Homeวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ (Page 3)

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

Unbreakable เป็นหนึ่งในหนังเรื่องโปรดของผม และเวลาใครถามว่าชอบผู้กำกับฮอลลีวูดคนไหน ผมมักจะนึกถึง เอ็ม. ไนต์ ชยามาลาน พอตอบไปพวกเขาก็มักจะทำหน้าแปลกใจ ว่าทำไมผู้กำกับที่ทำงานแบบผีเข้าผีออกคนนี้ถึงได้น่าสนใจ      ผมชอบหนังของชยามาลาน ไม่ใช่เพราะว่ามันสนุกหรือว่าบันเทิงอะไร แต่เพราะเวลาดูๆ ไปมันเหมือนได้เล่นเกมทายปริศนา เรื่องราวที่สมมติเงื่อนไขประหลาดๆ

1. เวลาขับรถเร็วๆ บนหนทางยาวไกล มักจะมีความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างผุดขึ้นมาภายในใจ มันเป็นความภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ ระคนกันกับความรู้สึกแปลกใจ และแปลกแยกกับสถานการณ์ตรงเบื้องหน้า เมื่อมองออกไปเห็นท้องฟ้าสว่างไสว สองมือเกาะกุมพวงมาลัยไว้มั่น ควบคุมทิศทางที่ตนเองกำลังมุ่งไป เข็มเกจ์วัดรอบเครื่องยนต์แกว่งไกว เข็มบนหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือข้างซ้ายกระดิกไป ผมรู้สึกแปลกแยกเหมือนว่าตัวเองไม่ได้เป็นตัวเอง แปลกใจที่รู้สึกเหมือนเราเป็นคนอื่น เพราะสถานการณ์ตรงหน้ามันเป็นสิ่งที่มีแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่ทำได้ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกภาคภูมิใจที่เราได้เป็นเหมือนคนรุ่นพ่อเรา รุ่นพี่

พวกน้องๆ ที่ทำงานด้วยกัน มักจะชอบแกล้งอำผมด้วยการทำท่าทำทางล้อเลียน ผมเป็นคนประเภทที่ชอบเผลอทำมือทำไม้เวลาตั้งใจพูดอะไรจริงจัง เช่น เมื่อต้องอธิบายความคิดอะไรออกมาในที่ประชุม มักจะต้องออกท่าทางมือไม้เปะปะไปโดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็ตอนโดนอำและเห็นคนอื่นหัวเราะคิกคัก ผมไม่เข้าใจว่าหัวเราะอะไรกัน จนพวกเขาเฉลยว่ากำลังทำท่าเลียนแบบผมอยู่      มันมีอยู่ด้วยกันสองท่า ท่าแรกคือการยกมือข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมา ทำเหมือนกำลังถือประคองวัตถุอะไรสักอย่างอยู่ในอุ้งมือ แล้วหมุนมันไปในทิศตามเข็มนาฬิกา คล้ายกับตอนที่เราเปลี่ยนหลอดไฟบนเพดาน

เราเรียกมันว่าหน้ากากเสือ มันคือแมวจรจัดที่มาเพ่นพ่านอยู่ในหมู่บ้านนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่เคยสังเกต แต่เราเพิ่งเห็นมันมาปักหลักอยู่แถวหน้าบ้านเราเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมานี้เอง ไปๆ มาๆ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าบ้านเราเลี้ยงแมวสามตัวเข้าไปแล้ว เริ่มต้นจากจิ๋วหลิวที่เราเลี้ยงไว้ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน มันจะถูกเลี้ยงอยู่แต่ในบ้านแบบระบบปิด ไม่ปล่อยออกไปนอกบ้าน มีชามน้ำชามข้าวและกระบะทรายประจำให้ไว้      อีกตัวคือแมวจรที่ผมเคยเขียนถึงในบทบรรณาธิการตอนหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว มันชอบมาวนเวียนอยู่หน้าบ้าน ร้องเรียกเบาๆ พร้อมด้วยสายตาอันเว้าวอน ก่อนที่จะล้มตัวลงกลิ้งเกลือก นอนยกแขนขาและโชว์พุงล่อหลอกให้เราลูบเล่น

เมื่อหลายปีก่อน ผมไปสัมภาษณ์ ‘พี่จุ้ย’ - ศุ บุญเลี้ยง มีช่วงหนึ่งของการสนทนา เราคุยกันเรื่องการพัฒนาตัวเองและการหาแสวงหาแรงบันดาลใจจากการเดินทาง เพราะผมชอบที่เขาแต่งเพลงเกี่ยวกับทะเล ภูเขา และเขียนหนังสือยอดฮิตเกี่ยวกับการเดินทาง ผมคิดว่าเขาคงได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากการเดินทาง จึงถามไปว่า การเดินทางครั้งไหน ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อตัวเขาเองมากที่สุด  เขาตอบว่า

ก่อนจะมาเป็นแผนภาพวงกลมสี่วงตัดกันที่เรียกว่า อิคิไก แท้จริงแล้วมันเคยเป็นแผนภาพ Purpose Venn Diagram มาก่อน และก่อนที่มันจะมีครบทั้งสี่วง มันเคยถูกอธิบายด้วยวงกลมเพียงสองหรือสามวง       พวกครูแนะแนวหรือครูสอนศาสนา จะถามถึงหลากแง่มุมในชีวิตของผู้ที่มาขอคำปรึกษา ซึ่งมักจะเป็นพวกคนหนุ่มสาวที่กำลังจะเรียนจบแล้วรู้สึกเคว้งคว้าง จับต้นชนปลายไม่ถูก ว่าควรเริ่มต้นชีวิตแบบผู้ใหญ่ที่ต้องมีความรับผิดชอบอย่างไร