‘Lifeful Journey เส้นทางชีวิตที่มีชีวา’ ให้ชีวิตทุกวันมีคุณภาพ ไปจนถึงวันสุดท้าย

Agenda
4 Jun 2020
เรื่องโดย:

adB Team

‘Lifefulness ‘ชีวิตมีชีวา’: ให้ชีวิตทุกวันมีคุณภาพ ไปจนถึงวันสุดท้าย’ งานประจำปีของชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จัดร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ได้ผู้ร่วมสนทนาน่าสนใจอย่าง คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์, ‘ครูเล็ก’ – ภัทราวดี มีชูธน และ นายแพทย์กิติพล นาควิโรจน์ มาร่วมพูดคุย

        a day BULLETIN ได้สรุปรวบรวมเนื้อหาจากงานครั้งที่ 1 ในหัวข้อ ‘Lifeful Journey: เส้นทางชีวิตที่มีชีวา’ ที่แขกรับเชิญแต่ละท่านได้เล่าถึงเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาไว้อย่างน่าสนใจ และได้แบ่งปันหนทางการใช้ชีวิตต่อไป ให้ชีวิตทุกวันมีคุณภาพไปจนถึงวันสุดท้าย 

 

lifefulness

‘ชีวิตที่สะอาด’ อยู่กับธรรมชาติของชีวิต วางลงซึ่งความคิด ไม่ยึดติดกับอดีตที่ผ่านมาและอนาคตข้างหน้า

        คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ หรือ ‘ป้าศรี’ ที่เราคุ้นเคย เปิดบทสนทนาด้วยการบอกเล่าถึงชีวิตในวัยแปดสิบปีที่เผชิญกับความป่วยครั้งที่สอง ที่ทำให้ใครหลายคนรอบตัวคอยประคับประคองป้าศรีด้วยความเป็นห่วงตลอดเวลา หากป้าศรีกลับบอกว่า นี่คือช่วงเวลาที่รู้สึกสะอาดที่สุดในชีวิต ความรู้สึกสะอาดที่เป็นความมหัศจรรย์ใหม่ เป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก ความปราศจากความคิดปรุงแต่ง การยึดติดกับอดีตใดๆ ที่เคยผ่านมา และไร้ถึงความคาดหวังต่ออนาคตที่จะอยู่ข้างหน้า ความรู้สึกธรรมดาที่สุด สะอาดที่สุด กับการที่ชีวิตหยุดอยู่ที่ปัจจุบัน

        ‘ครูเล็ก’ – ภัทราวดี มีชูน’ เองก็เช่นกัน แม้คนรอบตัวอาจมองว่าชีวิตเปลี่ยนผันจากหน้าจอ หน้าเวที มาอยู่เบื้องหลังเป็นครูผู้สอนเด็กๆ ในโรงเรียนภัทราวดี ที่หัวหิน แต่ชีวิตในวัยเจ็ดสิบกว่าปีนี้เองที่ทำให้ครูเล็กรู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างที่สุด ในการได้อยู่กับปัจจุบันขณะอย่างเต็มที่ ใช้ประสบการณ์ที่เคยมีมาทั้งชีวิตเพื่อเป็นบทเรียนให้กับคนรุ่นต่อไป โดยไม่หวังผลใดๆ ตอบแทน 

เรียนรู้ตลอดชีวิต หนทางสู่จิตแจ่มใส ใจเบิกบาน

        ชีวิตในวัยชราที่ใครมักมองว่าจะเป็นชีวิตที่ไม่แอ็กทีฟอีกต่อไป หากทั้งป้าศรีและครูเล็กกลับทำให้เห็นว่า ในวันที่ร่างกายอาจไม่ได้กระฉับกระเฉง คล่องแคล่วว่องไวเท่าเดิม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสุขภาพใจจะต้องเหี่ยวเฉาลงไปตาม 

        ในทางตรงกันข้าม เวลาที่มีมากขึ้นในช่วงวัยนี้กลับเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ได้เรียนรู้สิ่งที่อยากเรียน ได้ทดลองโดยไม่ต้องกลัวจะพลาด เช่น ป้าศรีที่กำลังเรียนปักผ้า เล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนต่างชาติที่ไม่เคยเห็นหน้า ฝึกเล่นมายากล ไปจนถึงฝึกเล่นเกมด้านการคำนวณต่างๆ ที่เป็นทักษะที่ไม่เคยชิน ยิ่งยากเท่าไหร่ยิ่งดี

        ครูเล็กก็เช่นกัน ที่ได้ลองฝึกเล่นเปียโน ที่ช่วยให้สมองได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อสองส่วน ทำให้กล้ามเนื้อสมองและกายแข็งแรงไปพร้อมๆ กัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะฝึกเล่นอะไรก็ได้ อยากเรียนอะไรก็ได้ ขอแค่ไม่หยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ตีกรอบตัวเองด้วยอายุ ประสบการณ์ หรือใดๆ ก็ตาม ขอแค่รู้สึกถึงความสนุก อยากทำ และลองลงมือทำตามสิ่งที่รู้สึกก็พอ 

        หรือถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีก อาจลองนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาลงมือปฏิบัติ เช่น ครูเล็กที่นำศาสตร์ Art Therapy ศิลปะบำบัดที่ได้เริ่มเรียนรู้ในวัยนี้ มาปรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนภัทราวดี ผสานศิลปะการแสดงที่สะสมมาตลอดชีวิต และหลักการบำบัดใหม่ๆ ให้เกิดประโยชน์กับคนรุ่นใหม่ที่เขาจะต้องใช้ชีวิตต่อไป

ชีวิตคือการศึกษา และความชราก็เป็นอีกวิชาของชีวิต

        “ความเจ็บไข้ตอนแก่มันเป็นสิ่งที่น่าศึกษามาก มันเป็นการเรียนรู้ใหม่เหมือนกัน”

        ป้าศรีเล่าถึงประสบการณ์ในห้องไอซียู หลังจากป่วยเป็นครั้งที่สอง ที่ทำให้มองเห็นผลรวมของประสบการณ์ฝึกฝนสติรู้ตัวที่บ่มเพาะมาตลอดชีวิต ที่ทำให้สามารถอยู่กับแต่ละนาทีได้อย่าง ‘สะอาด’ เช่น นาทีที่เกิดภาพหลอน แต่การมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ก็ทำให้รับรู้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือภาพหลอน สามารถอยู่กับมันได้โดยไม่หลุดไปเสียก่อน รับรู้ได้ว่าสิ่งไหนที่เกิดขึ้นคือความจริง สิ่งไหนคือผลของความผิดปกติของความเจ็บป่วยทางกาย

 

lifefulness

อยู่กับปัจจุบัน สื่อสารความต้องการ เตรียมพร้อมเผชิญหน้าวันสุดท้ายในทุกวันที่ยังหายใจ

        “ถ้าเราคิดอะไร ต้องการอะไร อย่าเก็บไว้กับตัวเอง พยายามสื่อสารกับคนรอบข้าง เพื่อที่ในวันที่ระยะสุดท้ายมาถึง คนรอบข้างจะได้รู้ตัวว่าต้องทำอย่างไร และแพทย์เองก็จะได้ตอบสนองความต้องการอย่างแท้จริง”

        นายแพทย์กิติพล นาควิโรจน์ ผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ให้คำแนะนำถึงความสำคัญของการบอกเล่าความต้องการตัวเองให้คนรอบข้างได้รับรู้ วิธีการง่ายๆ ที่จะเตรียมพร้อมให้การจากไปเบาสบาย และช่วยคลายความกังวลของคนรอบข้าง เจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลในการตัดสินใจให้เหมาะสมกับความต้องการของคนไข้

        และเมื่อได้บอกความต้องการถึงระยะสุดท้าย ไม่มีสิ่งใดตกค้างในใจแล้ว การใช้ชีวิตที่เหลือก็ดูไม่มีอะไรน่ากังวลอีกต่อไป สามารถใช้ชีวิตทุกวันได้อย่างสะอาด ปราศจากการยึดติดอดีต อนาคต มีแต่ปัจจุบันที่กำหนดว่าคุณภาพชีวิตของวันนี้ จนถึงวันสุดท้ายว่าจะเป็นเช่นไร 

 

**ขอขอบคุณสถานที่การถ่ายทอดสดครั้งนี้จาก KBank Private Banking ที่เพิ่งได้รับรางวัลการดำเนินงานด้วยความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG: Environment, Social Governance) ที่ดีที่สุดในประเทศไทย

 


ติดตามวงสนทนา ‘Lifefulness ‘ชีวิตมีชีวา’: ให้ชีวิตทุกวันมีคุณภาพ ไปจนถึงวันสุดท้าย’ ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ ‘On the Path to Wellness’ ได้ในวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน เวลา 14.00-15.00 น. ผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ Cheevamitr ชีวามิตร โดยในครั้งที่สองนี้ พบกับ ดอกเตอร์ศุภวุฒิ สายเชื้อ, อาจารย์ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ และ ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ดำเนินรายการโดย ดอกเตอร์อริสรา กำธรเจริญ 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่