ความสำเร็จและแนวคิดสุดล้ำของ FREITAG แบรนด์สตรีทแฟชั่นที่เริ่มต้นจากผ้าใบคลุมรถบรรทุก

Connecting the Dot
13 Dec 2017
เรื่องโดย:

ปริญญา ก้อนรัมย์

แฟนๆ ของแบรนด์ FREITAG ต้องไม่พลาดไปเยือน FREITAG Store สาขาใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ณ สยามสแควร์ ซอย 7 ซึ่งถูกออกแบบโดย คอร์ซิน ซาร์น Holistic Designer ของ FREITAG Zürich ผู้ที่ทำหน้าที่ออกแบบสโตร์ทั้งหมดในยุโรป และใครที่ไปตอนนี้จะได้ชมนิทรรศการเล็กๆ ที่จะทำให้คุณได้รู้จักความเป็นมาตั้งแต่แรกเริ่มของแบรนด์ FREITAG อย่าง F-Exhibition

ใครจะคิดว่าผ้าใบคลุมรถบรรทุกเก่าๆ จะกลายมาเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ FRIETAG กลายเป็นแบรน์สตรีทแฟชั่นที่ครองใจคนรุ่นใหม่ได้ในทุกวันนี้ ทั้งหมดเริ่มต้นมาจากไอเดียบนอานจักรยานของสองพี่น้อง มาคัส และ ดาเนียล ฟรายทาก ที่คว้าจับความคิดที่อยู่ในอากาศมาผสมผสานกับความเป็นไปได้ และหัวใจที่รักโลกใบนี้เอาไว้ด้วยกัน

freitag

จุดเริ่มต้นบนอานจักรยาน…

FREITAG ถือกำเนิดขึ้นในปี 1993 จากความคิดของสองพี่น้องดีไซน์เนอร์ มาคัส และ ดาเนียล ฟรายทาก (Markus and Daniel Freitag) โดยพวกเขาทั้งสองเกิดในครอบครัวแถบชนบท ส่งอิทธิพลให้ทั้งสองใส่ใจสิ่งแวดล้อมและรักธรรมชาติ จุดเริ่มต้นของไอเดียจริงๆ เกิดในช่วงเริ่มทำงานแรกๆ มาคัสเป็นนักออกแบบดิสเพลย์หน้าร้าน ส่วนคนน้องทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ สิ่งที่ประสบร่วมกันคือพวกเขาทั้งสองปั่นจักรยานไปทำงานทุกวัน และต้องทนกับฝนที่ตกเป็นประจำในนครซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กระเป๋า Messenger Bag ที่มีขายในตลาดก็ไม่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งความทนทานและการกันฝนให้กับพวกเขา


ผ้าใบรถบรรทุก และวิวจากหน้าต่างห้องพัก…

พวกเขาเริ่มมองหากระเป๋าที่สะดวกสำหรับการปั่นจักรยาน โจทย์คือต้องทนทาน กันน้ำ และมีดีไซน์สวย สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจลงมือทำกระเป๋าในจินตนาการขึ้นเอง ซึ่งไอเดียมาหยุดลงตรงที่ผ้าใบคลุมรถบรรทุกที่เห็นอยู่ทุกวันจากวิวหน้าต่างห้องพัก ผ้าใบถูกนำมาทำความสะอาด ตัดเย็บในห้องพักของพวกเขา มาคัสเล่าว่า

“เราต้องการกระเป๋าที่แข็งแรงและกันน้ำ ในปี 1993 เรายังไม่มีอินเทอร์เน็ตที่จะใช้สืบค้นวัสดุที่ต้องการได้ บังเอิญที่วิวจากห้องครัวของเราทำให้เห็นรถบรรทุกและผ้าใบที่หมดอายุการใช้งานแต่สภาพยังดี แล้วหลังจากนั้นก็อย่างที่ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้ว” (จากบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร a day BULLETIN ฉบับที่ 431)


ชุบชีวิตสิ่งไร้ค่าด้วยดีไซน์…

กระเป๋า FREITAG ขึ้นชื่อว่าเป็นกระเป๋ารักษ์โลก สองพี่น้องเคยให้สัมภาษณ์ย้อนความหลังว่า เมื่อปี 1989 พวกเขาเริ่มรู้จักและให้ความสนใจธุรกิจสีเขียวที่มีไอเดียหลักจากการรีไซเคิลสิ่งต่างๆ ผ่านแคมเปญคืนขวดของแบรนด์โยเกิร์ตในประเทศของตัวเองซึ่งสอดคล้องกับไอเดียที่เขานำมาปรับใช้ในธุรกิจ กระเป๋าทุกใบของ FREITAG เป็นผลผลิตจากผ้าใบรถบรรทุกที่ใช้งานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี และนำมาผสมผสานไอเดียกับวัสดุเหลือทิ้งอื่นๆ ทั้งสายเข็มขัดนิรภัย ขอบยางในรถจักรยาน จนเกิดเป็นกระเป๋าที่มีเอกลักษณ์สุดโดดเด่น


FREITAG ออกเสียงว่า…

คำว่า FREITAG มีรากศัพท์มาจากภาษาเยอรมัน ดาเนียลเล่าอธิบายการออกเสียงของแบรนด์ให้ฟังว่า

“ถ้าพูดด้วยสำเนียงเยอรมันหรือสวิส จะออกเสียงว่า ‘ฟราย-ทาก’ แต่จริงๆ แล้วจะอ่านว่าอะไรก็ได้ไม่ว่ากัน (หัวเราะ) ‘Freitag’ เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า วันศุกร์ ซึ่งเป็นวันทำงานวันสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มวันหยุดสุดสัปดาห์ คนเรามีความรู้สึกดีๆ กับวันศุกร์อยู่แล้ว และคำนี้ก็ยังเป็นนามสกุลของผม ย้อนกลับไปตอนที่ผมกับพี่ชายพยายามหาชื่อเจ๋งๆ ให้กับแบรนด์ เราพยายามคิดชื่อใหม่ๆ ขึ้น จนมีเพื่อนของเราคนหนึ่งบอกว่า ‘พวกนายมีชื่อที่ดีอยู่แล้ว ทำไมไม่ใช้เสียเลย’ เราก็เลยเรียกผลิตภัณฑ์ของเราว่า FREITAG ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

freitag

กระเป๋าทุกใบมีเอกลักษณ์ของตัวเอง…

เสน่ห์สำคัญของกระเป๋า FREITAG นอกเหนือไปจากการนำวัสดุเหลือใช้มาทำประโยชน์สูงสุดแล้วนั้น ยังมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ไม่เหมือนกันในแต่ละใบ ผ้าใบจากรถบรรทุกแต่ละผืนล้วนมีร่องรอยแตกต่างกัน ลวดลายที่เกิดขึ้นบนกระเป๋าจึงไม่สามารถคาดเดาได้ ทำให้ผู้ที่ครอบครองรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้คนเดียวในโลก โดยสองพี่น้องเข้าใจจุดนี้หลังจากได้ชมภาพยนตร์ Wild at Heart ของ David Lynch ซึ่งตัวเอกในเรื่องกล่าวประมาณว่า ‘เสื้อแจ็กเก็ตหนังงูคือสิ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของผม’ แน่นอนสองพี่น้องนำความอยากแตกต่างของคนยุคนี้มาใช้ จนทำให้บางคนหลงใหลแบรนด์นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น


มูลค่าที่แท้จริง…

มาคัสพูดถึงประเด็นมูลค่าของกระเป๋าแบรนด์นี้ว่า

“สินค้าของเราตั้งราคาไว้สูงไม่ใช่แค่เพราะมูลค่าทางการตลาด แต่เป็นเพราะขั้นตอนการผลิต เราสัั่งซื้อวัสดุจากยุโรป ยกตัวอย่าง ผ้าใบรถบรรทุก 1 ผืน ก็ใช้ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมดที่ได้มา ค่ากระบวนการรีไซเคิล ค่าช่างฝีมือซึ่งเราเลือกใช้ช่างฝีมือชาวยุโรปมากกว่าจะส่งไปทำในเอเชียที่ค่าแรงถูกกว่า เพราะจะสร้างมลภาวะให้โลกเพิ่มขึ้นอีกจากการขนส่ง ดังนั้น จากราคา เราจึงไม่ใช่กระเป๋าที่ซื้อใหม่ได้ทุกเดือน เพราะตั้งใจให้คนที่ซื้อไปใช้ผลิตภัณฑ์ของเราให้นานที่สุด และคุ้มค่าที่สุด” (จากบทสัมภาษณ์ใน a day BULLETIN ฉบับที่ 431)


Simply the Best…

Simply คือคำหนึ่งที่อธิบายการทำงานของสองพี่น้องคนนี้ได้ดี เพราะไอเดียการแก้ปัญหาของแบรนด์ FREITAG ได้ดี คือการตั้งต้นจากความง่าย และแปรรูปความแตกต่างให้สัมผัสได้ง่าย เมื่อเดินเข้าไปในช็อปจะรู้สึกเข้าถึงสินค้าของพวกเขาได้ทันที ดาเนียลเสริมว่า

“แนวคิดของเราคือใช้วิธีที่เรียบง่ายในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน อย่างชั้นวางสินค้าของเราที่ประกอบจากกล่องใส่กระเป๋าหลายๆ อันให้ออกมาเป็นตู้ใส่กระเป๋า ซึ่งตัวชั้นจะสามารถสูงแค่ไหนก็ได้ กว้างแค่ไหนก็ได้ และเราจะมีลิ้นชักประกอบเข้ากับชั้นวาง ก่อนจะติดรูปกระเป๋าใบนั้นๆ ที่ฝาลิ้นชัก เพื่อแก้ปัญหาลูกค้าหาสินค้าไม่เจอ เพราะว่ากระเป๋าเราไม่เหมือนกันเลย”


รหัสลับความสำเร็จ…

กลยุทธ์ทางการตลาดของสองพี่น้องนั้นสวนทางกับตำราธุรกิจทั่วไป ที่มักจะมองเป้าหมายที่กำไรสูงสุด ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย แต่พวกเขาบอกเองว่า FREITAG เป็นแบรนด์ที่ทำธุรกิจแบบ Brand Friends เหมือนทำของให้เพื่อนใช้มากกว่า ดาเนียลเผยว่า

“เราให้ความสำคัญด้านผลิตภัณฑ์มาตลอดโดยแทบไม่ได้นึกถึงธุรกิจเลย เราพยายามจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ตอนนี้ก็ยังมีความตั้งใจเหมือนแต่ก่อน ไม่ว่าจะทำให้เพื่อนหรือทำออกมาจำหน่ายให้คนอื่นทั่วโลก เราพยายามนำตัวเองเข้าไปเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยไม่ได้ใช้แนวคิดของการแบ่งกลุ่มลูกค้า แต่เราจะผลิตเฉพาะสิ่งที่เราเชื่อเท่านั้น เราไม่วิ่งเข้าหาเทรนด์ แต่เป็นการตามหาคนที่มีความสนใจเหมือนกับเรามากกว่า” (จากบทสัมภาษณ์ใน a day BULLETIN ฉบับที่ 324)

freitag
ภาพ : กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร
แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ปริญญา ก้อนรัมย์

ชื่นชอบการถามเพื่อนว่า “ชีวิตช่วงนี้เป็นไงบ้าง?” ส่วนถ้าช่วงนี้ใครถามกลับมา จะตอบไปว่า “กำลังหามรุ่งหามค่ำเพื่อชีวิตเอกเขนก...”