ทวงคืนชีวิตที่มีความหมายในโลกดิจิตอลแสนวุ่นวาย กับ ‘Digital Minimalism’

Agenda
28 Apr 2020
เรื่องโดย:

พชร สูงเด่น

1

        “คืนที่ดีที่สุดของคิง”

        เดวิด แกร์โรว์ ผู้เขียนอัตชีวประวัติของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เล่าถึงเหตุการณ์คืนที่คิงถูกปล่อยตัวจากการถูกคุมขังคืนแรกเอาไว้ว่า เขาใช้เวลาในห้องครัว ใคร่ครวญถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมกับขบวนการประท้วงต่อต้านผิวสีที่ผ่านมา บทบาททางสังคมที่เริ่มสร้างแรงกดดันให้เขาและครอบครัว หากในคืนนั้นที่เขาได้ใช้เวลาลำพัง ในความสันโดษก็ทำให้เขาได้พบคำตอบกับความสับสน เสียงจากข้างในที่บอกว่า 

        ‘จงสู้เพื่อความยุติธรรม จงสู้เพื่อความจริง’

        ความเงียบในความสันโดษ ที่ทำให้เขาพร้อมเผชิญความวุ่นวายที่รออยู่ต่อไปร่วมกับผู้คน 

        การได้คำตอบที่แน่ชัดกับตัวเองจนไม่ไขว้เขวอีกต่อไป ไม่ว่าอุปสรรคจะหนักหนาแค่ไหน ที่ทำให้แกร์โรว์กล่าวถึงคืนนั้นว่าเป็น ‘คืนที่ดีที่สุดของคิง’

        และเป็นคืนที่สำคัญคืนหนึ่งของสังคมด้วยเช่นกัน

 

Digital Minimalism

2

        และไม่ใช่แค่คิง

        หาก สตีฟ จ็อบส์, ฮารูกิ มูราคามิ หรือ บิล เกตส์ ที่ล้วนอยู่ในยุคดิจิตอลก็ยังอาศัยความสันโดษเป็น sanctuary สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่ปลอดภัย อาศัยความว่างเพื่อสร้างสรรค์ หาคำตอบสำคัญในความว่างเปล่าของความเงียบงันเช่นกัน

        “ผมวิ่งไปในความว่างเปล่า หรือพูดอีกอย่างก็คือ ผมวิ่งเพื่อหาความว่างเปล่า” – ฮารูกิ มูราคามิ กล่าวถึงการวิ่งของเขา (วิ่งระยะยาว ไม่ใส่หูฟัง ไม่ทำอะไรอื่นใดนอกจากการวิ่ง) ในหนังสือ What I Talk About When I Talk About Running

        ‘Think Week’ ช่วงเวลาที่ บิล เกตส์ หายไปลำพังในกระท่อมส่วนตัว สิ่งเดียวที่เขาพกพาไปด้วยคือกล่องหนังสือกองโต (และเสบียงโค้กซีโร่อีกจำนวนหนึ่ง) และใช้เวลากลางป่าดื่มด่ำกับกองหนังสือพวกนั้น ว่ากันว่างานสำคัญของเกตส์หลายชิ้นมาจากไอเดียที่ได้จากสัปดาห์นี้

        “ตลกดีที่ผู้ผลิตไอโฟนอย่างจ็อบส์กลับไม่ใช่คนที่จะดูแลความสัมพันธ์กับคนผ่านการแชตกันทางสื่อดิจิตอล” 

        เป็นที่รู้กันสำหรับคนรอบตัวของ สตีฟ จ็อบส์ ว่าเขาชอบเดินเล่นในสวนย่านซิลิคอนวัลเลย์ และถ้าเขาจะคุยกับใคร เขาก็มักชวนไปเดินเล่นเพื่อเปิดบทสนทนาตัวต่อตัวมากกว่า ซึ่งน่าประหลาดใจที่ผู้ผลิตไอโฟนกลับไม่ได้ติดสิ่งประดิษฐ์ของเขาหนึบจนต้องทำการสื่อสารทุกอย่างผ่านเจ้าเครื่องมือนี้

        ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่เป็นการบอกว่าความสันโดษดีกว่าเชื่อมต่อหรืออย่างไร เพราะแม้แต่ เฮนรี เดวิด ธอโร ผู้เขียน Walden ผู้ใช้ชีวิตสมถะริมบึงน้ำ ก็ยังแวะเวียน พบปะกับครอบครัว เพื่อนฝูงของเขาบ้าง และสิ่งที่ธอโรอยากสื่อสารนั้นก็คงคล้ายกับ คาล นิวพอร์ต ผู้เขียน Digital Minimalism ถึงความสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่างความสันโดษอันเงียบสงบ และความเชื่อมต่อสัมพันธ์อย่างลึกซึ้ง ที่ล้วนจำเป็นต่อการมีชีวิตที่มีความหมายในโลกที่วุ่นวาย

 

Digital Minimalism

3

        นอกจาก ‘คืนสำคัญของคิง’ แล้ว นิวพอร์ตยังเล่าถึงวันสำคัญของ อดัม อัลเทอร์ ผู้เขียน Drunk Tank Pink and Irresistable ว่าด้วยการเดินทางบนเครื่องบินครั้งหนึ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนทางวิชาชีพของเขา เมื่ออัลเทอร์ตั้งใจเสียดิบดีว่าจะใช้เวลา 5 ชั่วโมงบนเครื่องบินทำงานให้เสร็จ แต่กลายเป็นว่าทันทีที่สัญญาณใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นอีกครั้ง เขาก็เริ่มเล่นโทรศัพท์มือถือ ‘สักหน่อย’ จนกลายเป็นว่าเมื่อเครื่องบินลงจอดที่ปลายทางเขาก็ยังเล่นโทรศัพท์อยู่…

        จุดเปลี่ยนของอัลเทอร์ที่คล้ายกับ คริส ไบเลย์ ผู้เขียน The Productivity Project และ Hyperfocus ที่เล่าถึงช่วงหนึ่งที่เขารู้สึกเหนื่อยล้ากับชีวิตแต่อธิบายไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งที่เขาตระหนักได้ว่าเพื่อนที่ใกล้ชิดเขามากที่สุด ที่แท้จริงอาจเป็นศัตรูที่ร้ายที่สุดที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน – โทรศัพท์มือถือ ที่อยู่กับเขาทั้งวันทั้งคืนนั่นเอง 

        ไม่ต้องแปลกใจอะไรหากเรื่องของอัลเทอร์และไบเลย์นั้นคุ้นๆ เพราะเราต่างเคยเจอสถานการณ์หยุดเล่นสมาร์ตโฟนไม่ได้ มีโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งแรกที่หยิบตอนเช้า และเป็นสิ่งสุดท้ายที่วางตอนกลางคืนด้วยกันทั้งนั้น

        และไม่ต้องโทษตัวเองว่าคุมตัวเองไม่ได้ สมาธิสั้นหรืออย่างไร เพราะเราต่างถูกควบคุมด้วย ‘สล็อตแมชชีน’ เคลื่อนที่ ตามคำที่ ทริสตัน แฮร์ริส อดีตวิศวกรกูเกิล ผู้ออกมาเปิดโปงวงการเทคโนโลยีดิจิตอลว่าเราต่างถูกเล่นงานด้วยวิธีการอันแยบยลให้ใช้เทคโนโลยีให้นานที่สุด ให้ติดมันมากที่สุด จนมันไม่ได้เปลี่ยนแค่พฤติกรรมของเรา หากเล่นงานเราไปจนถึงระดับจิตใต้สำนึก หรือจิตวิญญาณ ผ่านการกระตุ้นให้ความรู้สึกดีอย่างรวดเร็ว ‘ชั่วคราว’ และสร้างแรงขับเพื่อการยอมรับทางสังคม

        “ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าปุ่ม ‘ถูกใจ’ (like) เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เฟซบุ๊กไปมากแค่ไหน” 

        อัลเทอร์กล่าวถึงกลไกง่ายๆ ‘กระดิ่งความสุขจอมปลอม’ ที่ทำให้เรารู้สึกราวกับเล่นพนัน ได้รับความสุขที่ง่าย เร็ว และคาดเดาไม่ได้ ที่ทำให้รู้ตัวอีกที เราก็ไถๆ สูบรับโดปามีนที่หลั่งออกมาทีละนิดๆ ไปเป็นชั่วโมง

        อาจดูเหมือนไม่เห็นเป็นอะไร ได้รับโดปามีนที่ทำให้ตื่นตัวมาก็ดีแล้ว หากโดปามีนที่ได้รับสั้นๆ ในนาทีที่มีคนกดไลก์ หรือได้เห็นฟีดใหม่ๆ นั้นเทียบไม่ได้เลยกับความสามารถในการควบคุมตนเอง ในการมีความสุขเองที่หายไป จนต้องพึ่งยอดไลก์ หรือฟีดใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นตัวเอง 

        ความสามารถในการเข้าใจตัวเองที่หายไป ในโลกที่เสียงดัง เรียกร้องการเชื่อมต่อตลอดเวลา ที่สอดคล้องกับอัตราผู้ป่วยโรควิตกกังวล (anxiety) ที่สูงมากขึ้นในกลุ่ม ‘iGen’ กลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิตอล ในยุคสมัยที่ใครๆ ก็มีสมาร์ตโฟนติดตัวตลอดเวลา 

        และไม่ใช่ความวิตกกังวลที่ส่งผลต่อตัวผู้ใช้งานเท่านั้น หากการเสพติด ‘instant connection’ การเชื่อมต่อทันทีทันควันผ่านช่องทางออนไลน์ ยังส่งผลต่อวิธีการที่เราปฏิสัมพันธ์กันดังที่นิวพอร์ต ได้ยกการศึกษาหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าในขณะที่เราดูเชื่อมต่อกันตลอดเวลา แต่เรากลับเริ่มกลัวการเผชิญหน้ากันในชีวิตจริง บางคนกลัวการโทรศัพท์ หรือบางคนสูญเสียความสามารถที่จะอ่านสีหน้าระหว่างสนทนา มีปัญหาในการแสดงความเห็นอกเห็นใจด้วยซ้ำไป

 

Digital Minimalism

4

        “ทวงคืนเวลาว่าง”

        “อย่ากดไลก์”

        “ใช้เวลาตามลำพัง”

        “ทิ้งความรุงรังในโลกดิจิตอล”

        “ร่วมขบวนการต่อต้านแรงดึงดูดความสนใจ”

        บางบทจากหนังสือ Digital Minimalism: A Purposeful Digital Lifestyle ที่ไม่เพียงทำให้เรามองเห็นพฤติกรรมที่เราเคยชินจนเริ่มมองไม่เห็นว่ามัน ‘ผิดปกติ’ นั้นส่งผลต่ออาการเหนื่อยล้าโดยรวมของคนในยุคสมัยเรามากแค่ไหน และยังเสนอหนทางต่างๆ ว่าเราจะปรับเปลี่ยนการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลให้มีความหมาย ในขณะเดียวกันก็รักษาความสามารถในการควบคุมตนเอง มีความสุขด้วยตนเอง และมีความสัมพันธ์ที่แท้จริงได้ในโลกแห่งความสัมพันธ์ฉับพลันได้อย่างไร 

        และหากการได้ใช้เวลาลำพัง ในความสันโดษ ใคร่ครวญตัวเองอย่างเงียบๆ ในห้องครัวคืนนั้นเป็น ‘คืนที่ดีที่สุดของคิง’ 

        คงไม่มากเกินไปที่จะบอกว่า การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ในการใช้ชีวิตในโลกดิจิตอลต่อไปเช่นกัน  

 


อ้างอิง:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

พชร สูงเด่น

มนุษย์รูทีน หมกมุ่น วนเวียนกับการอ่าน เขียน เรียนรู้ตลอดชีวิต