่งในการค้นพบและยอมรับตัวเอง เส้นชัยของการวิ่งมาราธอน คือจุดบรรจบของความสุข ความพึงพอใจเติมเต็มการใช้ชีวิต”      เขาเป็นนักวิ่งพ่อลูกอ่อน

เมื่อปี 2540 จู่ๆ คนไทยก็ตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับข่าวเศรษฐกิจกำลังล่มสลายในทีวี ค่าเงินบาทและดัชนีหุ้นร่วงลงแบบดิ่งเหว สวนทางกับดอกเบี้ยเงินกู้ที่พุ่งสูงขึ้นพรวดพราด สังคมระส่ำระสายอย่างหนัก ทั้งที่เพียงแค่ไม่กี่เดือนก่อนหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างยังดูสวยงาม ชนชั้นกลางส่วนใหญ่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ออฟฟิศสมัยนั้นยอมทำงานหามรุ่งหามค่ำ แลกกับโบนัสสูงลิบเป็นสิบเดือน เพื่อมาใช้จ่ายให้กับไลฟ์สไตล์กินดื่มเที่ยวหรูหรา ที่เห็นได้เกลื่อนกลาดตามหน้านิตยสาร รวมถึงการนำไปลงทุนในกระดานหุ้นเป็นสีเขียวมานานชั่วนาตาปี หรือไม่ก็คอนโดมีเนียมที่กำลังผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด      ตอนนั้นผมเองเพิ่งเรียนจบและทำงานมาได้สองสามปี

“เวลาพาแม่มาโรงพยาบาล เอ็งรู้สึกหดหู่ไหม” แม่เอ่ยถาม ตอนที่ผมขับรถพาเขากลับบ้าน หลังจากที่เขาบ่นปวดหลังและสะโพกมาหลายวัน ผมบอกให้ลองกินยาแก้ปวดแล้วนอนพักเยอะๆ เผื่อว่าไม่ได้เป็นอะไรมากและหายได้เองเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่คราวนี้เขาอยากให้ช่วยพาไปหาหมอ เพราะใกล้จะวันสารทจีนแล้ว ถ้ายังปวดอยู่แบบนี้ เขาจะออกไปซื้อของไหว้เจ้าไม่ไหว      ผมตื่นแต่เช้าตรู่ พาแม่ฝ่าการจราจรแถวแยกแคราย มุ่งหน้าไปศูนย์สิรินธรฯ เพราะคิดว่าที่นี่น่าจะมีหมอที่เชี่ยวชาญตรงกับความเจ็บป่วยของเขาที่สุด

เมื่ออ่านหนังสือ It's Complicated แล้วทำให้ผมนึกถึงซีรีส์เรื่อง Downton Abbey ผมชอบตรงที่ทั้งหนังสือและซีรีส์เล่าเรื่องชีวิตประจำวันอันแสนธรรมดาสามัญของผู้คน แต่โอบคลุมบรรยากาศทั้งหมดไว้ด้วยแนวความคิดที่สลับซับซ้อนกว่านั้น เกี่ยวกับสภาพสังคมภายนอกที่มีต่อสภาพจิตใจภายใน อันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี      It's Complicated เป็นหนังสือที่เรียบเรียงจากงานวิจัยแบบชาติพันธุ์วรรณา ตามติดชีวิตวัยรุ่นอเมริกันยุคมิลเลนเนียลกับการใช้งานโซเชียลมีเดีย ขณะที่ Downton

ความจริงแท้มีลักษณะอย่างไร? มันดำรงอยู่คงที่และดำเนินไปเป็นนิรันดร์ หรือว่ามันจำกัดตามการรับรู้ และสิ้นสุดลงพร้อมกับชีวิตของเรา      นี่คือคำถามปรัชญาที่ปรากฏอยู่ในหนังเรื่อง The Fault in Our Stars เป็นเรื่องราวของเด็กสาวผู้กำลังนับถอยหลังชีวิตตัวเอง เนื่องจากโรคมะเร็งที่รุมเร้าเข้ามา ทำให้เธอต้องพยายามดิ้นรนค้นหาสัจธรรมให้กับตัวเอง     ฉากสำคัญของเรื่องนี้มีอยู่ 2 ฉาก ฉากแรกนั้นไม่เกินความคาดเดา

ในเช้าวันอาทิตย์ที่สดใสวันหนึ่ง ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับข่าวว่าตำรวจจับตัวฆาตกรฆ่าหั่นศพได้แล้ว หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนกับทุกครั้ง ที่พอว่างนิดๆ หน่อยๆ หรือในวันหยุดพักผ่อน และคิดว่าเราจะได้ไปทำอะไรต่อมิอะไรมากมาย ที่อยากจะทำแต่ไม่ได้ทำในวันทำงาน แต่พอได้เริ่มต้นสไลด์หน้าจอมือถือเมื่อไหร่ กลายเป็นว่าจะต้องติดอยู่ข้างในนั้นอย่างไม่อาจถอนตัว      เริ่มด้วยการเปิดอ่านเนื้อหาข่าวร้ายๆ ไปสักพัก สายตาก็จะค่อยๆ เลื่อนลงสู่ที่ต่ำ ลองอ่านความคิดเห็นที่เข้ามามากมายจากคนอื่น เกิดความอยากรู้ขึ้นมาว่าพวกเขาคิดกันอย่างไร

เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน เคยมีคณะละครสัตว์มาแสดงที่ประเทศไทย ผมในวัยเด็กได้ติดสอยห้อยตามพวกพี่ๆ ไปนั่งดูด้วย จำได้ว่าชื่อคณะละครสัตว์ชิปเปอร์ฟิลด์ส เปิดแสดงกันหลายสิบรอบ ระยะเวลานานเป็นเดือน โหมโฆษณากันใหญ่โต ในยุคนั้นบ้านเรายังไม่ค่อยมีสื่ออะไร นอกจากหนังสือพิมพ์และวิทยุแบบเดิมๆ ทีวีมีแค่สี่ช่อง แถมยังต้องพักการออกอากาศช่วงเย็นเพื่อช่วยชาติประหยัดไฟ ผู้คนไม่มีข้อมูลข่าวสารให้เสพมากนัก พอมีการแสดงระดับโลกแบบนี้เข้ามา ก็เลยกลายเป็นกระแสฮือฮากันทั้งบ้านทั้งเมือง      พอตกเย็น