Home2018November

November 2018

นอกจากจะเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชาวล้านนาแล้ว เชียงใหม่ยังจัดว่าเป็นเมืองสีเขียวที่สามารถรักษาต้นไม้ใหญ่อายุกว่าร้อยปีให้เติบโตสอดคล้องไปกับการอยู่อาศัยได้อย่างน่าชื่นชม ทำให้บริเวณตัวเมืองมีความเขียวชอุ่ม ร่มรื่น ไปเยือนทีไรก็สูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด จนบางทีเราก็นึกแปลกใจว่า เมืองภาคเหนือสุดชิลแห่งนี้มีวิธีการดูแลและจัดการการอยู่อาศัยร่วมกับต้นไม้ใหญ่ได้อย่างไร        TCP Spirit โครงการเพื่ออาสาแนวใหม่ จากนโยบายด้านความยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจ TCP จึงชวนอาสาสมัครกว่า 100 ชีวิต ไปหาคำตอบด้วยกันในกิจกรรม TCP Spirit ครั้งที่ 2 : หมอต้นไม้ เชียงใหม่ โดยพาอาสาสมัครคนรุ่นใหม่นั่งรถไฟไปเรียนรู้การดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มานับ 100 ปี ทั้งยังสร้างโอกาสให้กับอาสาสมัครในภาคเหนือได้มีประสบการณ์ตรงกับการทำงานร่วมกับหมอต้นไม้แห่งเมืองเชียงใหม่ขณะทำงานจริง พร้อมกับนักแสดงหนุ่มมากฝีมือ และ TCP Spirit Ambassador ผู้มีใจรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน     ต่อยอดสู่การปฏิบัติงานจริง      ‘TCP

อุบัติเหตุจราจรทางบกนับความสูญเสียทั่วประเทศไทยในปี 2560 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8,727 ราย รวมเป็นมูลค่าความเสียหาย 52,018,356 ล้านบาท นับเป็นตัวเลขสถิติที่น่าใจหาย เหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ไม่อาจคาดเดาหรือควบคุม แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วสุดท้ายก็สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับญาติมิตรทุกคน พวกเราพอจะทำอะไรที่จะช่วยเหลือเยียวยาจิตใจให้กับผู้สูญเสียได้บ้าง นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นในใจของ ปิยวัฒน์ อนุกูล หรือ ‘โอม โปเตโต้’ ทำให้เขาอยากลงมือทำอะไรสักอย่าง และในที่สุดเขาก็ได้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู โดยให้เหตุผลว่า ‘อยากพาผู้เสียชีวิตกลับไปให้ถึงบ้าน’ สิบปีที่ผ่านมาเขาก็ทำหน้าที่นี้อย่างมุ่งมั่นมาโดยตลอด   เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง      “ทุกวันนี้ผมก็ยังร็อกอยู่นะ” ปิยวัฒน์ตอบเราอย่างอารมณ์ดี เมื่อเราขอมานั่งคุยเรื่องที่เขาใช้ชีวิตอีกด้านในการเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เพราะสงสัยว่าทำไมร็อกสตาร์ถึงแบ่งเวลามาทำงานอาสาสมัครแบบนี้       “เอาจริงๆ นะ แต่ละคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน ถ้าผมไม่มาเป็นอาสาสมัครผมก็คงปาร์ตี้หนักหน่วงอยู่กับเพื่อนๆ และงานนี้ผมเองอยากทำมาตั้งแต่เด็ก ผมเข้าวัดมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณตาพาไป ดังนั้น ผมจึงมองว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย

แม้วิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันจะเปลี่ยนไป แต่เงื่อนไขเรื่องการเงินยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราต้องคำนึงถึงเสมอ เพราะชีวิตไม่ใช่แค่เรื่องของการทำงานหนักเพื่อหาเงิน เก็บเงิน และใช้มันทั้งหมดด้วยตัวเอง เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราจะรับรู้ได้ว่าชีวิตเรายังเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับครอบครัว คนที่เรารัก และคนที่เราต้องการดูแลอีกด้วย เพียงแต่น้อยคนที่จะตระหนักได้ถึงการวางแผนทางการเงินที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น      “เรารู้สึกว่าการไม่มีเงินเหลือเก็บเป็นเรื่องหายนะมาก ในขณะที่คนอื่นอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรามองว่าอันตรายนะ แล้วยิ่งไม่เหลือให้ใครข้างหลังเลยมันยิ่งน่ากลัวมาก”      ‘อ้อม’ - พรพิมล ผู้พัฒน์ สถาปนิกสาวคนเก่ง บอกกับเราในบางตอนของบทสนทนาที่ชี้ให้เราเข้าใจถึงความสำคัญของการเริ่มวางแผนการเงินตั้งแต่ยังอายุน้อย เธอเป็นสถาปนิกที่ประสบความสำเร็จสูงด้านรายได้ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เธอกลับตระหนักได้ว่าเธอไม่มีเวลาให้กับครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งนำไปสู่การวางแผนลงทุนการเงินกับธุรกิจใหม่ที่เธอเลือกเอง เพื่อนำพาชีวิตไปสู่ความมั่นคงทางการเงิน พร้อมเปิดโอกาสให้เธอได้มีอิสรภาพทั้งทางการเงิน และเวลาอย่างเหมาะสมเพื่อคนที่เธอรักได้       เพราะคุณค่าของเงินไม่ได้อยู่ที่มูลค่า แต่ต้องทำให้เรามีเวลาที่จะดูแลคนที่เรารักได้ด้วย     ชีวิตที่ทุ่มให้กับงานสถาปนิก      เราทำงานเป็นสถาปนิกมาตั้งแต่เรียนจบ อย่างที่ทราบว่างานสถาปนิกค่อนข้างหนัก แต่ออฟฟิศเราก็ค่อนข้างยืดหยุ่นให้พอสมควร เพราะเขาอยากได้คนรุ่นใหม่ไปทำงาน ก็ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเข้าออฟฟิศ แต่ยังไม่ถึงขนาด work from home เราทำมาประมาณ 8-9

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ต่างมองหา ‘อิสระในชีวิต’ ที่ไม่ต้องยึดติดกรอบของการทำงาน เพียงแต่เงื่อนไขของความมั่นคงทางการเงิน อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังไม่สามารถใช้ชีวิตอิสระเช่นนั้นได้ หลายคนยังคงต้องต่อสู้กับการวางแผนชีวิต วางแผนการเงิน ที่ดูยุ่งยากจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว รีบบึ่งไปทำงานแต่เช้า ฝ่ารถติดกลับบ้านค่ำมืด หมดแรงไปกับการทำงานเก็บเงินเพื่อสร้างรายได้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็แทบไม่มีแรงเหลือพอจะไปทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ คำถามคือ เราอยากได้ชีวิตแบบนี้จริงหรือ?      ‘บ๊อบบี้’ - ณรุส มหัคฆพงศ์ นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ เขาคิดมาตลอดว่าอยากมีชีวิตอิสระ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ มีรายได้เพียงพอที่จะใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ แต่เขาอยากบอกกับหลายๆ คนว่า ชีวิตแบบนี้อาจจะเป็นเพียงแค่ฝันที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้าหากไม่มีการวางแผนชีวิต วางแผนการเงิน และมองหาเครื่องมือที่เหมาะสมให้คุ้มค่ากับการลงแรงอย่างเต็มที่เพื่อแลกกับอิสระที่ชีวิตต้องการ      เพราะคนเราเลือกได้ เราสามารถเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับชีวิตได้ และเครื่องมือที่ดีนั้นจะทำให้เรามีอิสระที่จะเลือกชีวิตที่ดีได้เช่นกัน     บทสนทนาเรื่องเป้าหมายชีวิตบนโต๊ะอาหาร      เราเกิดและเติบโตมาในครอบครัวคาทอลิก คุณพ่อเป็นคาทอลิก แต่คุณแม่เป็นพุทธ คุณพ่อเราเป็นนักวางแผน เป็นคนรอบคอบ บนโต๊ะอาหารพ่อจะคุยกับเราเสมอว่าชีวิตต้องมีเป้าหมาย ซึ่งเราจะใช้เวลาอยู่กับพ่อช่วงเสาร์-อาทิตย์ ส่วนจันทร์ถึงศุกร์เราจะอยู่กับแม่ ก็จะอยู่ในโหมดอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตามสไตล์ผู้หญิง  

NOLA NOLEE หรือ ‘ปอ’ - โชติกา สมจิตร์ นักวาดภาพประกอบคนนี้ เป็นศิลปินคนแรกที่เรานึกถึงทันทีถ้าพูดถึงคนที่ทำงานศิลปะแนวสตรีทอาร์ต คงเป็นเพราะผลงานของเธอที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แฝงด้วยอารมณ์ขันแบบร้ายๆ แต่ไม่หนักหนารุนแรงจนเกินไป และเธอก็เป็นอีกคนที่เชื่อว่าศิลปะแขนงนี้คือความอิสระ ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการทำงานเพียงแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น   เริ่มจากความอยากทำงานศิลปะ      หลังจากที่ทำงานภาพประกอบมาสักระยะก็รู้สึกอยากลองไปใช้ชีวิตทำงานศิลปะอย่างจริงจังดูบ้าง ก็เลยเดินทางไปใช้ชีวิตที่นิวยอร์กประมาณ 1 ปี โดยเริ่มจากการนำสติ๊กเกอร์งานของตัวเองไปติดตามจุดต่างๆ พร้อมกับเขียนชื่อ NOLA NOLEE เอาไว้ เพราะอยากให้คนดูรู้จักเรา เลยได้แสดงงานถึงสองครั้ง พอกลับมาอยู่ประเทศไทยก็ทำงานวาดภาพตามปกติ แต่ช่วงไหนที่อยากออกไปวาดรูปบนกำแพงก็คิดคอนเซ็ปต์ แล้วก็ออกไปทำเลย ซึ่งยังมีงานของเราอยู่ตรงเสาโฮปเวลที่เคยทำไว้แต่ยังไม่เสร็จอยู่ตรงนั้นด้วย   เสียดสีสังคมและเหน็บแนม       งานของ NOLA NOLEE คือการเสียดสีสังคมเป็นหลัก แต่พอเราโตขึ้นก็เริ่มรู้สึกว่าการเหน็บแนมถึงจะส่งผลให้งานของเรามีความน่าสนใจก็จริง แต่ก็มีเรื่องอื่นๆ ที่เราเล่าได้โดยไม่ต้องไปล้อเลียนใคร อย่างรูปที่เราวาดบนกำแพงนี้ จะเป็นเด็กผู้หญิงที่กำลังลอยคออยู่ในน้ำ และกำลังชูธงเป็นรูปหัวใจ เราจะสื่อว่าเมื่อตัวเราไม่มีความรักก็เหมือนกับคนที่กำลังจะจมน้ำ คนที่จะมาช่วยเราได้คือคนที่มีความรักมอบให้เรา ไม่ใช่แค่การยื่นมือเข้ามาช่วยเพียงอย่างเดียว ก็เลยวาดออกมาเป็นรูปของคนที่ลอยอยู่ในน้ำรอให้ความรักมาช่วย     สร้างความจรรโลงใจให้คนดู    

“ผู้ใหญ่เอาแต่ถามว่าโตขึ้นเด็กๆ อย่างเราอยากเป็นอะไร แต่ไม่มีใครเคยถามว่าแล้วตอนนี้ล่ะ เด็กๆ อย่างเราอยากเป็นอะไร

เพราะเป้าหมายของธุรกิจที่ดีอาจไม่ใช่แค่การคำนึงถึงเรื่องรายได้หรือผลกำไรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการขับเคลื่อนองค์กรที่เติบโตไปพร้อมๆ กับการพัฒนาสังคมและผู้คนรอบข้าง นั่นคือสิ่งที่ ฮิโระโนะริ คิริว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นเสมอมา เป็นเวลากว่า 30 ปีที่ชายคนนี้ทุ่มเทการทำงานให้กับโตเกียวมารีนฯ บริษัทประกันวินาศภัยที่มีชื่อเสียงยาวนานและเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ดังนั้น เมื่อเขามารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ในไทย คุณคิริว หรือคิริวซัง (ที่พนักงานโตเกียวมารีนฯ เรียกชื่อเขา) ไม่ลืมที่จะนำวิสัยทัศน์ ‘To Be a Good Company’ มาปรับใช้ในการบริหารงานทุกมิติขององค์กร คุณคิริวมีความเชื่อว่า “การจะเป็นบริษัทที่ดีได้นั้น คนที่เป็นหัวหน้าต้องเป็นแบบอย่างที่ดีก่อน”      กลุ่มบริษัทโตเกียวมารีน 38 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย ยึดถือวิสัยทัศน์การเป็น ‘To Be a Good Company’ ในการบริหารงาน โดยแนวคิดนี้ประกอบด้วย 3

ภาพชินตาของชาวกรุงเทพฯ คือรถติดแบบมโหฬารทั้งตอนเช้าออกจากบ้านและตอนเย็นหลังเลิกงาน ปัจจัยที่กำหนดระดับคุณภาพชีวิตของชาวกรุงส่วนใหญ่นั้นขึ้นอยู่กับกิจวัตรในการเดินทางในแต่ละวันว่ามีปริมาณและคุณภาพพอเพียงและดีพอขนาดไหน      สิ่งที่นับว่าอยู่ใกล้ชิดกับผู้คนบนท้องถนนและริมขอบฟุตปาธมากที่สุดก็คือป้ายรถเมล์ ซึ่งบางส่วนก็ดูรกรุงรังไม่เป็นระเบียบ ป้ายประกาศและสัญลักษณ์บอกทิศทางต่างๆ ดูเข้าใจยาก ไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้รถประจำทางเท่าที่ควร นี่คงเป็นสิ่งที่คุ้นชินสำหรับเราทุกคน และเป็นปัญหาแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของชีวิตคนเมืองที่เรามองข้ามไป แต่ปัญหาเล็กๆ แบบนี้กลับสะดุดตากลุ่มคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในนาม MAYDAY ที่มองว่ามันคือเรื่องใหญ่และสลักสำคัญ ถ้าเราได้พลิกผันปรับปรุงมันให้ดี จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการเดินทางได้อย่างมากเลยทีเดียว     ใช้ความถนัดเฉพาะด้านเพื่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม      “พวกเราเชื่อว่า หากระบบขนส่งมวลชนดีก็จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีตามขึ้นไปด้วย และหากสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่าพื้นที่รอบๆ เกาะรัตนโกสินทร์ยังไม่มีรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน และไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ นั่นทำให้เรามองไปที่ระบบขนส่งมวลชนเท่าที่มีอยู่ตอนนี้คือรถเมล์ ที่เราคิดว่าจะต้องหาแนวทางและวิธีที่ทำให้ผู้คนใช้งานได้สะดวกขึ้น”      MAYDAY ประกอบไปด้วยหนุ่มสาวไฟแรงอย่าง ‘แวน’ - วริทธิ์ธร สุขสบาย กราฟิกดีไซเนอร์ที่พ่วงตำแหน่งกูรูด้านสายรถเมล์ในกรุงเทพฯ ‘อุ้ม’ - วิภาวี กิตติเธียร นักวิชาการสาวที่มาเป็นผู้จัดการโครงการ และ ‘วิช’ - กรวิชญ์ ขวัญอารีย์ กราฟิกดีไซเนอร์ประจำ

บางคนที่มีงานประจำ ยุ่งวุ่นวายอยู่กับภารกิจมากมายในแต่ละวัน แต่ก็ปลีกเวลาส่วนตัวไปทำงานอาสาด้านต่างๆ ถือเป็นไลฟ์สไตล์และเวิร์กสไตล์ที่น่าสนใจ และทำให้ชีวิตมีคุณค่าต่อผู้อื่น อย่างเช่น ลูกนก ชุ่มชื่น นายหน้าประกันวินาศภัย เธอเล่าให้เราฟังถึงวิถีชีวิตและการทำงานว่าในแต่ละวันเธอต้องติดต่อกับคนจำนวนมาก สูญเสียพลังกายพลังใจออกไปมากมาย เธอเคยอยากจะใช้เวลาว่างในการพักผ่อนหาความสุขส่วนตัว จนกระทั่งได้ค้นพบวิถีทางแบบใหม่ เธอบอกว่าการได้ไปทำหน้าที่เป็นคุณครูอาสาที่วัดท่าเสด็จ จังหวัดกาญจนบุรีนั้น ถือเป็นการได้รับโอกาสที่จะช่วยเหลือสังคม พร้อมกันนั้นก็เป็นการเติมเต็มพลังใจให้ตัวเองด้วยเช่นกัน   เลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง      เป็นเวลานานกว่าสิบปีแล้วที่หญิงสาวคนนี้เข้าร่วมโครงการปลูกฝังศีลธรรมและคุณธรรมแก่เยาวชน โดยทำหน้าที่เป็นคุณครูสอนวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรมชั้นตรี ซึ่งได้รับโอกาสและความเมตตาจากพระครูเกษมกาญจนสิทธิ์ (ศักดิ์ดา เขมจาโร) พระอาจารย์ แม่ชี พ่อครู และทีมงานจิตอาสาทุกคน ที่ทำให้เธอพบกับคุณค่าและความสุขอีกด้านในชีวิต อาชีพของเธอในฐานะนายหน้าประกันคืองานขายและงานบริการที่ต้องติดต่อ ชักจูง ประสานงาน เข้าไปช่วยเหลือผู้คนมากมายในแต่ละวัน      “เราเป็นนักการขาย จึงต้องตื่นตัวตลอดเวลา เมื่อลูกค้าเกิดอุบัติเหตุ เราคือคนแรกที่เขานึกถึงและโทร.มาหาเราเพื่อขอคำปรึกษาอย่างรีบด่วน ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเราคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา ไม่มีพลัง เขาก็จะรู้สึกว่าเราไม่เอาใจใส่เลย คนทำงานนี้จึงต้องตื่นตัวเสมอ พร้อมที่จะเอาใจใส่ทันที ต้องรีบถามว่า พี่อยู่ตรงไหน ขอให้รอหนูก่อน

ภายใต้ความกดดันในสมรภูมิแฮกกาธอนตลอด 2 วันเต็ม กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่อยู่คู่กับความเข้มข้นในการระดมสมองเพื่อตั้งโจทย์และหาหนทางแก้ปัญหาให้ได้ในเวลาจำกัด ทุกทีมตั้งหน้าตั้งตานำเสนอไอเดียด้วยมุมมองที่หลากหลายจนวินาทีสุดท้าย หนึ่งในผู้เข้าร่วมที่ได้รับความประทับใจจากกิจกรรมดังกล่าวคือ ‘ไมค์’ - ปัณวรรธน์ อินนุรักษ์ Senior Data Scientist - Data Analytics COE ผู้ที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และนำสิ่งที่ได้จากทีเอ็มบีแฮกกาธอนไปปรับใช้กับการทำงานต่อไป   แฮกกาธอน 2018      เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้ยินคำว่าแฮกกาธอนมาโดยตลอด และเห็นว่ามีการจัดงานแฮกกาธอนขึ้นในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสตาร์ทอัพต่างๆ พร้อมโจทย์ที่แตกต่างหลากหลาย โดยนำกระบวนการคิดที่นอกกรอบและรีบจัดการเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเรามองว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้เป็นอย่างมาก เมื่อทีเอ็มบีจัด เราจึงเข้าร่วมทันที   กระโจนเข้าสู่การแข่งขัน      เมื่อตัดสินใจเข้าร่วมแล้ว เพื่อนๆ ก็เกิดความลังเลว่าจะได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าร่วมในครั้งนี้ หรือสิ่งนี้คือหนึ่งในการทำงานที่จำเป็นต้องเข้าร่วมหรือเปล่า แต่เราก็บอกเพื่อนๆ ว่าอย่างน้อยการเข้าร่วมแข่งขันนี้คือการได้เห็นกระบวนการทำงานรูปแบบใหม่ๆ และเมื่อจบงาน ทุกคนเห็นตรงกันว่าประโยชน์ที่ได้มากเกินกว่าที่คาดคิดไว้     เวิร์กช็อปกระบวนการคิดใหม่      ในช่วงแรกของทีเอ็มบีแฮกกาธอน จะเป็นการเวิร์กช็อปขั้นตอนการตั้งโจทย์