การฝึกฝนตัวเองเพื่อจัดการปัญหามากมายในชีวิต ด้วยหลักคิดของ Design Thinker

Agenda
3 Aug 2021
เรื่องโดย:

ดร. อารดา มหามิตร

ตอนนี้องค์กร ธุรกิจ ร้านค้า แม้กระทั่งตัวเราเอง ต่างต้องเผชิญกับสถานการณ์แห่งความไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลง ความไม่ชัดเจนอีกด้านหนึ่งนั้น มันกลับเป็นโอกาสที่เราได้กลับมาทบทวนตัวเอง และบางคนกล่าวว่า เพราะสถานการณ์แบบนี้นี่แหละทำให้รู้ว่าเรามีงานที่ต้องทำอีกมากมาย แต่คำถามต่อมาคือ ‘แล้วเราจะเริ่มอย่างไร’ จึงขอแนะนำ Design Thinking กระบวนการคิดเชิงออกแบบที่คนนิยมนำมาคิดออกแบบนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ และข้อดีของกระบวนการนี้ คือสามารถนำมาปรับใช้กับการออกแบบธุรกิจหรือการทำงานของตัวเองได้ โดยจุดเริ่มต้นนั้น ขอให้คุณมีวิธีคิดแบบ Design Thinker อยู่ในตัวเสียก่อน

คนแบบ Design Thinker เป็นคนแบบใด 

        คุณสมบัติของ Design Thinker ก็คือ คิดแบบนักออกแบบนั่นเอง นักออกแบบมักเริ่มต้นจากการมองสิ่งรอบตัว สังเกต และหาความหมายเชิงลึก นำมาตีความ ลงมือออกแบบ ลองผิดลองถูก จนเจอสิ่งที่ใช่และตอบโจทย์กับผู้ใช้งาน กระบวนการคิดเชิงออกแบบก็เช่นกัน คือการเริ่มที่ผู้ใช้งานโดยตรง หรือเรียกว่า Human-centric เอาผู้ใช้เป็นศูนย์กลางในการค้นหาปัญหาและโอกาส ทำความเข้าอกเข้าใจแบบที่เข้าถึงใจของผู้ใช้จริงๆ และนำมาตีความ คิดค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือได้แนวทาง แนวคิดใหม่ๆ ที่จะนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ออกมาเป็นนวัตกรรม เป็นกลยุทธ์ เป็นแนวทาง เป็นสิ่งใหม่ได้ 

วิธีคิดแบบ Design Thinker

        ลองจินตนาการดูว่า หากเรา คนรอบข้างเรา คนในทีมงานเรา คนในองค์กรเรา มีความคิดที่มุ่งแสวงหาโอกาสและปัญหาที่อยู่รอบๆ ตลอดเวลาจะเป็นอย่างไร คงดีงามไม่น้อยเลย แล้วถ้าตัวเราบ่มเพาะมายด์เซตแบบ Design Thinker ให้กับตัวเราและคนของเรา ก็จะยิ่งดีงามมากขึ้นอีก ดังนั้น จึงขอนำผู้อ่านมาเรียนรู้ทำความเข้าใจกับมายด์เซต Design Thinker กันก่อน  โดยใช้แนวคิดจากที่ทีม Designing Thinking @UTCC ได้เรียนรู้ทำความเข้าใจกระบวนการคิดเชิงออกแบบจาก Stanford d.school โดย ศาสตราจารย์ บิล เบอร์เน็ตต์ ผู้เขียนหนังสือ Designing Your Life สามารถสรุปมายด์เซตแบบ Design Thinker ดังนี้ 

  1. Curiosity จงสงสัยใคร่รู้ และเห็นโอกาสทุกที่

        เริ่มจากฝึกตัวเองให้ช่างคิดช่างสงสัย หาแง่มุมที่ซ่อนอยู่ในทุกเรื่องราว ต้องฝึกช่างคิด ช่างตั้งคำถามพยายามขุดค้นหาเหตุที่มาเชิงลึก ฝึกเอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้าใจผู้ใช้ให้ลึกและเข้าถึงแก่นแท้ความต้องการของเขาได้มากขึ้น และสิ่งนั้นจะนำซึ่งโอกาสมากมาย 

  1. Bias towards Action ต้องทดลองทำ

        การลงมือทำจะทำให้เราไม่ยึดติดและกังวลกับวิเคราะห์ แต่เราจะเรียนรู้ได้ไวจากการลงมือทำ นั่นคือการสร้างต้นแบบหรือ Prototype ที่จะทำให้เราได้ทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายเห็นและเข้าใจได้ไว และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงและลงมือทำ

  1. Reframing ปรับมุมมองกับปัญหา 

        มุมมองของคนอื่นที่มีต่อปัญหา จะช่วยให้เราเห็นปัญหาในหลากหลายมุมมากขึ้น และเข้าใจปัญหาได้มุมที่กว้างและลึกขึ้น 

  1. Mindfulness of Process รับรู้ว่านี่คือกระบวนการ 

        เข้าใจกระบวนการของการคิดเชิงออกแบบ อย่าด่วนตัดสินใจ หากคุณด่วนสรุปเร็วไป มันอาจจะไม่เจอสิ่งที่เราพยายามค้นหา และเราต้องไม่ยอมแพ้กับการค้นหาหนทางในการแก้ปัญหา 

  1. Radical Collaboration ขอความร่วมมือ 

        การคิดคนเดียว ทำคนเดียว จะไม่เกิดผลใดๆ การสร้างทีมเพื่อปรึกษาหารือ หาไอเดียหลากหลายจากผู้คนจะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่าง พยายามขอความร่วมมือ หากลุ่มคน ผู้สนับสนุนที่สามารถพูดคุย และสามารถบอกข้อเสนอแนะ คำติชมให้เราแบบตรงไปตรงมาได้ 

        วิธีคิดทั้ง 5 นี้เป็นแนวคิดที่เราต้องฝึกและนำมาใช้กับตัวเราให้บ่อยครั้ง เพื่อบ่มเพาะความเป็น Design Thinker ตัวอย่างการนำมาปรับใช้ หากวันนี้ตัวเราเจอปัญหามากมายในการดำรงชีวิตในช่วงของโควิด-19 เราสามารถเริ่มด้วยการปรับมุมมองที่มีต่อปัญหาที่เกิดขึ้น สร้างทางเลือกให้หลากหลายในการแก้ปัญหา หาความร่วมมือจากคนอื่นๆ ช่วยคิด สังเกต และลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำดู สิ่งนั้นอาจจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ในชีวิตของคุณก็เป็นไปได้

        ถ้าโจทย์ของคุณคือการทำงาน หากคุณเป็นผู้บริหารองค์กร คุณอาจจะมีคำถามว่า เราจะทำอย่างไรให้คนเก่งอยู่กับเราในช่วงที่เกิดวิกฤต แน่นอนว่าเริ่มต้นต้องถามคำถามกลับไปที่คุณว่า คุณเข้าใจคนเก่งในองค์กรของคุณหรือยัง หรือหากโจทย์ในวันนี้ เราจะตอบสนองลูกค้าอย่างไรดีเมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน เริ่มต้นเราต้องทำความเข้าใจลูกค้าของเราก่อน และถึงนำสู่การหาไอเดียมากมาย ไปจนการสร้างต้นแบบ และทดสอบ ซึ่งการทำต้นแบบนี้ ก็คือการลงมือทำ เพื่อทดสอบความต้องการของลูกค้านั่นเอง 

        บทสรุปสุดท้าย ขอฝากให้ผู้อ่านได้ลองฝึกฝนตัวเองให้เป็น Design Thinker และนำ Design Thinking ไปปรับใช้กับองค์กรธุรกิจของตัวเอง ลงมือทำวันนี้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในเร็ววันแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ดร. อารดา มหามิตร

ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย