April 2019

หลังเลือกตั้งผ่านไป ก็ตามมาด้วยกระแสที่ประชาชนตั้งคำถามกับการทำงานของ กกต. มีผู้คนไปเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามการรายงานผลอย่างใกล้ชิด และพบเห็นข้อผิดพลาดที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกัน และนำเอามาเผยแพร่กันบนโลกออนไลน์จำนวนมาก      เว็บไซต์ vote62.com เปิดให้ทุกคนที่ไปสังเกตการณ์การนับคะแนนในวันที่ 24 มีนาคม 2562 แล้วช่วยกันส่งภาพถ่ายบอร์ดนับคะแนนเข้ามารวมกัน ซึ่งทีมเรารวบรวมได้มามากกว่าหมื่นภาพ ตอนนี้เราเปิดข้อมูลภาพถ่ายเหล่านี้ให้สาธารณชนเข้าถึงได้ เพื่อช่วยกันตรวจสอบกันในรายละเอียด      จากเฉพาะชุดข้อมูลเท่าที่มีอยู่ ก็พบเห็นความผิดปกติที่เรารวมรวมมาได้ 7 จุด     นนทบุรี ทำไมบัตรจึงเหลือเยอะเกิน ดูภาพที่: https://vote62.com/crowdsource/nonthaburi      จากภาพถ่ายเอกสาร ส.ส.5/7 ของหน่วยเลือกตั้งที่ 31 เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนนทบุรี ที่บันทึกจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ได้รับมาว่ามีทั้งหมด 729 ใบ โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งและรับบัตรเลือกตั้งไป 536 คน เมื่อเอา 729-536 จะเท่ากับ 193 ใบ ดังนั้น บัตรเลือกตั้งในหน่วยนี้จึงต้องเหลือ

ถือเป็นความทุกข์ร่วมสมัยของคนยุคนี้ก็ว่าได้ เมื่อเราต่างโตมาในยุคที่พูดถึงแต่ความสำเร็จ หรือคุณจะเถียงว่าไม่จริง ที่ทุกวันนี้คำว่าความสำเร็จกลายเป็นคำสามัญที่มีให้เห็นแทบทุกอณู ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา คอนเทนต์ในโลกออนไลน์ หรือกระทั่งป้าข้างบ้านก็พร้อมจะถามถึงความสำเร็จอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน      การเติบโตมาในยุคที่พูดถึงความสำเร็จ ทำให้ใครหลายคนใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข เพราะคำว่าความสำเร็จกลายเป็นเป้าหมายฝังหัวว่าต้องทำให้ได้ พวกเราเลยได้เป็นสักขีพยานแห่งยุคสมัยที่ผู้คนพยายามแสดงออกถึงความสำเร็จของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง โดยทั้งหมดทั้งมวลทำไปเพราะจะได้เป็นที่ยอมรับจากคนอื่น      เช่น การป่าวร้องผ่านสื่อโซเชียลฯ ว่าพวกเขาได้ทำงานที่นั่นที่นี่แล้วนะ พวกเขาได้ไปเที่ยวตรงนั้นตรงนี้แล้วนะ พวกเขามีชีวิตธรรมดาที่จริงๆ ไม่ธรรมดาแบบนี้แล้วนะ ซึ่งแน่นอนว่าความน่ากลัวของปรากฏการณ์เหล่านี้คือ พวกเราเหมือนหนูถีบจั่นที่ไม่มีวันหยุด พอเราสำเร็จ (หรือบอกใครว่าเราสำเร็จ) ขั้นหนึ่ง เราก็จะถีบตัวเองไปหาความสำเร็จอื่นอีกอย่างไม่รู้จบ มันเลยเป็นชีวิตที่แสนเหนื่อย เพราะไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดคือตรงไหน แล้วเท่าไหร่คือพอ      อย่างกระทั่งตัวเราเอง เราไม่ปฏิเสธว่าลึกๆ เราก็แสวงหาความสำเร็จเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่ตั้งสติได้ เราพยายามหยุดตัวเองให้รู้เท่าทันความเข้าใจตัวเองว่าทั้งหมดนี้คือเกมที่สังคมกำหนดไว้ ถ้าขืนเราเอาเกมของคนอื่นหรือสังคมมาใส่หัวตลอดเวลา เรานี่แหละที่จะบ้าตายก่อน ดังนั้น เราเลยแสวงหาคำตอบหรือแนวคิดใหม่ๆ ที่พูดถึงทั้งความสำเร็จ และการเป็นอิสระจากการต้องประสบความสำเร็จ เพราะอยากจะรู้ว่าสุดท้ายแล้วเราควรตั้งต้นชีวิตจากอะไรกันแน่?          อย่างหนังสือเล่มหนึ่งที่เตือนสติเรื่องนี้ได้ชัดเจนมากคือ วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน

เราเคยทำความรู้จักกับช่างภาพทั้งเจ็ดจากกลุ่ม ‘สยาม-ไทย ณ ห้วงกาล’ ที่ร่วมถ่ายทอดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ อันยิ่งใหญ่ตระการตามาแล้ว ได้แก่ อาจารย์เกรียงไกร ไวยกิจ, กัมพล คุ้มวงษ์, ชฎาธาร ฉายปุริยานนท์, ชัชวาล ดาจันทร์, ณัฐสุดา จันทระ, พญ.วรรนธนี อภิวัฒนเสวี และ อัครินทร์ อัศววารินทร์ ซึ่งพวกเขายังคงหลงใหลในการถ่ายภาพบันทึกประวัติศาสตร์ด้วยหัวใจ โดยไม่หวังผลในเชิงธุรกิจ      เมื่อมาถึงวันที่คนไทยทั้งประเทศจะได้พบกับความปีติยินดีอีกครั้ง จากงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวง รัชกาลที่ 10 เราก็อดตื่นเต้นไปพร้อมๆ กับพวกเขาด้วยไม่ได้ พวกเราจึงคุยกันว่าจะร่วมมือกันถ่ายทอดภาพความประทับใจที่เกิดขึ้นในงานพระราชพิธีทั้งสามวันนี้ให้ออกมายิ่งใหญ่สมพระเกียรติ และเป็นการถ่ายทอดความงดงามของริ้วขบวนเสด็จ รวมถึงงานพระราชพิธีที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์ชาติไทยให้กับคนที่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในสถานที่รับเสด็จ เพื่อรับชมความประทับใจเป็นครั้งแรกในชีวิตของเราไปด้วยกัน      ก่อนที่จะได้รับชมภาพที่ถ่ายด้วยความรัก ความเคารพ และความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ของประเทศไทย เราขอชวนคุณไปพบกับความคิด แรงบันดาลใจ และความมุ่งมั่นในการถ่ายรูปงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความงดงามในมุมความคิดไม่แพ้ฝีมือการถ่ายรูปของพวกเขาเลย     พระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้เป็นพิธีการสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เราอยากรู้ว่างานพระราชพิธียังมีความสำคัญกับพวกคุณในแง่ไหนอีกบ้าง

หลังผ่านการคัดเลือกใบสมัครและสัมภาษณ์อย่างเข้มข้น ในที่สุดเราก็ได้รายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายโครงการ daypoets society เรียบร้อย  ขอแสดงความยินดีกับผู้ผ่านเข้ารอบทุกคน และขอขอบคุณผู้สมัครทุกคนที่สนใจงานปีนี้อย่างล้นหลาม ส่วนคนที่ยังไม่ผ่านในปีนี้ไม่ต้องเสียใจไป อย่างที่เคยบอกว่าเราพิจารณาจากความเหมาะสมหลายด้าน ปีนี้ไม่เหมาะปีหน้าก็ยังมี หวังว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง คนที่มีชื่อปรากฏ ทางทีมงานของสื่อแต่ละหัวจะติดต่อกลับไปเพื่อนัดแนะวันเวลาในการเข้ามาเริ่มฝึกงาน โปรดติดตามผลงานของพวกเขาและเธอเร็วๆ นี้     a day BULLETIN (BULLETIN JUNIOR) Content Creators กรแก้ว บัวสระแก้ว ปารณ ศรีสุนทร อโนชา บุญรัศมี   Proofreader & Web Editors เกวลี แต้ประเสริฐ ภาคิน วลัยวรางกูร   Photographer พิชชาภา พลนิกรกิจ   Video Creators ณัฐพล ทอแสงเพชร ณิชกานต์ กาเผือก   The Momentum (The Mo Junior) Writer กันยณัฏฐ์ พรจันทร์ทอง จิรภัทร บุณยะกาญจน ธนวรรธน์ พงษ์นิมิตร พัทธมน เจวจินดา วรกมล องค์วานิชย์ อัจจิมา อรุณนวล   Photographer ธันยชนก กล้าหาญ   Graphic Designer จิดาภา วิชัยพันธ์ ชลเพชร สร้อยศรี ปทิตตา วาสนาส่งชูสกุล วรเศรษฐ์

1. สองสามปีที่ผ่านมา ผมไปเป็นอาสาสมัครให้กับกลุ่ม TEDxBangkok ในฐานะของคิวเรเตอร์ ทำให้มีโอกาสได้ร่วมงานกับคนรุ่นใหม่ไฟแรงมากหน้าหลายตา มาในปีนี้ ผมน่าจะมีส่วนเข้าไปช่วยเขาทำคอนเทนต์ออนไลน์บ้างนิดหน่อย ก็หวังว่าน่าจะได้พบปะและร่วมงานกับอีกหลายคน      การได้ร่วมงานกับคนกลุ่มนี้ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากไปกว่าเดิม ได้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างชัดเจนผ่านมุมมองและแนวคิดของผู้คนเหล่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่นอกวงการสื่อและเป็นคนต่างรุ่น ต่างยุคสมัย ความแตกต่างที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนคือมุมมองที่มีต่อชีวิตและการงาน      ในงาน TEDxBangkok เมื่อสองปีก่อน ที่หลังเวที ผมคุยกับเพื่อนคิวเรเตอร์คนอื่นๆ เราตั้งคำถามกันว่า ทำไมงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่จัดโดยอาสาสมัครล้วนๆ ถึงได้ออกมาดีแบบนี้?      ผมตอบกลับไปว่า เพราะนี่คืองานอาสาสมัครล้วนๆ มันจึงออกมาดี      พวกเราลองช่วยกันคำนวณบวกลบคูณหารต้นทุนการจัดงาน ว่าถ้าเราร่วมกันเปิดบริษัทรับจัดงานอีเวนต์ทอล์กแบบนี้ ใช้เวนิวใหญ่ขนาดนี้ มีซัพพลายเออร์มากมายขนาดนี้ ใช้สปีกเกอร์เป็นคนมีชื่อเสียงระดับนี้ และมีทีมงานอีกเป็นร้อยๆ คน เราจะต้องมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และต้องหาสปอนเซอร์ให้ได้มากกว่านี้อีกกี่เท่าถึงจะจัดงานแบบนี้ได้      คำตอบคือมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ในโลกแห่งความจริง เราจัดงานแบบนี้ไม่ได้ การทำงานในโลกแห่งความจริงแตกต่างจากนี้ราวฟ้ากับเหว   2.      บางทีสิ่งที่ผมจะอธิบายต่อไปนี้มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับ TED

ชีวิตการทำงานไม่ใช่เพียงการมุ่งหน้าหาเงินหรือเก็บเงินเท่านั้น การพัฒนาตัวเอง หมั่นเพิ่มทักษะด้านต่างๆ ช่วยเพิ่มมูลค่าตัวเราเองก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่อเราอยากได้เงินมากขึ้น ก็ต้องถามตัวเองด้วยว่า ทักษะและความสามารถของเราเพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กันหรือไม่ เพราะแม้ว่าจะมีการใช้ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ มากขึ้นในองค์กร จนทำให้คนทำงานเริ่มร้อนรนว่าในอนาคตจะถูกแทนที่ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือแม้กระทั่งหุ่นยนต์ แต่ทักษะของมนุษย์เรานั้นก็ยังมีมูลค่ามหาศาลไม่ด้อยค่าไปกว่าปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลาย โดยการประชุมของสภาเศรษฐกิจโลกเมื่อไม่นานมานี้ได้ระบุถึงทักษะหรือความสามารถที่กำลังเป็นที่ต้องการในปี 2022 มีทั้งหมด 10 ข้อด้วยกัน   1. ทักษะในการคิดวิเคราะห์และสร้างนวัตกรรม      นอกจากการอ่านหรือมีข้อมูลอยู่ในสมองมากมาย สิ่งสำคัญกว่านั้นคือความสามารถในการคิดและนำไปพัฒนาต่อยอดจนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งวิธีใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาเดิมๆ   2. ตื่นตัวที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ      ถ้าคุณเข้าใจความหมายของคำว่า ความรู้ใหม่ คุณจะไม่มีวันอยู่นิ่งเฉยแล้วปล่อยให้ตัวเองทำงานไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดจะเพิ่มเติมทักษะใหม่ๆ เพราะโลกทุกวันนี้เกิดความรู้ใหม่ๆ ทุกวัน ถ้าเราไม่อัพเดตตัวเองให้ทัน วันหนึ่งเราก็จะกลายเป็นคนตกยุคโดยไม่รู้ตัว และโหดร้ายกว่านั้น เราอาจจะไม่เป็นที่ต้องการขององค์กรอีกต่อไป   3. ความคิดสร้างสรรค์ ความรู้จริง และความคิดริเริ่ม      ในโลกอนาคต ไม่ใช่แค่คิดเก่ง

เพราะไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ค่อนข้างมีอิสระ ทั้งในแง่ความคิดและการทำงาน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา เหล่าเฟิร์สจ็อบเบอร์ (First Jobber) หรือกลุ่มฟรีแลนซ์ (Freelance) ที่ทุกแห่งหนสามารถกลายเป็นสถานที่ทำงาน ค้นหาแรงบันดาลใจ และสร้างไอเดียใหม่ๆ ได้ สามารถเปลี่ยนไปได้อย่างอิสระตามโอกาสโดยไม่จำเป็นต้องยึดโยงกับสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เราจึงเห็นคนกลุ่มนี้ตามร้านกาแฟเก๋ๆ ที่มากับโน้ตบุ๊กคู่ใจสักเครื่อง และพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับโลกทั้งใบได้อย่างง่ายดาย ยิ่งปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นทั้งในแง่ดีไซน์ ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และราคา คำพูดที่ว่าต้องมีเงินเยอะก่อนถึงจะครอบครองโน้ตบุ๊กดีๆ สักเครื่องได้จึงไม่จริงอีกต่อไป เหมือนกับ ASUS VivoBook 14 X412 ที่กำลังกลายเป็นตัวเลือกของกลุ่มคนเจนใหม่ในขณะนี้      เรานัดพบกับ ‘ส้ม’ - มารี เออเจนี เลอเลย์ ศิลปินสาวจากค่าย SpicyDisc ที่กำลังมีผลงานเพลงใหม่อย่าง ‘ติดอยู่ตรงนี้’ ที่ยอดวิวทะลุหนึ่งล้านแปดแสนไปเรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงอีกบทบาทในการเป็นยูทูเบอร์ที่มีผู้ติดตามกว่าหนึ่งล้านห้าแสนคน ที่ร้านกาแฟสไตล์เก๋แห่งหนึ่ง เธอมาพร้อมกับพลังงานบวกที่เต็มเปี่ยม แน่นอนว่าการเป็นศิลปินและยูทูเบอร์เปิดโอกาสให้เธอสามารถสร้างสรรค์งานได้ทุกที่

โชคชะตาอาจจะถูกกำหนดไว้แล้ว ย้อนกลับไปราวปี 2014 ขณะที่เรากำลังอมยิ้มกับเรื่องราวของพัชชา ในหนังสั้นเรื่อง Patcha is sexy กำกับโดย เต๋อ  นวพล บทของพี่สราวุฒิ หนึ่งในตัวละครที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องราวฮาๆ นั้นแสดงโดย ‘นน’ - ชานน สันตินธรกุล แม้ส่วนใหญ่เขาจะออกมาทำหน้านิ่งๆ มีบทพูดไม่มาก แต่ด้วยเสน่ห์บางอย่างก็ทำให้เรารู้สึกสะดุดกับนักแสดงหน้าใหม่คนนี้      ต่อมา ปี 2015 หนุ่มน้อยคนนี้ก็เริ่มเป็นที่คุ้นตามากขึ้น เมื่อได้เข้าไปเป็นหนึ่งในโลกว้าวุ่นกับซีรีส์ ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ซีซัน 3 ก่อนจะมาเป็นที่รู้จักในระดับเอเชียจากบทของเด็กหนุ่มยอดอัจฉริยะ ในภาพยนตร์เรื่อง ฉลาดเกมส์โกง ดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไร เส้นทางการไต่ระดับขึ้นทีละเล็กละน้อยของนักแสดงหน้าใหม่ จนกระทั่งเขาบอกว่าเป้าหมายจริงๆ ของตัวเองนั้นคือการได้ไปเป็นนักแสดงฮอลลีวูด      เป้าหมายไกลสุดกู่กับความมุ่งมั่นที่แรงกล้า ทำให้สายตาที่เรามองหนุ่มน้อยคนนี้เปลี่ยนไปทันที ยิ่งเมื่อได้เริ่มพูดคุยกันไม่นานก็พบว่าเขาได้ทำการขีดทางเดินของชีวิตเอาไว้แล้ว ไม่ได้หวังพึ่งดวงหรือโชคชะตาให้พาตัวเองไป แต่เป็นความเชื่อมั่นว่าต้องไปถึงให้ได้ด้วยการพัฒนาศักยภาพของตัวเองจนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์      เป้าหมายคือสิ่งที่ย้ำเตือนความเชื่อในตัวเองในทุกวัน จนกลายเป็นแรงผลักดันให้ทำงาน

‘งามจนต้องชม’ เป็นประโยคที่ ‘แอ๊ด’ - พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ หรือ addcandid บอกเราตอนที่ส่งรูปเซตปารีสที่เขาได้ไปเยี่ยมเยือนมา ซึ่งเมื่อเราได้ลองไล่ดูแต่ละรูปของเขาก็รู้สึกคล้อยตามไปด้วย และเข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงตั้งชื่อโปรเจ็กต์นี้ว่า ‘ลองมองดูสิเออ’ ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่าคงตั้งขึ้นมาล้อกับคำว่า Monsieur แต่ตอนนี้เราอยากให้คุณได้ลองมามองรูปสวยๆ เหล่านี้กันดูสิเธอ   วิวปารีสเป็นฉากหลังของศิลปินที่กำลังแสดงการเดาะฟุตบอล   Centre Georges Pompidou by Richard Rogers and Renzo Piano   French Kiss at Pont de Bir-Hakeim   Life in Métropolitain   Notre Dame de Paris   Villa Savoye (1929-1931) ถูกออกแบบและเริ่มสร้างในสไตล์โมเดิร์น ที่มีความขาว (หมวย) สวย เก๋ ตามหลักแนวคิดทางการออกแบบ โดยผ่านแนวคิดสัดส่วนที่เรียกว่า Modular และแนวคิด

ครืด… ซ่า เสียงตกร่องอันเป็นเอกลักษณ์ขณะที่ประคองเข็มทิ่มลงบนแผ่นเสียงก่อนดนตรีจะเริ่มดังแว่วขึ้นมา ภายในบ้านสีขาวสองชั้นสไตล์โคโลเนียลเต็มไปด้วยแผ่นเสียงจำนวนมากที่เรียงรายอัดแน่นอยู่เต็มชั้นวาง เสียงตัวโน้ตเพลงสากลเก่าจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงคลอเคล้าสร้างบรรยากาศยามบ่ายวันนั้นให้ผ่อนคลายและเนิบช้าลงไปถนัดตา ราวกับว่ากำลังเดินอยู่ในบ้านของเพื่อนผู้คลั่งไคล้การสะสมแผ่นเสียง ในวันที่โลกของการฟังดนตรีก้าวเข้าสู่ยุคสตรีมมิงบนออนไลน์ ‘นก’ - พงศกร ดิถีเพ็ง เจ้าของ ‘ร้านแผ่นเสียง’ แห่งนี้ ยังคงเชื่อในการเสพความสุนทรีย์จากแผ่นเสียงซึ่งเป็นมรดกจากยุคแอนะล็อก และเสน่ห์แห่งเสียงเพลงที่ผ่านกาลเวลาจากอดีตมาถึงปัจจุบัน        “ตอนเด็กๆ เราฟังรายการวิทยุ Radioactive กับ Together Again ดีเจสมัยนั้นก็มี คุณรุจยาภา อาภากร, พี่วาสนา วีระชาติพลี, วิโรจน์ ควันธรรม และ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ เขาก็จะมีเพลงอัพเดตจากอังกฤษทุกสัปดาห์ เราเลยฟังและติดตามมาตลอด ที่สำคัญ เราจับแผ่นเสียงมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะพ่อแม่เล่นแผ่นเสียง แล้วที่บ้านเราทำร้านอาหาร ตอนอายุ 20 ก็ได้ไปช่วยเขาก๊อกๆ แก๊กๆ ไปช่วยใส่ดนตรีสดให้กับร้าน โฟล์กบ้าง แบนด์บ้าง