Editor’s Note 513 : Where the Conversations Begin ที่ซึ่งบทสนทนาบังเกิด

ออกจากออฟฟิศก่อนเวลาเลิกงานเล็กน้อย เพื่อจะรีบเข้าเมืองไปตามนัดหมายสำคัญ ละอองฝนฤดูหนาวลงเม็ดปรอยๆ การจราจรเริ่มติดขัด จู่ๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งล้มใส่ข้างรถดังโครม ทำไมต้องเป็นที่นี่ เวลานี้ด้วย?

ผมลงไปเจรจากับคู่กรณี พอเปิดหมวกกันน็อกออกมา ปรากฏเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่ง เธอยอมรับผิด ยกมือไหว้ขอโทษขอโพย เราขยับรถมาจอดหลบฝนอยู่ข้างทาง และนั่งรอเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาช่วยเคลียร์

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์สเตตัสลงเฟซบุ๊ก …ซวยฉิบหาย ไปสายแน่กู… หรือสเตตัสบ่นด่าลอยๆ อะไรทำนองนี้ แต่พักหลังมานี้ผมเลือกที่จะปล่อยถ้อยคำไร้สาระพวกนี้ให้ลอยหายจากใจไปเอง มากกว่าจะสถิตมันไว้บนหน้าจอ

พอเจ้าหน้าที่ของฝ่ายผมมาถึง พวกเราก็พากันไปสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งนั่น… คือที่ซึ่งบทสนทนาบังเกิดขึ้น

สถานีตำรวจในยามเย็นช่างเงียบสงบ นายตำรวจสูงวัยคนหนึ่งนั่งเฝ้าเวร มีรายการข่าวยามเย็นในจอทีวีเป็นเพื่อนคลายเหงา

เหตุเกิดที่ไหน? – ตำรวจสูงวัยเอ่ยถาม และเริ่มจรดปากกาลงบนสมุดบันทึกประจำวัน เขาขีดๆ เขียนๆ แต่หมึกไม่ออก เขาส่ายหัวและบ่นงึมงำ ลุกเดินไปหาปากกาแท่งใหม่อยู่พักใหญ่ แล้วค่อยๆ เดินกลับมานั่งโต๊ะ

ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลานัด

แล้วหนูนี่ขี่มอเตอร์ไซค์มาจากไหน อะไรกันเนี่ย อายุเท่าลูกสาวลุงเลยนะ – เขาหันไปสอบปากคำเด็กสาว หยิบบัตรประชาชนขึ้นมาดู แล้วไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ เป็นคนที่ไหน ทำงานอะไร กำลังจะไปไหนต่อ เด็กสาวเล่าว่า กำลังรีบขี่มอเตอร์ไซค์ไปเยี่ยมยายที่กำลังป่วยที่นครปฐม

อะไรกัน ตัวแค่นี้กล้าขี่มอเตอร์ไซค์กลางค่ำกลางคืนออกต่างจังหวัด – นายตำรวจบ่น

แล้วไงนะ มอ’ไซค์ล้มไปโดนประตูข้างไหน? – เขาถามไปเรื่อยๆ

ผมลอบสบตาพนักงานบริษัทประกัน ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาชี้ๆ เป็นการบอกใบ้ว่ากำลังจะต้องรีบไปตามนัดสำคัญ เจ้าหน้าที่ประกันตอบกลับมาด้วยยิ้มแหยๆ กลอกตามองบน แล้วก็ถอนหายใจ เป็นการบอกใบ้ว่าเขาก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

แล้วหนุ่มนี่มาทำอะไรแถวนี้ – ตำรวจชราหันมาทาง – อ๋อ ทำงานแถวนี้เหรอ อะไรนะ นิตยสารอะเดย์ มันเกี่ยวกับอะไรบ้าง? – เขาชวนคุยไปพลาง จดบันทึกลงสมุดไปพลาง

เวลาผ่านไปเนิ่นนานราวชั่วกัปกัลป์ มีตำรวจหญิงวัยกลางคนเดินหิ้วถุงข้าวกล่องเข้ามาพะรุงพะรัง วางแหมะลงบนโต๊ะข้างๆ ที่เรากำลังนั่งสอบปากคำกันอยู่

เอ้อ คุณๆ น้องคนนี้เขาทำงานนิตยสารในซอยนี้เอง คุณเคยอ่านรึเปล่า? – ตำรวจชราเรียกให้ตำรวจหญิงเข้ามาร่วมสมทบวงสนทนาของเรา

โอ้โฮ น้องเป็นนักเขียนเหรอ เขียนหนังสือเรื่องอะไรบ้าง เผื่อพี่เคยอ่าน – ตำรวจหญิงร่วมแจม

ทมยันตีเคยอ่านไหม ต้องเคยอ่านสิ คนเป็นนักเขียนทุกคนต้องอ่านอยู่แล้ว แต่จริงๆ แล้วพี่ชอบ โสภาค สุวรรณ มากกว่า ฟ้าจรดทราย โอ้โฮ เขาบรรยายฉากทะเลทรายได้วิจิตรงดงามมาก อะไรนะ ไม่เคยอ่านได้ยังไง โถ เสียดาย

แล้วนี่หิวข้าวกันหรือยัง – ตำรวจชราลุกไปหยิบข้าวกล่องโฟมมายื่นให้พวกเราคนละกล่อง – เอาไปกินเลย เหลือเยอะวันนี้

ไอ้หนูนี่มันอายุเท่าลูกสาวผมเลย ขี่มอเตอร์ไซค์คันเบ้อเร่อ – ตำรวจชราเล่าไปจดบันทึกไป

ทีหลังก็ขี่รถให้มันดีๆ อย่าใจร้อนนัก เด็กสมัยนี้ – ตำรวจหญิงช่วยสมทบ

เสร็จแล้ว เดี๋ยวผมจะอ่านทวนให้ฟังอีกรอบนะ ถ้าผิดตรงไหนต้องรีบบอกให้แก้นะ – ตำรวจชราอ่านทวนบันทึกประจำวันอย่างเชื่องช้า ผมพบจุดผิดก็เลยรีบบอก เขาก้มหน้าแก้คำผิดอย่างประณีตบรรจง ในขณะที่ผมยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิการอบที่สองร้อย

โอเค เสร็จเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายเซ็นชื่อรับทราบนะ – ตำรวจชรายื่นสมุดบันทึกมา

แต่เดี๋ยวต้องปรับน้องผู้หญิงด้วยนะ สี่ร้อย บันทึกประจำวันนี้ถึงจะสมบูรณ์ – ตำรวจบอก

เด็กสาวพอได้ยินค่าปรับสี่ร้อยก็ร้องไห้โฮ บอกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวเหลืออยู่แค่สองร้อยกว่าบาท เธอหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเททุกอย่างให้ดู

ตำรวจหญิงและตำรวจชราถอนหายใจพร้อมกัน

เอาไงดีล่ะ ไอ้หนุ่ม ช่วยน้องเขาหน่อยได้ไหม ขอสองร้อย จะได้แยกย้ายกลับบ้านกันซะที – ตำรวจชราแนะนำ

ไหว้ขอบคุณพี่เขาด้วยนะ ทำเขาเสียเวลา แล้วยังต้องมาจ่ายเงินให้เราอีก – ตำรวจชราบอก

นิตยสารอะไรนะ วันหลังผ่านมาแถวนี้ เอามาให้พี่อ่านบ้าง – ตำรวจหญิงบอก

สองสามชั่วโมงผ่านไปหลังจากเสียงโครม และยังต้องควักเงินอีกสองร้อยบาท นับเป็นยามเย็นที่น่าจดจำ

ฟ้ามืดเร็วเหลือเกิน ไม่มีทางที่จะไปทันนัดได้เลย ผมโทรศัพท์ไปบอกเพื่อน และถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็คงก้มหน้าแอบพิมพ์สเตตัสบ่นด่าอะไรได้เป็นวรรคเป็นเวรเกี่ยวกับสองชั่วโมงที่ผ่านไปอย่างไร้ค่า ระบบราชการ ข้าราชการ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม พฤติกรรมเด็กรุ่นใหม่ เจเนอเรชันแก็ป บลาๆ บลาๆ

พิมพ์ใส่หน้าจอไปโดยไม่รู้ว่าเป็นการพูดกับใคร และไม่รู้ว่ามีใครอยากจะรับรู้รับฟังมันจริงๆ ด้วยซ้ำ ซึ่งพื้นที่แบบนั้นคงไม่ใช่สถานที่ก่อให้เกิดบทสนทนาที่ดีนัก

ฝนสุดท้ายของปียังคงพรำละอองอยู่ข้างนอก พวกเราอยู่ในสถานีตำรวจที่เงียบเหงา มีเสียงรายการข่าวยามเย็นเป็นแอมเบียนต์ ตำรวจชราสโลว์ไลฟ์ก้มหน้าจด ตำรวจหญิงนักอ่านคอยชวนคุย เจ้าหน้าที่ประกันผู้ชอบยิ้มแหยๆ เด็กสาวที่มีเงินเพียงสองร้อยบาท ข้าวกล่องโฟมสองกล่อง และบทสนทนาที่แปลกประหลาดที่สุดที่ได้พบเจอในรอบหลายปี

เหมือนหลุดไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง โลกที่ไม่มีเวลาเป็นข้อจำกัด โลกที่ทุกคนได้มานั่งล้อมสมุดและปากกา คุยไปเรื่อยๆ รับฟังกัน ไหลเรื่อยเปื่อยไป บทสนทนาอยู่ตรงหน้าเรา ที่นี่ เวลานี้ ด้วยความบังเอิญทั้งปวง ได้ดึงให้เรามาอยู่ ณ ที่ซึ่งบทสนทนาบังเกิด