วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ | The New Me

งานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทเราที่เพิ่งผ่านมา มีการประกวดชุดแฟนซีและการแสดงในธีมกีฬาสี พอวันงานใกล้เข้ามา น้องในทีมปิดห้องมิดชิด เพื่อสุมหัวประชุมกันเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจัง ผมเปิดประตูห้องพรวดเข้าไป พวกเขาหันขวับมองมาเป็นตาเดียวกัน

จะ… จะให้พี่เล่นเป็นอะไร – ผมถามเสียงอ่อยๆ เหมือนยอมรับชะตากรรมที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า

พวกเขาหัวเราะพร้อมกัน บอกว่าให้ผมช่วยแต่งเป็นลูกโบว์ลิง พวกเขาจะเอาฝาชีมาดัดแปลงตกแต่งด้วยเทปพันสายไฟสีดำ ครอบตัวผมด้านหน้าและด้านหลัง แล้วให้แสดงเหมือนกลิ้งไปชนพวกเขาซึ่งจะแต่งตัวเป็นแท่งพินยืนเรียงกันรอไว้

หลายวันก่อนมีทีมงานจากเว็บไซต์ด้านการศึกษาแห่งหนึ่ง โทร.มาขอสัมภาษณ์เรื่องปณิธานปีใหม่ เขาถามประมาณว่า ช่วงปีที่ผ่านมาผมเป็นอย่างไร และในปีหน้าตั้งใจจะทำอะไร

เมื่อคิดทบทวนอยู่นาน เสร็จแล้วก็ตอบไปตามความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมา ว่าตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา นี่เป็นช่วงเวลาที่ผมพอใจกับตัวเองมากที่สุด เจ้าความพอใจที่ว่านี้มันไม่ใช่เรื่องความสุขในชีวิต หรือความสำเร็จในหน้าที่การงาน อย่างที่หลายคนชอบยกขึ้นมาโอ้อวดกัน แต่มันเป็นความพอใจกับความเปลี่ยนแปลงภายในที่เกิดขึ้นภายในใจของผมช่วงนี้

ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนที่รู้จักผมดี จะรู้ว่าผมเป็นคนมืดหม่นอึมครึม เหมือนมีเมฆฝนดำทะมึนลอยอยู่บนหัวตลอดเวลา นิสัยอินโทรเวิร์ตนั้นแน่นอนว่าเป็นมาตั้งแต่เด็ก การเป็นคนขี้อายและขี้กลัวนั้นดี ที่ทำให้เราสามารถนั่งทำงานอยู่คนเดียวได้ วันๆ ก็ก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสืออะไรไป ราวกับว่าเป็นนักคิดนักเขียนที่เก่งกาจเสียเต็มประดา ทั้งที่จริงแล้วเรารู้ตัวเองตลอดเวลาว่าภายในใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและตื่นกลัว

การวนเวียนอยู่กับความคิดของตัวเอง เป็นทักษะสำคัญที่ใช้ได้ดีในการทำงานเขียน ซึ่งส่วนใหญ่มันมีแนวโน้มที่จะคิดวนเวียนไปในทางลบ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ตัดแบ่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทำให้เรากลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย และมีท่าทียโสโอหังต่อโลกภายนอก

จากทักษะในการทำงาน ต่อมามันลามปามออกมากลายเป็นนิสัยในชีวิตจริง ห่มคลุมเหมือนเสื้อผ้า หลอมละลายจนกลายเป็นเนื้อตัว เป็นบุคลิกภาพ เป็นวิธีที่เราใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

อย่างที่มีคนบอกไว้ว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์แห่งนิสัย และนิสัยที่ติดตัวเรามานานๆ ในไม่ช้ามันจะกลายเป็นสิ่งที่กำหนดชะตากรรมเบื้องหน้า

หลายเดือนก่อน ผมไปสัมภาษณ์ คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ท่านช่วยสอนและให้คำแนะนำหลายเรื่อง มีประเด็นหนึ่งซึ่งทำให้ผมฉุกคิดเป็นพิเศษ ท่านบอกว่าถ้าเปรียบชีวิตเป็นดั่งสายน้ำ เราไหลผ่านสายธารเล็กๆ เรื่อยมาหลายสิบปี ต้องเผชิญกับโขดหินหรือทางแยกครั้งแล้วครั้งเล่า สายน้ำของชีวิตไม่ได้ไหลไปแบบสุ่ม แต่สายน้ำนี้มีเจตนาของมันเอง ทุกครั้งที่ไหลมาชนกับโขดหินหรือทางแยก เราต้องตัดสินใจเลือก และผลของการเลือกแต่ละครั้งนั้นนำไปสู่ชะตากรรมทั้งหมด

ถ้าทุกครั้งที่เผชิญกับทางแยกของการตัดสินใจ เราตัดสินใจไปตามนิสัยเดิม ก็เปรียบเหมือนเราปล่อยให้สายน้ำนี้ไหลเรื่อยไป กลายเป็นสายน้ำเรื่อยเปื่อย ชีวิตก็จะเรื่อยเปื่อยไปตามนิสัยเดิมที่มีอยู่ เป็นอยู่ เป็นชีวิตที่มีเมฆดำทะมึนลอยปกคลุมเบื้องบนตลอดเวลา

หลายปีที่ผ่านมา ผมเพลิดเพลินและสนุกสนานกับการหัดฝืนนิสัยของตัวเองหลายอย่าง ทดลองตัดสินใจเลือกไปในทางตรงกันข้ามกับตัวเองที่เคยเป็นมา มีคำฝรั่งที่ผมชอบพูดจนติดปากแบบดัดจริตหน่อยๆ ว่า ว้อตเอเวอร์ … และเอนีเวย์ …

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ผลออกมาจะร้ายหรือดี สำเร็จหรือล้มเหลว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็อยากลองเปิดตัวออกไปเผชิญกับสิ่งใหม่

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันงาน เพื่อนร่วมงานจากแผนกอื่นเดินสวนกับผมที่หน้าลิฟต์ เธอถามว่าผมจะไปร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทไหม ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะเบ้ปากใส่ แสดงท่าทีว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แล้วก็ส่ายหัวแสดงความเบื่อหน่าย ผมเคยร้ายกาจถึงขนาดนั้น แต่คราวนี้ผมตอบเขาไปด้วยความตื่นเต้น ว่าให้คอยดูการแสดงเป็นลูกโบว์ลิง เขาหัวเราะชอบใจ และบอกว่าทีมของเขาก็แสดงเป็นโบว์ลิงเหมือนกัน

ผมรีบวิ่งแจ้นกลับมาแจ้งข่าวกับทีม พวกน้องๆ เรียกประชุมกันอีกครั้งเพื่อเตรียมแผนการแสดงใหม่หมด ราวกับว่ามันเป็นวาระแห่งชาติสำหรับทีมของเรา

ส่วนสำหรับผมเอง มันเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการแย่งชิงเงินรางวัล แต่มันคือส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ผมใช้ในการขัดเกลาตัวเอง การเปลี่ยนแปลงภายใน การตั้งคำถามกับนิสัยเดิมๆ เพื่อแสวงหาหนทางชีวิตแบบใหม่ เผชิญหน้ากับชะตากรรมใหม่ๆ ลองคัดท้ายสายน้ำของชีวิตให้ไหลพัดไปในทิศทางอื่นๆ ทิศทางใหม่ที่ไม่ใช่ไหลเรื่อยไปตามเส้นทางเดิม

ไม่ว่าจะไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ไม่มีทางรู้ว่าข้างหน้าคืออะไร แต่มันคือการกำหนดชะตากรรมของตัวเองอย่างแท้จริง

แล้วความรู้สึกที่ได้รับก็คือความพอใจกับตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเรื่องของความสุขหรือความสำเร็จอะไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันก็ไม่ได้ให้ความสุขมากไปกว่าเดิมนักหรอก และก็ไม่ได้สำเร็จไปเสียหมดทุกครั้ง แต่มันเป็นรู้สึกว่าตัวเราเองเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งข้างใน

เราเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เพราะจริงๆ แล้วเราไม่ได้เป็นอะไรเลย นอกจากนิสัยของเราเอง และผลรวมของการตัดสินใจตลอดชีวิตที่ผ่านมา

ในปีหน้า ชีวิตต่อไปข้างหน้า ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมา… ว้อตเอเวอร์

เราจะเลือกตัดสินใจไปในทางที่ได้พัฒนาตัวเองให้เปลี่ยนแปลงและแตกต่างไปจากวันนี้… เอนีเวย์

Share Post
Like 0 View 4977

Author

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN นักเขียนผู้ชอบแมวและหมา แต่เกลียดเสียงหมาเห่า เลยเลี้ยงแมวดีกว่า เคยเชื่อว่าตัวเองเป็นคนลักษณ์ 4 แต่เพื่อนๆ บอกว่าเป็นลักษณ์ 5 ชอบเขียนถึงเรื่องราวที่โศกซึ้ง แต่เพื่อนบอกว่ามันเป็นมุมมองของคนคิดลึกซึ้งมากกว่า