ย้อนรอยตามหา ‘รองเท้าคู่ที่ใช่’ ที่ทำให้ O&B เป็นแบรนด์ออนไลน์ที่ทำรายได้หลักร้อยล้าน

Connecting the Dot
30 Nov 2017
เรื่องโดย:

a day BULLETIN Team

เหมือนกับที่ มาริลิน มอนโร เคยพูดไว้ว่า ‘หากหญิงสาวได้เจอรองเท้าคู่ที่ใช่ เธอจะสามารถพิชิตโลกทั้งใบได้เลย’  การค้นพบตัวตน (และรองเท้า) คู่ที่ใช่ ก็ช่วยจุดประกายให้ O&B เป็นแบรนด์เครื่องหนังที่กำลังโตวันโตคืนเช่นกัน  และแม้ว่าเจ้าของแบรนด์คนเก่งอย่าง ‘ต้า’ – รรินทร์ ทองมา จะต้องลองผิดลองถูกไปบ้างกว่าจะเจอเส้นทางและรองเท้าคู่ใจ แต่ทุกก้าวบนโลกธุรกิจออนไลน์ของเธอนั้นก็คุ้มค่า น่าตื่นเต้น แถมยังทำเงินหลายร้อยล้านเลยด้วย!!

 

ทำสิ่งที่น่าเสียดาย…

เราคงเป็นเหมือนตัวแทนเด็ก Gen Y คนอื่นๆ ที่อยากมีธุรกิจส่วนตัวมากกว่าทำงานในองค์กรใหญ่ๆ อยากทำสิ่งสนใจมากกว่าจะแคร์ตัวเงิน แต่เมื่อเรียนจบด้านออกแบบผลิตภัณฑ์จากมหาวิทยาลัยศิลปากรมา ก็เริ่มต้นด้วยการทำงานประจำด้าน Visual Merchandising ให้แบรนด์แฟชั่น เลยยังสับสนตลอดว่าอนาคตจะทำอะไร จนเราอ่านหนังสือแล้วเจอประโยคนึงถามว่า ‘ในอีก 50 ปีข้างหน้า เราจะเสียดายหากไม่ได้ทำอะไรมากที่สุด?’ อ่านจบแล้วก็ไฟลุกเลย (หัวเราะ) มองเห็นภาพว่าเราจะมีแบรนด์แฟชั่นของตัวเอง ถ้าไม่ได้ทำคงเสียดายมาก ก็เลยตัดสินใจไปเรียนต่อมาร์เก็ตติ้ง

 

เงินก้อนสุดท้าย…

พอเรียนจบกลับมาอีโก้ก็สูงมากไปด้วย เราเริ่มทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็กโดยที่ไม่รู้เรื่องเลย ลูกไม่มี แฟนก็ไม่มี แค่เรียนมาเลยคิดว่าเข้าใจทุกอย่าง จนสุดท้ายก็เจ๊ง มันทั้งเฟลและกดดัน ที่บ้านก็เริ่มตั้งคำถามว่าทำอะไรอยู่ เราเหลือเงินก้อนสุดท้ายเก้าหมื่นบาท ตัดสินใจเอามาทำ O&B ซึ่งตอนนั้นถ้าไม่รอดก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไงต่อเหมือนกัน ตรงนี้เลยทำให้เราได้สติขึ้น ความมั่นใจที่มีเยอะๆ ก็หายไปหมด กลายเป็นคนที่เปิดกว้างรับฟังคนอื่น เพราะรู้ตัวดีว่าเงินน้อย เลยต้องใช้สมองให้มาก

 

เริ่มก่อนได้เปรียบ…

เราเริ่มทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่รับออเดอร์ ทำกราฟิก ทำเว็บไซต์ สไตลิ่ง เขียนแบบ ดีลกับโรงงาน จนถึงแพ็กกล่องส่งลูกค้า 5 ปีที่แล้วธุรกิจออนไลน์ยังไม่มีอะไรเลย Zalora เพิ่งเข้า Lazada ก็ยังไม่มีใครรู้จัก ทุกคนมองการขายออนไลน์เป็นที่ของมือสมัครเล่น แต่เทรนด์ของโลกมันเป็นอย่างนี้ เมืองไทยแค่ยังใหม่เลยไม่มีใครเห็นค่า มันเลยเท่ากับว่าใครเริ่มก่อน คนนั้นได้เปรียบ

 

ของใช้ใกล้ตัว…

เราลองหาว่ามีอะไรที่ตัวเองชอบและคุ้นเคยมากที่สุด แล้วก็พบว่าเป็นพวกกระเป๋ารองเท้านี่แหละ จากที่เรียนโปรดักดีไซน์ ทำงานประจำก็ได้จัดร้านกระเป๋าทุกวันมา 3 ปี แล้วก็ไปเรียนอิตาลีที่เป็นแหล่งเครื่องหนังของโลกอีก แปลกมากที่ตอนเรียนจบใหม่ๆ กลับไม่เคยคิดถึงข้อนี้เลย เราเลยเริ่มทำจากกระเป๋าก่อนเพราะง่ายกว่าเรื่องไซซ์ ขายมาเรื่อยๆ จนมาเจอรองเท้ารุ่นออเดรย์ รองเท้าทรงบัลเลต์ 50 สีที่เป็นตัวทำเงินของแบรนด์ ตลกดีที่สุดท้ายมันกลับเป็นอะไรที่ใกล้ตัวมากๆ เราใส่รองเท้าแบบนี้มาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ใช้มาทุกวัน รู้ว่าคนใส่เขาอยากได้รองเท้าบัลเลต์แบบไหนจนได้มาเข้าใจวิธีการทำ มันเลยออกมาเป็นรองเท้าบัลเลต์ที่ดีที่สุดสำหรับคนใส่จริงๆ

 

O&B
ภาพ : กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร

 

ยอดขาย 4 แสน, กำไร 4 พัน…

ปีแรกยอดขายเราประมาน 3-4 แสนต่อเดือนเลยนะ เยอะมาก แต่เรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น ภายนอกทุกอย่างดูสวยหรูดูดี เป็นช่วงที่เพจเฟซบุ๊กยังเข้าถึงคนได้ง่ายๆ จนเราได้กลับมาเจอบทเรียนใหม่อีกรอบ ด้วยความที่ไม่ชอบบัญชี เลยไม่ได้สนใจมันเลย โง่มากถึงขนาดที่คิดว่ายอดขาย 4 แสนที่เข้ามาเป็นรายได้ทั้งหมด เราไม่เคยวางแผนซื้อสต๊อก ไม่เคยกันเงินหมุน แค่ขายอย่างเดียว จนครบปีแรก เพื่อนเดินมาบอกว่ามีข่าวดีกับข่าวร้าย ข่าวดีคือปีนี้มีกำไร แต่ข่าวร้ายคือกำไรแค่ 4 พัน กลายเป็นว่าที่ทำงานหนัก 9 โมงถึงเที่ยงคืนมาทั้งปี ได้กำไรตกวันละ 10 กว่าบาท

 

อย่าใช้เงินแก้ปัญหา…

วันนั้นเลยเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ทำให้เราเริ่มวางแผนการเงินและศึกษาเรื่องบัญชีที่เคยปฏิเสธมาตลอด เหมือนได้ยกเครื่องตัวเองใหม่หมด ได้กลับมามองว่าตรงไหนต้องเพิ่ม ตรงไหนต้องตัด แล้วก็ได้เข้าใจจริงๆ ว่า การจะเป็นเจ้าของกิจการมันไม่มีคำว่าทำส่วนนี้ไม่ได้ ทำส่วนนั้นไม่ได้ ถ้าตอนรับเงินคุณรับหมด ตอนทำก็ต้องรู้หมดเหมือนกัน นี่เป็นกับดักความสำเร็จของคนมีเงินเลยนะ ตรงไหนที่ทำไม่ได้ เราก็ต้องไปเรียนรู้ ไม่ใช่แค่จ้างคนอื่นมาทำแล้วจบไป เราใช้เงินแก้ปัญหาตลอดไม่ได้หรอก

 

เข้าใจตัวเอง เข้าใจลูกค้า…

พอเข้าใจแบรนด์ตัวเองชัดเจนแล้ว มันเลยทำให้เข้าใจลูกค้าไปด้วย เราไม่ได้รู้ไปทุกอย่างหรอกนะ แต่รู้จักความต้องการของลูกค้าเราเป็นอย่างดี นี่คือจุดแข็ง O&B เรามองว่าลูกค้าของเราเป็นผู้หญิงไทยวัยทำงานที่ฉลาดเลือก พวกเขามีความรู้และศึกษาข้อมูลเพื่อเลือกหาสิ่งที่ใช่ ในราคาที่เหมาะสมที่สุด ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจึงผ่านการคิดเพื่อให้ตอบโจทย์เหล่านี้

 

เติบโตจากปัญหา…

สุดท้ายมันย้อนมาจุดเริ่มต้นที่ให้ทำอะไรที่เรารักแหละ ธุรกิจก็เหมือนการแต่งงาน มีสุข มีทุกข์ มีปัญหาให้ต้องแก้อยู่ทุกวัน แต่ถ้ารักกันจริง ใจมันจะสู้ มันเลยผ่านมาได้ มักมีคนถามเราว่าทำยังไงให้ประสบความสำเร็จ เราบอกได้เลยว่าเป็นเพราะความอึด อย่ายอมแพ้เวลาที่ต้องเจอกับปัญหา เพราะเราจะได้เติบโตขึ้นทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับมัน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

a day BULLETIN Team

Where the Conversations Begin: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่