แก้ปัญหา ‘ทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง’ ด้วยการทำทีละอย่าง

Alpha Pro
21 Jul 2020
เรื่องโดย:

ศุภกร อาวิพันธุ์

“คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจ”

       โลกเรามีสิ่งต่างๆ ให้ทำมากมาย วันหนึ่งเราสามารถเขียน To do list ได้เยอะแยะว่าจะทำนู่นทำนี่ ไปนู่นไปนั่น ถามว่ามีคนที่ทำทั้งหมดได้จริงๆ กี่คน? น้อยมาก! ไม่ใช่แค่เรื่องของลิสต์ยาวเหยียดของสิ่งที่เราตั้งใจจะทำเท่านั้น นิสัยหลายอย่างที่เราตั้งใจว่าจะเปลี่ยนมาตั้งแต่ปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้เราก็ยังเปลี่ยนไม่ได้เลย สุดท้ายก็ทำได้แค่ผิดหวังกับตัวเอง แล้วนั่งเขียนเป้าหมายอันเดิม ใส่ New Year’s Resolution อันใหม่ของปีหน้าต่อไป

       ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเปลี่ยนนิสัยหรือสร้างนิสัยใหม่ไม่ได้? ทำไมเราถึงทำตามที่ตั้งใจไว้ไม่ได้สักที? ตอบง่ายๆ ก็เพราะว่าคนเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจโดยธรรมชาติ ตอบแบบวิชาการหน่อยก็เพราะว่า สมองไม่ชอบอะไรที่เปลืองพลังงาน มันถึงไม่สามารถโฟกัสหลายๆ อย่างพร้อมกันได้

อยากสร้างนิสัย ต้องสร้างทีละอย่าง

       หนังสือ The One Thing ที่เขียนโดย Gary Keller และ Jay Papasan กล่าวว่า Multitasking ไม่มีอยู่จริง เราไม่สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ จริงๆ เราแค่ทำทีละอย่างแล้วสลับไปมาอย่างรวดเร็วต่างหาก สุดท้ายมันจะมีแค่อย่างใดอย่างหนึ่งที่เราโฟกัสมากกว่า แล้วเราก็จะทำอีกสิ่งหนึ่งได้ไม่ดีเลย นอกจากนั้นการที่เรามีความตั้งใจว่าจะทำนู่นทำนี่มากมาย แค่สมองคิดว่าต้องทำสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดมันก็เหนื่อยแล้ว เพราะแต่เดิมในสมัยดึกดำบรรพ์ที่สมองเราวิวัฒนาการมา มันแค่ต้องอยู่รอดในสภาวะที่อาหารมีน้อยเลยต้องประหยัดพลังงานให้มากที่สุด อะไรที่ไม่จำเป็นมันก็ไม่ทำ ซึ่งต่างจากสมัยนี้ที่เรามีสิ่งต้องทำเยอะแยะเพื่อพัฒนาตัวเองให้แข่งขันกับคนอื่นได้ จึงเกิดเหตุการณ์ ‘ทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง’ เพราะเราทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันมากเกินไป

       จาก 2 เหตุผลข้างต้นที่ว่า เราไม่สามารถทำอะไรพร้อมกันได้จริงๆ และสมองไม่ชอบงานเยอะๆ ดังนั้น ถ้าเราตั้งใจจะสร้างนิสัยใหม่สักอย่าง เราต้องเลือกสร้างนิสัยแค่ทีละอย่างเท่านั้น เหมือนสุภาษิตรัสเซียที่ว่า ‘If you try and chase two rabbits, you will not catch either one.’

       ทีนี้คำถามก็คือ ในเมื่อเราต้องเลือกแค่ 1 นิสัยเท่านั้น แล้วเราควรจะเลือกสร้างนิสัยอะไร?

‘Keystone Habit’ หนึ่งนิสัยเปลี่ยนชีวิต

       นิยามของ Keystone Habit คือ นิสัยหลักที่สามารถสร้างนิสัยที่ดีอื่นๆ ตามมาได้ ถ้าจะตอบคำถามของย่อหน้าที่แล้วว่าเราควรจะเลือกสร้างนิสัยอะไร คำตอบคือเราควรจะเลือกสร้างนิสัยที่เป็น Keystone Habit เพราะเมื่อทำสำเร็จแล้ว ผลลัพธ์อื่นๆ จะตามมาโดยอัตโนมัติจากความพยายามแค่ครั้งเดียว

       นึกภาพเป็นแก้วแชมเปญในงานแต่งงานที่มีการจัดเรียงแก้วลดหลั่นเป็นลำดับไว้อย่างสวยงามบนโต๊ะกลางห้องบอลรูมของโรงแรมหรู เมื่อเรารินแชมเปญใส่แก้ว 1 ใบที่อยู่บนยอดจนเต็ม แชมเปญก็จะล้นปากแก้วออกมาและไหลลงไปเติมแก้วอีกเป็นสิบแก้วด้านล่างจนเต็มทั้งหมด

       ถ้าแก้วแชมเปญด้านล่างคือผลลัพธ์ดีๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตเรา แก้วแชมเปญแก้วที่อยู่ด้านบนสุด ก็คือ Keystone Habit ที่เราควรทุ่มเทเวลาและพลังงานในการปลูกฝังนิสัยนั้นลงไปในชีวิตประจำวันของเราให้ได้

ตัวอย่าง Keystone Habit

       นิสัยที่จะพูดถึงเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้น จริงๆ ยังมีนิสัยอื่นๆ ที่ไม่ได้พูดถึงอีกมาก สิ่งสำคัญคือเราควรจะโฟกัสกับการสร้างนิสัยแค่ทีละอย่าง และนิสัยนั้นควรจะสร้างนิสัยอื่นที่ดีให้ตามมาได้ด้วย Effect ที่เกิดขึ้นเป็นทอดๆ นี่แหละที่เป็นลักษณะเด่นของนิสัยที่เป็น Keystone Habit ที่อยากให้ทุกคนลองเปิดใจแล้วนำไปใช้กันดู

 

1. ออกกำลังกาย

        เริ่มด้วยนิสัยคลาสสิกก่อนเลย ที่การออกกำลังกายเป็นเรื่องคลาสสิกไม่ใช่เพราะใครๆ ก็พูดถึง แต่เพราะมันมีประโยชน์จริงๆ ประโยชน์ทางตรงคือร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย ส่วนประโยชน์ทางอ้อมซึ่งเป็นผลพลอยได้คือเราแบ่งเวลาได้ดีขึ้นเพราะต้องจัดสรรเวลาเพื่อมาออกกำลังกาย เราทำงานได้ดีขึ้นเพราะสุขภาพแข็งแรง ไม่เครียดง่าย สมองปลอดโปร่ง เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้นเพราะรูปร่างดูดี ซึ่งบุคลิกที่ดีก็กลับไปส่งผลเรื่องงานอีก ทั้งหมดเป็นสิ่งที่จะตามมาจากการที่เราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

 

2. ตื่นเช้า

        ลองนึกดูว่าเวลา 1 ชั่วโมง ทำอะไรได้บ้าง? ถ้าเราตื่นเช้าขึ้น 1 ชั่วโมง เราสามารถทำทั้งหมดที่เรานึกเมื่อครู่ได้เลย การตื่นเช้า (แบบที่ไม่รบกวนการนอนเกินไป) จะทำให้เราได้เวลามากขึ้น ซึ่งเราอาจจะเอาไปอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ทำงานอดิเรก อะไรก็ได้ โดยที่ไม่ไปรบกวนเวลากิจวัตรประจำวันของเราที่เคยทำเลย แถมเรามีเวลาเตรียมตัวก่อนออกไปทำงาน ทีนี้เราก็จะไม่ต้องเร่งรีบจนลืมนู่นลืมนี่อีกต่อไป

 

3. มีอารมณ์ขัน

        ข้อนี้อาจจะแปลก เพราะดูไม่ใช่นิสัย แต่การมีอารมณ์ขันสามารถทำให้เป็นนิสัยได้ โดยการมองสิ่งต่างๆ ในแง่มุมที่ดี แง่มุมที่เราสนุกไปกับมันได้ การมีอารมณ์ขันจะช่วยให้เราไม่เครียด แถมคนรอบตัวก็ไม่เครียด ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวก็จะดีขึ้น แต่ที่สำคัญจริงๆ ก็คือการมองโลกในแง่ดีบ่อยๆ เป็นการฝึกให้เรามองหาโอกาสในสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ การมีอารมณ์ขันกับชีวิตจะช่วยให้เราไม่พลาดที่จะคว้าทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา

 

4. เผชิญหน้ากับความจริงเสมอ

        พูดง่ายแต่ทำยากมากๆ คนเรามักไม่ยอมรับความจริงเพราะความจริงทำให้เราเจ็บปวด แต่ความจริงก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอยู่วันยันค่ำ การที่เราไม่เข้าไปรับรู้มันไม่ได้ทำให้ความจริงเปลี่ยนไป นอกจากนั้นการไม่เข้าไปรับรู้ความจริงนั่นหมายความว่า เราไม่สามารถแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นได้เลย เหมือนกับที่ Ray Dalio เขียนไว้ในหนังสือ The Principles ว่า ‘Truth is the essential foundation for any good outcome.’ 

       ซึ่งการฝึกเผชิญหน้ากับความจริง เช่น ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ หรือยอมรับว่าเราไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง ไม่ได้ช่วยให้เราแก้ปัญหานั้นได้เท่านั้น แต่เวลาที่เกิดปัญหาขึ้นอีกจะทำให้เรายอมรับความจริงได้ง่ายขึ้น เพราะเราเคยฝึกมันมาแล้วนั่นเอง

สรุป

       ถ้าหากการรวบยอดนิสัยที่เราอยากจะแก้ไขจำนวนมากมายให้เหลือเพียงนิสัยเดียวเหมือนที่บทความนี้พยายามจะสื่อสารออกไป จะช่วยให้ผู้อ่านสลัดความท้อแท้ที่เคยมีลุกขึ้นมาสร้างนิสัยที่เปลี่ยนชีวิตได้ ก็คงเป็นเป้าหมายสูงสุดของบทความนี้แล้ว สุดท้ายแล้วสิ่งที่อยากจะบอกก็คือ…

       “คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจ เราเลยต้องโฟกัสแค่ทีละอย่าง”

 


ร่วมติดตาม และสื่อสารกับเราได้ทาง https://finno.me/alphapro-adB

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศุภกร อาวิพันธุ์

สมาชิกทีม Content Developer ของ FINNOMENA สนใจเรื่องจิตวิทยา ว่าทำไมคนถึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง รวมถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องเงิน

 

ภาพโดย

ชุติกาญจน์ เลิศบุญครอง

instagram: @orange.catist