รู้หมดแต่อดได้ไหม? เมื่ออาหารแสนอร่อยกลายร่างเป็นวายร้ายที่ทำให้เกิดโรค

Agenda
25 Apr 2019
เรื่องโดย:

ตนุภัทร โลหะพงศธร

อร่อยปาก แต่ระวังลำบากกาย เพราะอาหารแสนอร่อยเหล่านี้หากกินเกินพอดี จากที่เคยให้ประโยชน์จะกลายเป็นให้โทษและนำโรคร้ายมาสู่ร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จากเบคอนกรอบๆ โรคหัวใจและหลอดเลือดสมองจากเบียร์ หรือโรคอ้วนและโรคหัวใจจากไก่ทอด

        หลายคนบอกว่าเรื่องกินห้ามกันไม่ได้หรอก แต่การป่วยเป็นโรคที่สามารถพรากชีวิตคุณไปตลอดกาลเพียงเพราะไม่ยอมปรับพฤติกรรมการกินก็ถือว่าเป็นเรื่องไม่คุ้มเสีย

        เริ่มต้นดูแลตัวเอง ก่อนถึงวันที่ต้องประสบกับโรคร้ายจากอาหาร ด้วยการปรับปริมาณการกินให้พอดี กินอาหารอื่นๆ ให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ ควบคู่กับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เชื่อได้เลยว่าไม่มีอะไรยากเกินความพยายามอย่างตั้งใจจริง

 

เบคอนบางๆ วันละชิ้น กลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

        ความเข้าใจที่ว่ากลิ่นหอมเกรียมๆ และสัมผัสกรอบๆ ของเบคอน คือความอร่อยในมื้ออาหารเช้านั้น อาจเป็นเพียงสวรรค์ชั่วคราวของคนรักเบคอน เพราะการกินเบคอนเป็นประจำทุกวันกลับเพิ่มความเสี่ยงให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

        จากรายงานผลการศึกษาล่าสุดของ National Health Service ประเทศอังกฤษ โดยวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินอาหารของผู้ใหญ่จำนวนกว่าห้าแสนคนภายในประเทศ เป็นเวลายาวนานมากกว่าหกปี พบว่า การกินเนื้อแดง (Red Meat) เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ รวมถึงเนื้อแดงแปรรูป มีความเกี่ยวข้องกับการป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แม้ว่าจะกินในปริมาณน้อยก็ตาม

        โดยเฉพาะหากกินเนื้อสัตว์แปรรูป 25 กรัม หรือเทียบเท่ากับเบคอนบางๆ หนึ่งชิ้นทุกวัน จะเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ถึง 20% เพราะในเบคอน ไส้กรอก และซาลามี มีการใช้สารเคมีในขั้นตอนการปรุงแต่งจำนวนมากเพื่อยืดอายุอาหารให้เก็บรักษาได้นาน ท้ายที่สุดสารเคมีเหล่านี้จะตกค้างในร่างกายและกลายเป็นตัวการก่อมะเร็งชั้นดี ดังนั้น คนที่กินเนื้อแดงและเนื้อแดงแปรรูปเป็นประจำมากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ จะตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นมะเร็งมากกว่าคนที่กินเนื้อแดงและเนื้อแดงแปรรูปน้อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

        สำหรับคนที่ไม่อาจทานทนต่อความเย้ายวนของเบคอนได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำวิธีลดความเสี่ยงคือ ลดปริมาณเนื้อแดงและเนื้อแดงแปรรูปให้เหลือแค่ 70 กรัมต่อวัน และกินรวมกับขนมปังหรือธัญพืช เพราะมีเส้นใยช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

 

เบียร์วันละกระป๋อง กลายเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง

        แม้ว่าจะมีงานวิจัยบางส่วนระบุว่า การดื่มแอลกอฮอล์วันละเล็กน้อยจะช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง แต่งานวิจัยส่วนใหญ่พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่าการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มอัตราเสี่ยงต่อโรคมากกว่า

        ผลวิจัยทางการแพทย์ซึ่งทำการศึกษาใน 195 ประเทศทั่วโลก ยืนยันว่าปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ในระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพนั้นไม่มีอยู่จริง แม้ดื่มเพียงนิดหน่อยก็ส่งผลเสียต่อร่างกายชนิดที่ไม่คุ้มกันแล้ว โดยเฉพาะความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ และอายุสั้นลง จากการสำรวจพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ในประชากรอายุ 15-95 ปี จำนวนกว่า 28 ล้านคนทั่วโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990-2016 พบว่าเพิ่มอัตราความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ ทั้งโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด มะเร็ง และการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มในแต่ละวัน โดยผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์วันละ 1 หน่วย หมายถึงการดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ 10 กรัม จะมีความเสี่ยงต่อโรคภัยและการบาดเจ็บสูงกว่าคนที่ไม่ดื่มเลย 0.5% ส่วนคนที่ดื่มวันละ 2 หน่วย มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 7% และคนที่ดื่มวันละ 5 หน่วย มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 37%

        หรือถ้าดื่มเบียร์ต่ำกว่า 5 ดีกรี 1 กระป๋อง จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง 1.14 เท่า โรคหลอดเลือดหัวใจ 1.06 เท่า และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดอีก 1.18 เท่า การศึกษาทั้งหมดนี้ก็เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่เคยมีระดับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัยจริงๆ

 

ไก่ทอดวันละมื้อ กลายเป็นโรคอ้วนและโรคหัวใจ

        ผลการศึกษาจากวารสารทางการแพทย์ BMJ เรื่องการกินอาหารทอดในผู้หญิงอเมริกันวัยหมดประจำเดือน ช่วงอายุ 50-79 ปี จำนวน 106,966 คน ซึ่งติดตามผลติดต่อกันนานถึง 18 ปี พบว่า หากกินไก่ทอดเป็นประจำอย่างน้อยวันละมื้อ จะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนที่ไม่ได้กินเป็นประจำถึง 13% จากโรคอ้วนและโรคหัวใจ

        ผลการศึกษานี้ยังสามารถนำไปอ้างอิงกับผู้ชายชาวอเมริกันได้เหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้มีการศึกษาที่พิสูจน์ได้ว่าความแตกต่างกันของร่างกายจากเหตุผลด้านเพศไม่เป็นตัวแปรหรือปัจจัยต่อความเสี่ยงจากอาหารที่กิน

        นอกจากนี้ในยังมีผลการศึกษาในปี 2017 ที่ระบุว่า คนที่กินมันฝรั่งทอดมากกว่า 2 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ จะเสี่ยงเสียชีวิตมากกว่าคนที่ไม่กิน 2 เท่าอีกด้วย

        คณะวิจัยยังได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ความเสี่ยงเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะการใช้น้ำมันเก่ามาทอดไก่ซ้ำๆ และถ้าเป็นไก่ทอดแช่แข็งหรือปรุงสำเร็จจากร้านค้าอาจมีการเพิ่มปริมาณโซเดียมมากเกินความต้องการของร่างกายจนก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดได้

 


ที่มา:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ตนุภัทร โลหะพงศธร

อดีตนักเรียนจิตวิทยา ปัจจุบันเป็นนักเขียนผู้หลงใหลการสังเกตตั้งแต่พฤติกรรมบุคคลไปจนถึงปรากฏการณ์สังคม พร้อมค้นหาคำอธิบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยมุมมองและความรู้จิตวิทยา