การเสวนาหาทางออกของปัญหาความรุนแรงต่อสตรีด้วยเหตุแห่งเพศในประเทศไทย

Agenda
31 Mar 2021
เรื่องโดย:

adB Team

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ร่วมกับสมาคมนักเรียนทุนชีฟนิ่งประเทศไทย และ RoLD 2020 จัดเสวนา RoLD Virtual Forum ผ่านเฟซบุ๊กเพจ หัวข้อ ‘ระบบยุติธรรมทางอาญาที่ตอบสนองต่อการคุ้มครองผู้หญิงจากการกระทำความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศในประเทศไทย’ (Effective and Integrated Criminal Justice Responses to Violence against Women in Thailand) โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ด้านกฎหมาย ด้านสาธารณสุขและสิทธิมนุษยชน มาร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันและหาทางออกของปัญหาความรุนแรงต่อสตรีด้วยเหตุแห่งเพศในประเทศไทย

TIJ

ระบบยุติธรรมทางอาญาที่ตอบสนองต่อการคุ้มครองผู้หญิงจากการกระทำความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศในประเทศไทย

        งานเสวนานี้เริ่มด้วยการปาฐกถาโดย ดร. พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวนำถึงระบบยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงต่อสตรีด้วยเหตุแห่งเพศ ว่าเป็นงานที่ท้าทายสัมพันธ์กับปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะอุปสรรคทางด้านวัฒนธรรมและด้านกฎหมาย ทำให้การเข้าถึงความยุติธรรมเป็นไปได้ไม่เต็มที่ ซึ่งบทบาทของทาง TIJ เน้นการให้ความรู้ และให้ความสำคัญ ทุ่มเทกับงานวิจัยและจัดกิจกรรมทางวิชาการเพื่อผลักดันประเด็นนี้มาโดยตลอด โดยหวังว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ในการแก้ปัญหาได้ชัดเจนขึ้น อิงแนวทางสากลและคำนึงถึงบริบทเฉพาะในสังคมไทย

        “ปัญหาความรุนแรงต่อสตรี เป็นปัญหาที่ยากและท้าทาย ที่ผ่านมาสถาบัน TIJ เราได้พยายามสร้างองค์ความรู้ให้เราเข้าใจสิ่งนี้ดีขึ้นผ่านการทำงานร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ ปัญหาความรุนแรงต่อสตรีเป็นประเด็นที่สหประชาชาติให้ความสำคัญมาตลอด และก็มีมาตรฐาน รวมถึงบรรทัดฐานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรง เป็นยุทธศาสตร์ต้นแบบว่าด้วยการดูแลแก้ไขปัญหาความรุนแรงในสตรี มีการประชุมทบทวนทำให้เป็นปัจจุบัน การแก้ปัญหาอาจต้องดูทุกอย่าง ทั้งแนวปฏิบัติที่เป็นแนวทางสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องคำนึงถึงบริบทเฉพาะซึ่งเวลาที่มันเป็นมิติทางสังคม เชื่อว่ารายละเอียดที่เราจะได้เรียนรู้ในวันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ที่ทำให้เราเข้าใจปัญหานี้ได้ชัดเจนขึ้น” ดร. พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าว

        ส่วนในช่วงเสวนาหัวข้อ ‘ระบบยุติธรรมทางอาญาที่ตอบสนองต่อการคุ้มครองผู้หญิงจากการกระทำความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศในประเทศไทย’ นั้นก็ได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มากล่าวถึงความเชื่อมโยงทัศนคติสังคมว่าด้วยผู้หญิงมีความเปราะบางด้านสรีระและต้องพึ่งพิงผู้ชาย จนกลายมาเป็นจุดอ่อนของการถูกล่วงละเมิด และชี้ถึงจุดบกพร่องของกระบวนยุติธรรมแบบดั้งเดิมที่ผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงทางเพศต้องเผชิญหนักหน่วง เหมือนถูกกระทำซ้ำ จากการที่ต้องผ่านกระบวนการแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้ยินยอมให้มีการกระทำผิด

TIJ

        “เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นางสาวแดง (ยกตัวอย่าง) ถูกกระทำรุนแรงทางเพศจะต้องพิสูจน์ว่าไม่ได้ยินยอม ต้องไปเปิดหลักฐานให้ใครดูบ้าง ต้องไปเปิดคลิปนี้ให้กับใครดูบ้าง ไปถึงอัยการ อัยการถามคำถามแบบเดียวกัน เข้าถึงขบวนการในศาล ศาลก็ต้องถามแบบเดียวกัน และทนายก็ต้องมาซักค้านว่า อ้าว วันนั้นก็เห็นเธอยินยอมนี่นา แล้วเราจะแน่ใจได้แค่ไหนว่ากระบวนการไกล่เกลี่ยที่อยู่ในกระดาษที่เป็นกฎหมายสวยงามนั้น คนปฏิบัติเขาเข้าใจ สิ่งที่จะชี้ให้เห็นทั้งหมด จริงๆ มันมีอีกหลายประเด็นมาก ภาพของคลิปที่ยังอยู่บนอินเทอร์เน็ต นางสาวแดงจะขอเอาลงมา (จากการเผยแพร่) ได้ไหม เขาจะไปแจ้งใคร โรงพักทำให้ได้ไหม ถ้าโรงพักทำให้ไม่ได้ ไปหากระทรวงเทคโนโลยีฯ เขาจะต้องวิ่งไปเอง ใครจะเป็นคนเข้ามาดูแลเขา” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ชี้ให้เห็นถึงประเด็นปัญหา 

อุปสรรคของผู้หญิงในการขอความช่วยเหลือในกระบวนการยุติธรรมและการไม่ได้รับความเป็นธรรม

        ขณะที่ นางสาวบุษยาภา ศรีสมพงษ์ ทนายความสิทธิมนุษยชน นักวิจัยด้านความรุนแรงในครอบครัว และผู้ก่อตั้ง S-Hero กลุ่มรณรงค์ในเรื่องการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง กล่าวถึงกรอบมายาคติทางเพศที่เป็นอุปสรรคของผู้หญิงในการขอความช่วยเหลือในกระบวนการยุติธรรมและการไม่ได้รับความเป็นธรรมไว้ว่า

        “อุปสรรคของผู้หญิงคนหนึ่งในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่แค่เรื่องเขารู้กฎหมายไหม บางทีเขารู้เขาเข้าใจโครงสร้าง และรู้ว่ากฎหมายมีความท้าทายยังไง แต่เสียงของสังคมชุมชนที่ตีตราผู้ถูกกระทำ เสียงของครอบครัวที่ discourage (การบั่นทอนความกล้า) หรือทำให้ผู้หญิงที่ถูกกระทำไม่กล้าฟ้องผู้กระทำ โดยย้ำว่าอย่าไปฟ้องเขาเลย สงสารเขา อย่าไปทำให้เขาเสียอนาคตเลย แล้วก็เป็นเสียงของเพื่อนที่บอกว่า แกไปทำอะไรเขาล่ะ ไปทำอะไรมาถึงโดนกระทำแบบนั้น” นางสาวบุษยาภา ศรีสมพงษ์ ทนายความสิทธิมนุษยชน กล่าว 

เปิดทางเลือกและคืนอำนาจให้กับผู้ถูกกระทำอย่างแท้จริง

        ในวงเสวนาจึงกล่าวถึงแนวทางช่วยเหลือผู้เสียหายโดยยึดหลักผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (survivor-centred approach) จากมิติด้านสาธารณสุขที่มุ่งประเด็นเยียวยาความบอบช้ำทางจิตใจของผู้ถูกกระทำความรุนแรง ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่ช่วยป้องกันการถูกกระทำซ้ำจากกระบวนการยุติธรรมและเป็นการเปิดทางเลือกและคืนอำนาจให้กับผู้ถูกกระทำอย่างแท้จริง โดยอาศัยช่องทางของกฎหมายไทยที่เปิดให้ผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาได้เอง แม้ส่วนใหญ่มีข้อจำกัดเรื่องทุนทรัพย์และความรู้ แต่หากมีการพัฒนาต่อยอดจาก ศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ของผู้เสียหาย น่าจะมีส่วนช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ได้ 

        “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้สิทธิ์ผู้เสียหายในการฟ้องคดีอาญาได้เอง แต่เราใช้สิทธิน้อยมากเพราะผู้เสียหายมีกำลังทรัพย์น้อย มีทรัพยากรน้อยในการที่จะเข้าถึง เพราะจะต้องจ้างทนาย ต้องรวบรวมพยานหลักฐานอะไรต่ออะไรเอง มันลำบาก แต่เป็นไปได้ไหมว่าเราจะใช้ช่องทางนี้ในการที่จะเพิ่มสิทธิ์ เพิ่มกำลัง เพิ่มพาวเวอร์ผู้เสียหายที่จะใช้ผ่านกระบวนการนี้ ให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีอาญาได้เอง โดยเฉพาะคดีที่หลักฐานทั้งหมดมันเป็นหลักฐานที่อยู่กับตัวเขาเอง” นางสาวบุษยาภากล่าว 

TIJ

Conclusion

        งานเสวนาครั้งนี้ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้าร่วม นำโดย ดร. คเณศ วังส์ไพจิตร นายกสมาคมนักเรียนทุนชีฟนิ่งประเทศไทย สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นางสันทนี ดิษยบุตร อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานอัยการ คดีเยาวชนและครอบครัว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้อำนวยการสำนักงาน เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์, นางสาวกรวิไล เทพพันธ์กุลงาม นักวิเคราะห์โครงการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง โครงการปลอดภัยและยุติธรรม UN Women, ดร. พญ. ปานใจ โวหารดี ผู้อำนวยการกองนิติวิทยาศาสตร์บริการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม, นางวรภัทร แสงแก้ว นักจิตวิทยาและหัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์และศูนย์พึ่งได้ (OSCC) โรงพยาบาลปทุมธานี กระทรวงสาธารณสุข โดยมี ร้อยตรี ปารเมศ บุญญานันต์ นิติกรชำนาญการ กระทรวงยุติธรรม นางสาวชลธิช ชื่นอุระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมข้อกำหนดกรุงเทพและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา 

        หากสนใจสามารถติดตามชมบันทึกการประชุมเสวนาออนไลน์ได้ที่นี่


ภาพ: Getty Images, TIJ 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่