วงสนทนา 3 ศิษย์เก่าทุนปริญญาโทแห่งสหภาพยุโรป Erasmus+ เปิดโลกทางการศึกษาและประสบการณ์ชีวิตเปี่ยมคุณค่าที่ไร้พรมแดน

Agenda
12 Jul 2021
เรื่องโดย:

adB Team

        สัปดาห์ที่ผ่านมา The Momentum ร่วมกับ สหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (European Union in Thailand) จัดงานพูดคุยผ่าน Facebook Live ที่ชวน 3 ศิษย์เก่าของทุนการศึกษา Erasmus+ แห่งสหภาพยุโรป ระดับปริญญาโท หรือ Erasmus Mundus Joint Masters (EMJM) มาเล่าเจาะลึกถึงความพิเศษของทุนนี้ ที่นอกจากจะเป็นทุนเต็มจำนวนครอบคลุมค่าเล่าเรียน อยู่อาศัย ใช้ชีวิต เดินทางและครอบคลุมประกันสุขภาพโดยไม่ต้องใช้ทุนคืนแล้ว ยังเป็นทุนที่มอบโอกาสให้คุณเดินทางไปศึกษาในมากกว่า 2 ประเทศอีกด้วย

        ‘ทาโร่’ – อมรเชษฐ์ จินดาอภิรักษา CEO & Co-founder แห่ง TakeMeTour พร้อมด้วย ‘ฝ้าย’ – ภัทชา ด้วงกลัด Business Director & Co- Founder แห่ง Punch Up World และ ‘หลุยส์’ – หลุยส์มงคล ทรัพย์กุล นักการทูตชํานาญกระทรวงการต่างประเทศ ล้อมวงสนทนาเล่าเรื่องราวที่พวกเขาได้ไปค้นพบตลอด 2 ปี ในหลายประเทศยุโรปหลังได้รับทุน

        หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากออกเดินทางเพื่อเรียนรู้โลกกว้าง เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ที่ไม่จำกัดด้วยกำแพงภาษาและวัฒนธรรมจากอีกมุมโลก เราชวนคุณอ่านเรื่องราวของพวกเขาทั้ง 3 จากงาน ‘Meet Erasmus+ Alumni in Thailand’ บนหน้าจอต่อไปนี้ได้เลย

ที่มาของทุน Erasmus+

        H.E. Mr. Pirkka Tapiola เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจําประเทศไทย ผู้มากล่าวเปิดงานในครั้งนี้ อธิบายว่า “Erasmus+ เป็นโครงการทุนการศึกษาที่ยิ่งใหญ่และก้าวหน้าที่สุดในโลกโครงการหนึ่ง โดยตั้งชื่อทุนตาม Erasmus แห่งรอตเตอร์ดัม นักเทววิทยาและนักมนุษยนิยม ผู้อุทิศเวลาทั้งชีวิตให้การเรียนรู้

H.E. Mr. Pirkka Tapiola
เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจําประเทศไทย

        “Erasmus ไม่ปล่อยให้เขตแดนระหว่างประเทศเป็นอุปสรรคต่อภารกิจการเรียนรู้ของเขา และแนวคิดนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาคือชาวยุโรปอย่างแท้จริง ดังนั้นเราจึงใช้ชื่อของเขาเพื่อเรียกโครงการทุนการศึกษานี้ ที่ครอบคลุมทั้งยุโรปและทั่วโลก

        “ทุนการศึกษา Erasmus Mundus เปิดโอกาสให้ผู้ที่จบปริญญาตรีไม่ว่าจะสาขาวิชาไหนก็สมัครได้ นอกจากนี้โปรแกรมการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในโครงการ ยังถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดความเป็นหุ้นส่วนทางวิชาการข้ามประเทศขึ้น และยังเป็นกุญแจหลักในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและนักศึกษาระดับโลก

        “ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 1986 จนถึงบัดนี้ มีผู้ได้รับทุนทั้งหมดกว่า 9 ล้านคนจากทั่วโลก และนับจากปี 2014 ทุกประเทศทั่วโลกสามารถเข้าร่วมโครงการ Erasmus+ เราอยากเห็นจำนวนผู้ได้รับทุนนี้สูงขึ้นไปอีก ในระยะเวลา 7 นับจากนี้ สหภาพยุโรปให้คำมั่นสัญญาที่จะมอบทุนการศึกษาให้ผู้คนทั่วโลกกว่า 10 ล้านคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานในสาขาต่าง ๆ

        “ยุโรปไม่ได้มีเพียงการศึกษาที่ก้าวหน้าและโดดเด่น แต่ยังมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและวัฒนธรรมที่งดงามหลากหลาย ซึ่งชาวยุโรปยินดีที่จะแบ่งปันกับนักศึกษาจากทั่วโลก พวกเราอยากให้ทุกคนได้มารู้จักและเข้าใจยุโรป วิถีชีวิตแบบยุโรป และกลไกการทำงานของชาวยุโรป

        “เพื่อร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจวิกฤตโควิด-19 Erasmus+ มุ่งขยายขอบเขตโครงการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนโอกาสในการพัฒนาตนเองและวิชาชีพทั้งในและนอกยุโรป เรามีปณิธานที่จะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ก้าวสู่โลกดิจิทัลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ตามแผนการปฏิรูปสีเขียว (Green Deal) ซึ่งเป็นทั้งแนวทางการฟื้นฟูและเติบโตของเรา”

จุดเริ่มต้นชีวิตนักเรียนทุน Erasmus+

        ทาโร่: “ย้อนกลับไปประมาณปี 2010 ผมได้รับทุนชื่อ Computer Vision in Robotics เป็นสาขาที่พยายามสอนคอมพิวเตอร์ให้เข้าใจภาพถ่ายอย่างที่มนุษย์เข้าใจ เทอมแรกผมเรียนที่ประเทศสกอตแลนด์ เทอมที่สองเรียนที่ประเทศสเปน ระหว่างเทอมที่สองและสาม มีโอกาสไปฝึกงานที่ประเทศนอร์เวย์ จากนั้นเทอมที่สามกลับมาเรียนต่อที่ประเทศฝรั่งเศส และสุดท้ายทำวิทยานิพนธ์ที่ประเทศออสเตรีย ตอนนี้ผมเป็น CEO และผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพชื่อ Take MeTour แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสของ Local One Day Tour ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”

        ฝ้าย: “ปัจจุบันเป็น Co-Founder ของบริษัท Punch Up World เป็นสตูดิโอที่ทำ Data Storytelling สื่อมวลชนที่เป็นส่วนผสมของ Data Design และ Tech สิ่งที่เรียนตอนได้ทุนค่อนข้างต่างจากที่ทำงานตอนนี้ ตอนนั้นเราไปเรียนด้าน Public Policy หรือนโยบายสาธารณะ ปีแรกเรียนที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ปีที่สองไปเรียนที่ประเทศฮังการี และมีช่วงสั้นๆ ที่ได้ไปฝึกงานที่ประเทศสเปน”

        หลุยส์: “ปัจจุบันผมรับราชการ เป็นนักการทูตชำนาญการที่กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ผมได้รับทุนการศึกษาตั้งแต่ปี 2007 โปรแกรม Euroculture เทอมแรกผมเรียนที่ประเทศเยอรมนี ต่อมาเทอมที่สองไปเรียนที่ประเทศสวีเดน จากนั้นไปเรียนและฝึกงานที่ประเทศโปแลนด์ ก่อนจะกลับมาทำวิทยานิพนธ์ที่ประเทศเยอรมนี”

ทำไมต้องเป็นทุน Erasmus+ อะไรคือข้อดีของการศึกษาต่อปริญญาโทด้วยทุนนี้

        หลุยส์: “ทุน Erasmus Mundus เป็นการเดินทางไปเรียนในสองประเทศ เราได้ปริญญาร่วมสองใบจากทั้งสองมหาวิทยาลัย ผมเลือกหลักสูตรยุโรปศึกษา เพราะรู้สึกว่าเรื่องเกี่ยวกับสหภาพยุโรปในเมืองไทยขณะนั้นอาจจะยังไม่ค่อยมีคนรู้มากนัก ที่ประเทศเยอรมนี ผมได้เรียนประวัติศาสตร์ยุโรปในแง่มุมเชิงปรัชญา ปกติประวัติศาสตร์การทูตที่เคยเรียนจะเจาะไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ที่นี่เราได้ศึกษาความรู้สึกนึกคิดของคน อัตลักษณ์ของชาวยุโรป จนถึงความคิดพื้นฐานในการสร้างความเป็นประชากรยุโปรขึ้นมา สิ่งเหล่านี้เปิดโลกให้ผมเยอะเลยทีเดียว”

        ทาโร่: “ตอบแบบติดตลกก็ต้องบอกว่าได้เที่ยวเยอะดี และเรียนสองปีเท่ากันแต่ได้ปริญญาหลายปี คุ้มดีครับ (หัวเราะ) ย้อนกลับไปในปี 2010 สาขาที่ผมสนใจและได้ไปเรียน ไม่ใช่สาขาที่หาเรียนได้ทั่ว ๆ ไป แต่ละมหาวิทยาลัยที่ได้ไป มีความเชี่ยวชาญคนละแขนง ทั้งหุ่นยนต์ใต้น้ำ หุ่นยนต์การแพทย์ และหุ่นยนต์ระบบอุตสาหกรรม เราไปเรียนโครงการเดียว แต่ได้รับความเชี่ยวชาญจากสามมหาวิทยาลัย ผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดีทั้งในเรื่องการของศึกษาและได้เปิดหูเปิดตาในต่างแดนด้วย”

        ฝ้าย: “เช่นเดียวกับทุกคน ด้านแรกคือตัวหลักสูตร ด้วยความที่โครงการนี้มีหลายมหาวิทยาลัยมาร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน จึงมีความหลากหลายของเนื้อหาที่เราจะได้ไปเรียน อย่างโปรแกรมที่ของเรา ปีแรกจะเป็น Development Study เรียนเรื่องการพัฒนาในแนวทางสังคมศาสตร์ ส่วนปีที่สองเป็นเรื่อง Public Policy ลงลึกด้านการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ทำให้เราได้ความรู้ที่หลากหลายของสองสาขาวิชา ที่ส่งเสริมกัน

        “อีกด้านคือ Erasmus+ เป็นทุนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าเรียน กินอยู่ การใช้ชีวิตต่าง ๆ และทุนนี้ก็เป็นทุนให้เปล่าที่ไม่ได้เงื่อนไขผูกพัน สมัยที่เราไปเรียน งบประมาณที่ได้คือประมาณ 42,000 ยูโร ถือว่าเยอะมาก ซึ่งครอบคลุมการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีในต่างประเทศ”

        ทาโร่: “การที่ทุน Erasmus+ จัดหาประกันสุขภาพ ประกันการเดินทางที่ค่อนข้างครอบคลุมทุกอย่าง ทำให้สบายใจตอนที่ต้องย้ายไปหลายๆ ประเทศ ยิ่งในปัจจุบันนี้ที่มีสถานการณ์โควิด-19 และอีกหลากหลายปัจจัย ผมคิดว่าประกันเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้เราสามารถไปโฟกัสกับเรื่องการเรียน การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ สร้างเน็ตเวิร์กได้อย่างเต็มที่ (ยิ้ม)”

ประสบการณ์เรียนปริญญาโทข้ามสาย ด้วยทุน Erasmus+

        ฝ้าย: “จริงๆ เราจบปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ ช่วงปีสุดท้ายได้เรียนวิชา Public Finance เกี่ยวกับนโยบายสาธารณะในมุมเศรษฐศาสตร์ เราเริ่มมองปัญหาต่างๆ ในสังคมจากมุมมองของนโยบายสาธารณะ วิธีการที่รัฐกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับคน ทำให้อยากไปเรียนต่อทางด้านนี้”

        “และพอได้ไปเรียนในโปรแกรมที่มีทั้ง Public Policy และ Development Studies ด้วย ยิ่งขยายโลกของเราให้กว้างขึ้น เห็นมุมมองต่างๆ มากขึ้น ปีแรกที่เรียน Development Studies เราได้เรียนวิชาที่หลากหลายมาก ทั้งเรื่องเพศ เด็กและเยาวชน การพัฒนาท้องถิ่น ไปจนถึงความยากจน ทั้งหมดหล่อหลอมความสนใจเรา แม้กระทั่งตอนนี้ที่มาทำงาน กึ่งไปทางสื่อมวลชน คือเป็นสตูดิโอที่ผลิตงานสื่อสารด้าน Data Driven เราก็จะเลือกทำประเด็นที่มีพื้นฐานอยู่บน ประเด็นสังคมและสาธารณะ ที่เราได้ความรู้ความเข้าใจ จากตอนเป็นนักเรียนทุน”

        “ตอนที่เรียนจบกลับมา ตอนแรกเราก็ทำงานสายวิชาการ ในองค์กรวิจัยลักษณะ Policy Thinktank จากนั้นมีโอกาสทำรายการโทรทัศน์ ก็เริ่มก้าวสู่ขาของสื่อมวลชน บางคนอาจมองว่าเป็นการเปลี่ยนสายงาน แต่จริงๆ แล้วมันยังมีพื้นฐานเรื่องเดียวกันคือประเด็นสาธารณะ ที่สื่อสารกับคน แค่เปลี่ยนจากสื่อสารกับผู้กำหนดนโยบาย ขยับมาสื่อสารสิ่งเดียวกันให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะเราเห็นว่ามีเรื่องยากๆ ที่สำคัญมากมาย ที่คนไม่เคยรับรู้“

        ทาโร่: “ผมคิดว่าการจะได้รับการคัดเลือกให้รับทุน มันไม่เกี่ยวกับพื้นหลังสักเท่าไหร่ ทุนนี้เปิดโอกาสให้สามารถย้ายสายการศึกษาได้ค่อนข้างอิสระ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถทำให้ผู้ให้ทุน มองเห็นความตั้งใจ ความพร้อมและความอินว่าเราอยากเรียนสายนี้”

        ฝ้าย: “ใช่เลย แต่ละโปรแกรมจะมี Requirement ขั้นต่ำแตกต่างกัน บางสาขาอาจระบุว่าต้องจบสาขานี้ อาจเพราะเป็นสาขาที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพที่ต้องมีพื้นฐานวิชาการมา แต่อย่างโปรแกรมที่เราไปเรียน ระบุแค่ Qualification พื้นฐานคือจบปริญญาตรี และผลการวัดระดับภาษาเท่านั้น”

‘ทาโร่’ – อมรเชษฐ์ จินดาอภิรักษา
CEO & Co-founder แห่ง TakeMeTour

ประสบการณ์ชีวิตไม่รู้จบนอกห้องเรียน ที่หล่อหลอมจนเป็นตัวเองอย่างทุกวันนี้

        ทาโร่: “ประสบการณ์ที่พบเจอ มีอะไรให้เราเรียนรู้ได้ตลอดเวลา เวลาสองปีอาจไม่เพียงพอเลยด้วยซ้ำ ผมได้เจอคนหลากหลาย แค่ในโปรแกรมเรียนเดียวกันก็มีเพื่อนยี่สิบคนจากยี่สิบประเทศทแล้ว ทุกคนมีความคิดหลากหลาย ทำให้ผม open-minded ยอมรับความแตกต่างทางภาษา วัฒนธรรมและความคิด และมันคือสิ่งที่เรานำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานในปัจจุบัน

        “อย่างธุรกิจ TakeMeTour จุดเริ่มต้น หน่อของไอเดียเกิดขึ้นช่วงที่เราไปเรียนที่ยุโรปนี่แหละ การย้ายไปหลายที่ ทำให้เราทั้งต้องไปให้คนในพื้นที่พาเราเที่ยว เวลามีใครมาเยี่ยมเราในแต่ละที่ เราก็ต้องพาพวกเขาไปเที่ยว ผสมผสานเป็นคอนเซปต์การท่องเที่ยวแบบให้คนท้องถิ่นเป็นคนพาไปในปัจจุบัน”

        หลุยส์: “ด้วยความที่มาจากเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ​ พอไปอยู่ที่เมืองเล็กในประเทศเยอรมนี ความสะดวกสบายหลายอย่างที่คุ้นเคยไม่มีที่นั่น เช่น วันอาทิตย์ร้านรวงปิดหมด ในขณะที่ร้านสะดวกซื้อบ้านเราเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง (หัวเราะ) วันเสาร์บ่ายก็ต้องคิดแล้วว่าพรุ่งนี้จะกินอะไร จากนั้นต้องไปซื้อข้าวของเตรียมไว้ หรือการที่ผมไม่ขี่จักรยาน การจะไปแต่ละที่คือลำบากไปหมด อยู่กรุงเทพฯ อยากไปไหนเราก็ขึ้นแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก ที่โน่นไม่มี หรือมีก็แพงมาก”

        “แต่พออยู่ไปอยู่มา กลายเป็นวิถีชีวิตเราเปลี่ยน ชอบอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น ผมไม่ไปห้างสรรพสินค้าอีกเลย ไปแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้ออาหาร และนำมาสู่ความคิดว่า ประเทศไทยก็น่าจะปรับมาทางนี้ มีสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างการมีสวนสาธารณะใกล้บ้าน ชีวิตที่โน่นทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าในโลกนี้ มีวิถีชีวิตอีกแบบที่อาจจะฟิตกับตัวเรามากกว่า”

        “ด้วยความที่โปรแกรมของผมเป็นสายสังคมศึกษา ทำให้ในคลาสเรียนต้องเกิดการพูดคุยถกเถียงกันเยอะมาก ทำให้รู้สึกเหมือนต้องเตรียมตัวตลอดเวลาที่จะมีปฏิสัมพันธ์ได้อย่างสร้างสรรค์ แม้จะกดดันบ้าง (หัวเราะ) แต่สุดท้าย มองย้อนกลับไป ประสบการณ์ตรงนั้นมีคุณค่ามาก ทุนนี้ ช่วยเปิดโลกทัศน์ ทำให้ผมมีทัศนคติที่พร้อมปรับตัวกับสิ่งรอบข้าง”

        “แม้ทุกวันนี้ ผมใช้ความรู้เกี่ยวกับยุโรปที่ได้มาค่อนข้างน้อย เพราะตัวเองมาทำงานในสายงานที่เกี่ยวประเทศเพื่อนบ้านเป็นส่วนใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่ได้ปรับใช้คือ ความเข้าใจในวิถีชีวิต และแนวคิดชาวยุโรป มันคือแต้มต่ออย่างหนึ่ง ผมทำงานติดต่อกับชาวต่างชาติเป็นหลัก การที่เรามีความสามารถในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ช่วยให้เรามี Intercultural Interpretance ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ในทุกสถานการณ์โดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่ไร้พรมแดน”

        ฝ้าย: “เราได้เยอะมากจากประสบการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่จากตัวหลักสูตร ตัวเราเองได้เรียนรู้อะไรจากเพื่อนในคลาสด้วยกันเองเยอะมาก การย้ายประเทศแต่ละครั้ง ก็ทำให้เราได้เจอเพื่อนอีกหลายๆ กลุ่มที่ข้ามวัฒนธรรม ตอนเรียนที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นโซนยุโรปตะวันตกที่ล้วนพัฒนาแล้ว ในขณะที่ประเทศฮังการี มีความคล้ายคลึงกรุงเทพฯ ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนและกายภาพเมือง เราเห็นความแตกต่าง ได้ทำความเข้าใจความแตกต่างหลากหลายของประเทศเหล่านี้

       “คนที่มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศน่าจะได้รับประสบการณ์เดียวกัน คือเราต้องปรับตัว โดยเฉพาะทุน Erasmus+ ที่เปิดโอกาสให้เราไปในหลายประเทศ ยิ่งกระตุ้นให้เราต้องปรับตัวมากไปกว่าคนอื่นอีก (หัวเราะ) 

       “ในขณะที่กำลังทำวิทยานิพนธ์ เราก็ต้องหาบ้านสำหรับประเทศต่อไปแล้ว เราจึงได้ปรับตัวทั้งในเชิงวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเรา และการจัดการชีวิตของตัวเองนี่ก็เป็นอีกสิ่งที่ตกทอดและหล่อหลอมให้เราเป็นเราอย่างทุกวันนี้ ทำให้เราเป็นคนคิดล่วงหน้า จัดการสิ่งต่างๆ ได้ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้”

‘ฝ้าย’ – ภัทชา ด้วงกลัด
Business Director & Co- Founder แห่ง Punch Up World

สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม ก่อนสมัครทุน Erasmus+

       ทาโร่: “แน่นอนว่ามันจะมี Basic Requirement ต่างๆ ทั้งการเตรียม CV และ Resume ไปจนถึงการเขียน Cover Letter รวมถึงการสอบวัดระดับภาษา ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ควรเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างโปรแกรมที่ผมไปต้องใช้การวัดผล IELTS หลายๆ คนไม่ได้ผ่านเกณฑ์การสอบครั้งแรก ดังนั้นเตรียมสิ่งนี้ให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก จะทำให้เรามีเวลาเตรียมพร้อมในการสมัคร สามารถไปโฟกัสกับเอกสารอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น”

       หลุยส์: “อีกอย่างที่สำคัญมากคือ Statement of Proposal หรือ Cover Letter เพราะทุน Erasmus+ เป็นทุนเปิดกว้างให้คนทั่วโลก จุดสำคัญคือเราจะเขียนเรื่องราวของตัวเอง สะท้อนจุดมุ่งหมายอย่างไรให้เขาเลือกเรา และทำไมเราจึงเลือกเขา นี่ก็สำคัญไม่แพ้กัน”

       “ผู้ให้ทุนพิจารณาโดยมองว่าเราจะเป็นประโยชน์กับตัวโครงการอย่างไรในอนาคต เรากำหนดเป้าหมายให้ชัดว่าทำไมจึงเลือกที่นี่ หรือประเทศนี้มีข้อดีอย่างไร มหาวิทยาลัยนี้มีความเชี่ยวชาญด้านไหน เราต้องทำการบ้าน ศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตร ถ้าทุกอย่างถูกอธิบายอย่างชัดเจนในตัวเอกสารที่ส่งไป มันจะขยายโอกาสของเราให้กว้างขึ้น เพราะเขาก็อยากได้นักศึกษาที่จะไปเพิ่มพูนอะไรบางอย่างในหลักสูตร”

       ฝ้าย: “หลายคนถามเรื่องการสัมภาษณ์ จริงๆ คือแล้วแต่โปรแกรมเลย อย่างโปรแกรมของฝ้าย ทาโร่และพี่หลุยส์ ไม่มีการสัมภาษณ์ ในขณะที่บางโปรแกรม เมื่อส่งใบสมัครแล้ว จะมีประกาศผลผู้ที่ต้องไปสัมภาษณ์อีก ในการสัมภาษณ์ก็เช่นกัน เราควรชัดเจนในตัวเอง ทำไมถึงอยากไปเรียนแล้วกลับมาเราอยากทำอะไร ตรงนี้คือส่วนเสริมที่ทำให้ผู้ให้ทุนเห็นเราชัดว่าเขาควรให้ทุนกับเรา”

       ทาโร่: “แม้ว่าคอร์สเรียนทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะไปประเทศไหน เรื่องภาษาไม่ใช่อุปสรรค แต่ผมอยากแนะนำว่าก่อนไป ถ้ารู้แล้วว่าจะไปประเทศสเปน ก็ไปเรียนภาษาสเปนเตรียมไว้สักหน่อย เพราะถ้าเรามีภาษาท้องถิ่นไว้สื่อสารกับคนท้องถิ่น จะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งรอบตัวและใช้ชีวิตง่ายขึ้น

       “อีกเรื่องของ ในการสมัครทุน Erasmus+ สามารถสมัครได้ไม่เกินสามหลักสูตรในปีเดียวกัน อย่างผมสมัครสามหลักสูตรเลยครับ กลัวไม่ได้ไปเที่ยว (หัวเราะ) โดยแต่ละหลักสูตรจะมีรายละเอียดต่างกันเช่น โปรแกรมของพี่ฝ้าย จะมีลิสต์มาให้เราเลือกไปหนึ่งในสองประเทศ ในขณะที่โปรแกรมของผมจะกำหนดมาเลยว่า ภายในสองปี ต้องไปสามประเทศนี้”

‘หลุยส์’ – หลุยส์มงคล ทรัพย์กุล
นักการทูตชํานาญกระทรวงการต่างประเทศ

ทิ้งท้าย ทำไมศิษย์เก่าทุน จึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้ไปเปิดโลกทางการศึกษาและเกี่ยวเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตกับทุน Erasmus+

        ทาโร่: “ผมรู้สึกว่าสาขาในโครงการที่ถูกคัดเลือกมา เป็นสาขาที่นำไปสู่ความเป็นไปได้ในอนาคต อย่างตอนผมไปเรียน Computer Vision in Robotics สาขานี้ยังแทบไม่เป็นที่รู้จัก ไม่กี่ปีผ่านไป ตอนนี้กลายเป็นสาขาที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้ว อย่างตอนนี้จะมีเทรนด์ในด้านความยั่งยืนมิติต่างๆ โครงการก็มีการนำโปรแกรมด้านนี้เข้ามามากขึ้น เนื่องจากตำแหน่งและโอกาสงานในอนาคตที่ตลาดต้องการกำลังมุ่งไปทิศทางนี้ ผมเชื่อว่ามันคือการเรียนเพื่ออนาคตจริงๆ”

        ฝ้าย: “แอบเข้าไปดูในโครงการ คือมีโปรแกรมใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก อยากให้ลองเข้าไปดูอาจที่เว็บไซต์ อาจจะเจอสาขาวิชาที่ตรงกับสิ่งที่เราสนใจ”

        หลุยส์: “ยุโรปเป็นทวีปแห่งประวัติศาสตร์ที่อยู่กับโลกนี้มานานมาก ทุกวันนี้โลกก็ยังอาศัยระบบที่ยุโรปสร้างขึ้นมาอยู่ ในแง่การเมืองหรืออะไรก็ตาม ยังอยู่บนพื้นฐาน แนวคิดและค่านิยมจากทวีปนี้ การได้ไปใช้ชีวิตในยุโรปภาคพื้นทวีป นับเป็นการเปิดโอกาสให้เราเดินทางไปไปค้นหา เรียนรู้เจาะลึก หาคำตอบว่าทวีปโบราณแห่งนี้ ประยุกต์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับบริบททางกายภาพและสังคมอย่างกลมกลืนและล้ำสมัยได้อย่างไร”

        “อย่างมหาวิทยาลัยที่ไปบางที่อายุหลายร้อยปี ตึกก็ยังใช้ตึกเดิม แต่เขามีวิธีบูรณะจัดการจนทุกวันนี้เป็นตึกรุ่นใหม่ มีลิฟต์สำหรับผู้พิการที่จะเดินเข้าถึงได้เทียบเท่าคนปกติ มีความเท่าเทียมที่จับต้องได้จริง”

        สำหรับผู้สนใจการศึกษาต่อในยุโรปด้วยทุน Erasmus+ สามารถติดตามกิจกรรมเวิร์กช็อปออนไลน์ที่จะเผยเคล็ดลับการหาข้อมูลทุนต่างๆ การวางแผนการสมัคร เตรียมเอกสารอย่างเจาะลึก ในวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 19.00 น. โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมและรอรับลิ้งก์ zoom เพื่อเข้าร่วมฟังการบรรยายได้ทาง https://bit.ly/3wJnwox

        สนับสนุนรายการโดย สหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (European Union in Thailand)

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่