อุรุดา โควินท์: บ้านหลังแรก น้ำขันแรก

Agenda
13 Apr 2020
เรื่องโดย:

อุรุดา โควินท์

ฉันย้ายที่อยู่มาแล้วแปดหน ทุกแห่งที่อยู่เกินหนึ่งปี ฉันเรียกมันว่าบ้าน

        ฉันมีบ้านที่พรหมคีรี มีบ้านที่เชียงใหม่ มีบ้านที่นนทบุรี มีบ้านในกรุงเทพฯ ในนครปฐม และตอนนี้ ฉันมีบ้านอยู่ที่เชียงราย

        ทุกหลังไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของฉัน เช่าบ้าง อาศัยอยู่กับพ่อแม่ บ้านของคนรัก บ้านของน้องสาว หรือโรงรถของแม่ที่ฉันเอามาปรับปรุงเป็นบ้าน

 

        บ้านหลังแรกของฉัน อยู่บนถนนสนามบิน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย คนละหลังกับบ้านปัจจุบัน คนละตำบลด้วย

        ฉันเติบโตที่นั่นพร้อมกับน้องสาว ท่ามกลางผู้ใหญ่อีกหลายคน ตา-ยาย พ่อ-แม่ และย่า (ในบางคราว)

        บนพื้นที่สองไร่เศษ ตามีสวนอยู่ตรงกลาง ปลูกทุกอย่างที่ตากิน ทั้งผลไม้และผัก อา… ใช่ มีบ่อเลี้ยงปลาด้วย รอบๆ สวน ตาสร้างบ้านหลังเล็กให้คนเช่าได้อีก รวมบ้านของตาและบ้านของพ่อแม่ เราก็อยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 หลังคาเรือน

 

อุรุดา โควินท์

 

        ฉันไม่เคยรู้สึกว่ามันแออัด มีที่ให้วิ่งเล่น มีผลไม้ให้เก็บ มีผักให้กิน สำหรับฉัน มันจึงกว้างเหมือนโลกหนึ่งใบ โลกซึ่งมีทุกอย่างครบถ้วนแล้ว (ดังนั้นไม่ต้องไปโรงเรียนก็ได้)

        บ้านหลังเดียวกันนี้ที่ฉันได้ทำข้าวหมาก ทำขนม ได้ขูดมะพร้าว ได้เด็ดผัก แม้จะอย่างลุ่มๆ ดอนๆ กะปลกกะเปลี้ย แต่นั่นทำให้ฉันเป็นอุรุดาในวันนี้

        ฉันชอบทำอาหารโดยไม่ได้รู้สึกว่ามันพิเศษอะไร ฉันชอบ เพราะฉันชอบกินอาหารที่ฉันทำมากกว่าการซื้อ (อย่างสั้นๆ ฉันทำอาหารอร่อยนั่นล่ะ)  

        เราจะมีกินก็ต่อเมื่อเราลงมือทำ ประโยคนี้ ฉันเรียนรู้มาจากย่าและยายผู้ปราดเปรียวและเหี้ยมหาญในครัว แม้ไม่ได้เป็นเชฟ

 

        ฉันมูนข้าวเหนียวเป็นด้วย นั่นเพราะยายเหมือนกัน ข้าวเหนียวมะม่วงจะมาพร้อมฤดูร้อน และปีใหม่เมือง (สงกรานต์)

        เรากินข้าวเหนียวมูนกับมะม่วงอกร่องเท่านั้น และมันจะมีเฉพาะฤดูร้อน ต่างจากตอนนี้ที่เรามีข้าวเหนียวมะม่วงให้กินทั้งปี

        วันปีใหม่เมือง ยายจะมูนข้าวเหนียว มีทั้งน้ำกะทิทุเรียน มะม่วง และสังขยา ส่วนแม่จะเตรียมมะม่วงเปรี้ยวกับน้ำปลาหวาน กินกันอย่างนี้ตั้งแต่เริ่มเล่นน้ำจนสลบ

        เล่นน้ำจนเหนื่อย หิว-วิ่งมากิน แล้วกลับไปเล่น ไม่มีใครถามหาอาหารอื่น อย่างกับว่าการเล่นน้ำสงกรานต์นั่นล่ะคืออาหารหลักของเรา

        เล่นน้ำก็ต้องฝึก ไม่ใช่เดินถือขันไปแล้วเล่นได้เลย ตอนเป็นเด็ก ฉันโดนพ่อดุหลายครั้ง สาดต่ำไปก็โดนเครื่องมอเตอร์ไซค์ดับ สาดสูงโดนหน้าเขา-ไม่สุภาพ ฉันจึงยืนถือขันน้ำบิดซ้ายบิดขวาอยู่อย่างนั้นหลายวัน ไม่กล้าสาด

        ได้สาดน้ำสงกรานต์ขันแรกเพราะเพื่อนพ่อสอนให้โบกรถ เพื่อนพ่อว่า ให้ยื่นมือออกไป แล้วถือขันน้ำไว้ คนที่อยากเล่นกับเรา อยากเปียกน้ำ จะจอดหรือชะลอความเร็วให้เรารดเอง

        ครั้นโตขึ้นมาอีกหน่อย ฉันค้นพบว่า ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้นะ แค่เลือกกางเกงสั้นหน่อย รวบผมให้เห็นหน้าชัดๆ ไม่ใส่แว่นดำ ไม่กลัวแดด ยืนถือขันเฉยๆ ก็ดีเกินพอ (ยักไหล่)

        จะมีรถมอเตอร์ไซค์มาจอดตรงหน้าคันแล้วคันเล่า ชนิดตักน้ำไม่ทัน รถกระบะก็ด้วย สาดกันไม่หวาดไหว สาดจนลืมกินข้าวเหนียวมะม่วงเลยเชียว

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

อุรุดา โควินท์

นักเขียนประจำคอลัมน์ Love Actually